Advertisement

SHARE

แกนนำชุมนุม 19กันยาทวงคืนอำนาจราษฎร ประเมินประชาชนมาเกินเป้าร่วม 2 แสนคนแสดงว่าเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องที่เคยเสนอ ยืนยันไม่เดินไปที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ขณะที่ อานนท์ นำภา ขึ้นปราศรัยประกาศจะนำหมุดคณะราษฎรใหม่ไปฝังในตอนย่ำรุ่ง

วันที่ 19 ก.ย. 2563 น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน หลังกิจกรรมบนเวทีปราศรัยผ่านมาแล้วกว่า 5 ชั่วโมงว่า ภาพรวมจนถึงตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น มีคนมาเข้าร่วมชุมนุมฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมากเกือบ 2 แสนคน สะท้อนให้เห็นว่ามีคนเห็นด้วยกับสิ่งที่เราเสนอไป โดยเฉพาะ 10 ข้อที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบัน ยังไม่รวมกับคนที่ไม่สามารถมาได้ ซึ่งจะทวีคูณยิ่งกว่านี้

ข้อเรียกร้องของเรา ตอนแรกเราก็กังวลอยู่ แต่ว่าวันนี้ทำให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เราพูดออกไป มันเข้าถึงใจผู้คน

เมื่อถามว่า จะมีกลยุทธดึงผู้ชุมนุมให้อยู่ร่วมกันที่สนามหลวงจนถึงเช้าอย่างไร น.ส. ปนัสยา กล่าวว่า ทุกคนที่มามาด้วยใจและอุดมการณ์ มีเป้าหมายเดียวกัน อาจจะมีคนกลับไปบ้านบ้าง แต่จะมีคนที่ยังอยู่ โดยเรายึดความชัดเจนว่าจะเคลื่อนไปทางไหน เชื่อว่าจะทำให้คนเดินไปกับเราจนถึงเป้าหมาย

สำหรับข้อเรียกร้องของเราเป็นข้อเรียกร้องที่ใหญ่เราจะประเมินต่อไปว่าฝ่ายรัฐบาลจะส่งใครมารับ

ส่วนกิจกรรมตอนเช้าวันพรุ่งนี้ เวลา 06.00 น. จะเริ่มมีกิจกรรมหน้าเวที จากนั้นจะเคลื่อนขบวนจากสนามหลวงในเวลา 08.00 น. เพื่อไปทำเนียบรัฐบาล

น.ส.ปนัสยา กล่าวด้วยว่า ครั้งแรกประเมินจะมีผู้ชุมนุมมาร่วมประมาณ 9 หมื่นคนแต่ก็ทะลุแสนไปในที่สุด ส่วนการเคลื่อนขบวนทางแกนนำประเมินว่าอาจจะมีการกระทบกระทั่งกับตำรวจอย่างแน่นอนแต่คงไม่ถึงขั้นรุนแรง และมองว่าแก๊สน้ำตาอาจจะมีได้เพื่อสกัดผู้ชุมนุมแต่โดยส่วนตัวก็ไม่อยากให้ใช้ความรุนแรง

ขณะที่ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวินกล่าวว่า ขอให้ประชาชนจับตาในวันพรุ่งนี้ เพราะจะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่สำคัญ 2 อย่างด้วยกัน คือในเวลา 06.00 น. และเวลา 08.00 น. พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการเดินทางไปที่ลานพระบรมรูปทรงม้าตามที่เป็นข่าว เนื่องจากไม่ได้ต้องการจะทำลายโบราณสถานอันล้ำค่าของประเทศไทย ส่วนข่าวที่หลุดออกมานั้นเป็นแค่เพียงการปล่อยข่าวลือของฝั่งตรงข้ามเท่านั้น ทั้งนี้ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรามาแบบสันติวิธีไม่มีอาวุธ จึงไม่มีความกังวลอะไร และเราไม่มีอาวุธเลยสักคน หากเกิดเหตุรุนแรงรัฐบาลต้องรับผิดชอบ

ขณะภาพการใช้คีมตัดกุญแจที่ประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และที่สนามหลวง จนหลายว่ามองว่าไม่เหมาะสมนั้น ยืนยันว่าเป็นสิทธิ์ที่ประชาชนสามารถกระทำได้ และไม่ได้มีใครได้รับบาดเจ็บและได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าว แต่หากจะโทษใครนั้นต้องโทษคนที่กดดันผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

กรณีที่มีคนเป็นห่วงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 นั้น ตนมองว่าที่ตำรวจใช้เป็นกล่าวอ้างและขอให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมภายใน 1 ชั่วโมงนั้น เชื้อโรคโควิด-19 นั้นมาจากไหน และที่ผ่านมาการชุมนุมก็ไม่เคยมีการแพร่ระบาดของโรค

ต่อมาเวลา 23.00 น. นายอานนท์ นำภา ขึ้นปราศรัยและกล่าวตอนหนึ่งว่า  การติดคุกเพราะการชุมนุมเป็นความภาคภูมิใจที่ได้ไปสัมผัสชีวิตในคุก
ตนยืนยันข้อเสนอ 10 ข้อที่เคยพูดไป และจะผลักดันโดยใช้ช่องทางการเสนอกฎหมายต่อไป

พร้อมประกาศจะปักหมุด ‘คณะราษฎร’ หมุดที่ 2 ซึ่งทำจากทองเหลืองขนาด 11 นิ้ว พร้อมอ่านแถลงการณ์ย่ำรุ่งวันพรุ่งนี้

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...