Advertisement

SHARE

รองโฆษกตำรวจเตือนอะไรหยุดได้ให้หยุด เบื้องต้นผิดแล้ว 2 ข้อตัดกุญแจเข้าธรรมศาสตร์ บุกรุก-ทำให้เสียทรัพย์ รอตัวแทนมาแจ้ง ส่วนการใช้สนามหลวงชุมนุมไม่ตรงตามข้อกฎหมายอนุญาตผิดอีก

วันที่ 19 ก.ย. 2563 เวลา 14.40 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้าสถานการณ์การชุมนุม

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ กล่าวว่า มีภาพที่ปรากฏออกมาที่ทำให้เกิดคำถามว่าการชุมนุมจะไม่ไปกระทบสิทธิ์ ไม่ไปทำผิดกฎหมายจริงหรือไม่ เพราะมีการใช้เครื่องตัดกุญแจและพังประตูเขาไป โดยเจ้าของสถานที่มิได้อนุญาต ถามว่าจะมีความผิดหรือไม่ คำตอบคือ ผิด ผิดในเรื่องการบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์

ส่วนการจะดำเนินคดีหรือไม่ต้องแยกเป็น 2 กรณี ถ้าเป็นการบุกรุกหรือทำให้เสียทรัพย์ ถ้าทรัพย์นั้นมีเจ้าของ ถือเป็นความผิดส่วนตัว ต้องรอให้เจ้าของพื้นที่มาร้องทุกข์กล่าวโทษกับตำรวจตามขั้นตอนของกฎหมายปกติ แต่ถ้าเป็นกรณีทำความผิดอาญาต่อรัฐ เป็นหน้าที่ของตำรวจในท้องที่รวบรวมพยานหลักฐานแล้วดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ เบื้องต้นทาง ม.ธรรมศาสตร์ ยังไม่ได้เข้ามาแจ้งความ

“ตอนนี้ท่านเริ่มทำผิดกฎหมายแล้ว ไม่มากก็น้อย สื่งที่ท่านได้เริ่มทำ อะไรที่สุ่มเสี่ยงกับการกระทำที่ผิดกฎหมายไม่ว่าจะบทไหนก็แล้วแต่ ในอนาคตถ้าท่านถูกดำเนินคดีท่านก็ต้องรับในส่วนที่ท่านได้กระทำผิด สิ่งที่ท่านทำไปแล้วอะไรหยุดได้ก็หยุด”

เมื่อถามถึงการประเมินจำนวนผู้ชุมนุม พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า จำนวนผู้ชุมนุม น่าจะประมาณ 1,000 คน คำนวณจากพื้นที่ที่น้องๆ ไปอยู่ประกอบกับสภาพดินฟ้าอากาศคงได้เท่านี้ก่อน ส่วนจำนวนทั้งหมดเท่าไร คงต้องรอให้ถึงเวลาจริง อย่างไรก็ตาม ปริมาณไม่ใช่ประเด็นอยู่ที่ความปลอดภัยมากกว่า

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึง การที่ผู้ชุมนุมเข้าไปยังพื้นที่สนามหลวงว่า สนามหลวง เป็น โบราณสถาน ตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน พ.ศ.2504 อยู่ในความดูแลของ กรุงเทพมหานคร ซึ่ง อนุญาตให้เฉพาะการออกกำลังกาย ทำกิจกรรมตามกำหนดในประกาศปี 2555 การกระทำใดๆ ต้องเป็นกิจกรรมที่กำหนดเท่านั้น ส่วนการกระทำอื่นๆ เข้าข่ายการบุกรุก ตาม ม.34 หรือไม่ต้องดูตามองค์ประกอบและพฤติกรรม

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มที่ใช้คีมตัดโซ่คล้องประตูคือ ประชาชนกลุ่มแนวร่วมกลุ่มนนทบุรีที่นั่งเรือโดยสารจาก จ.นนทบุรี ล่องตามแม่น้ำเจ้าพระยามาขึ้นที่ท่าเรือท่าพระจันทร์ เพื่อเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยหลังจากขึ้นฝั่งแล้วได้ตรงเข้าไปที่ประตูฝั่งท่าพระจันทร์ และได้ตัดโซ่ที่คล้องปิดประตูไว้ ก่อนจะเปิดให้ประชาชนเข้าไปร่วมชุมนุมภายในสนามฟุตบอล

ต่อมาเวลา 20.25 น. มีการแถลงข่าวเพิ่มเติม พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปปิดประกาศให้ผู้ชุมนุมในท้องสนามหลวงทราบว่าเป็นการชุมนุมที่ไม่ขชอบด้วยกฎหมาย จึงมีคำสั่งให้ออกจากพื้นที่ภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นพบว่ายังไม่ได้มีการดำเนินการตามที่แจ้งไป ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ไปยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ขอให้มีคำสั่งให้เป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ปรากฏว่าวันนี้เป็นวันที่ศาลปิดทำการ จึงได้มีการไปลงบันทึกประจำวันไว้ ที่ สน.พหลโยธิน ว่าเราได้ไปยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง และจะต้องรอคำสั่งจากศาลแพ่งว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ยังตั้งอยู่ในพื้นที่ตั้ง กฎหมายกำหนดว่าระหว่างรอคำสั่งจากศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจที่จะจัดกำลังตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อสถานการณ์ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและยืนยันว่าโดยหลักการแล้วจะไม่มีการใช้กำลังสลายการชุมนุม

ด้านพล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายของ กรุงเทพมหานคร กำลังพิจารณาองค์ประกอบข้อกฎหมาย ลักษณะการกระทำของผู้ชุมนุมว่าผิดกฎหมายแค่ไหนอย่างไร หากทางกรุงเทพมหานครพิจารณาว่าเป็นความผิด จะต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่มาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า การจะเอาผิดเฉพาะแกนนำหรือผู้ชุมนุมคงต้องดู แต่อย่างที่ได้เรียนเน้นย้ำไปว่าอย่าพยายามกระทำความผิด ส่วนจะมีการดำเนินการกับใครบ้างตอนนี้ยังไม่ไปถึงตรงนั้น ต้องรวบรวมพยานหลักฐานก่อน

เมื่อถามว่า มีข้อมูลว่าพรุ่งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนไปที่ลานพระบรมรูปทรงม้ามีการเตรียมการอย่างไร พ.ต.อ.กฤษณะ ตอบว่า ให้ดูคืนนี้ก่อน แต่การจะเคลื่อนไปยังจุดใด ทางเราก็มีการข่าวตั้งแต่วันนี้อยู่แล้ว เรามีการวางกำลังและดำเนินการตามขั้นตอน ตามที่กฎหมายได้ให้อำนาจตำรวจเอาไว้อยู่แล้วแต่ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบคำสั่ง

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า สำหรับการฝ่าฝืนเข้าไปยังพื้นที่ที่กำหนดในระยะ 150 ม.ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ มาตรา 7 เรามีการตั้งแนวตำรวจพร้อมแผงเหล็กไว้ เมื่อถามว่าหากมีการฝ่าฝืนจะมีการใช้กำลังหรือไม่ รอง ผบช.น.ตอบว่า ก็ต้องมีการดำเนินการตามกฎหมาย

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...