Advertisement

SHARE

คดี 1MDB กองทุนสะเทือนโลกที่ยักยอกเงินของประเทศมาเลเซียนับแสนล้านบาทมันคืออะไร และเกี่ยวข้องกับประเทศไทยตรงไหน

สิ่งที่ คณะอนาคตใหม่โจมตีพล.อ.ประยุทธ์ในการอภิปรายนอกสภาคือเรื่องอะไร และทางฝั่งรัฐตอบโต้หรือยอมรับ

เรื่องทั้งหมดอันซับซ้อน Workpoint News จะสรุปเหตุการณ์แบบเข้าใจง่ายที่สุด โพสต์เดียวจบใน 36 ข้อ

1) กองทุน 1MDB (อ่านว่า วัน-เอ็ม-ดี-บี) คือกองทุนที่รัฐบาลมาเลเซียก่อตั้งขึ้นเพื่อเอาเงินทุนสำรองของประเทศ แทนที่จะเก็บไว้เฉยๆในคลัง ก็เอาเงินก้อนนั้นไปลงทุนในกิจการต่างๆทั้งในและนอกประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาเงินฝืด และเป็นการสร้างรายได้เพิ่มให้กับรัฐในอีกทาง โดยโมเดลของ 1MDB คล้ายๆกับ เทมาเส็ค หรือกองทุนของประเทศสิงคโปร์ (GIC) ที่เอาเงินมาลงทุนในกิจการอื่นๆของต่างประเทศ อย่างที่ในไทย GIC ก็ถือหุ้นของ CPALL, PTT หรือ KBANK อยู่เป็นต้น

2) กองทุน 1MDB ก่อตั้งในเดือนกรกฎาคม 2009 โดยมี นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย เป็นประธานที่ปรึกษาของบอร์ดบริหาร และหลังจากเปิดตัวกองทุนมาได้ 2 เดือน 1MDB ก็เอาเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นเงินในคลังของประเทศ เอาไปร่วมทุนกับบริษัท PetroSaudi ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันเอกชนของประเทศซาอุดีอาระเบีย

3) ในช่วงระหว่างปี 2009-2015 กองทุน 1MDB ทำการระดมทุนมาจากหลากหลายวิธี ทั้งเอาเงินมาจากภาษีของประชาชน ทั้งการออกพันธบัตร รวมถึงการกู้เงิน เพื่อไปไล่ซื้อกิจการทั้งในและนอกประเทศ ตัวอย่างเช่น ใช้เงิน 2 พันล้านดอลลาร์ซื้อบริษัท Tanjong Asset และใช้เงิน 500 ล้านดอลลาร์ซื้อหุ้นของบริษัท Genting Group เป็นต้น

รวมแล้วเงินที่ 1MDB ใช้ในการลงทุนทั้งหมดสูงถึง 11,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 367,534 ล้านบาท

4) เหตุการณ์ที่ขนานไปพร้อมกับการลงทุนของ 1MDB คือในปี 2010 นักข่าวชาวอังกฤษ ที่เกิดในรัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย ชื่อ แคลร์ ริวคาสเซิล-บราวน์ ได้กลับไปที่รัฐซาราวัก บ้านเกิดของเธอ และพบว่าในรัฐซาราวักแต่เดิมมีป่าไม้ ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันต้นไม้โดนตัดไปเพื่อเอาไปสร้างอาคารต่างๆ และคนที่ได้ประโยชน์คือ อับดุล ทาอิบ มาห์มุด ผู้ว่าการรัฐซาราวัก

นักข่าวบราวน์ ไปสืบจนได้ข้อมูลว่า ผู้ว่าการรัฐทำการโกงกินประชาชนจนมีเงินมหาศาล หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเอาไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศมากมาย ทั้งในยุโรป และอเมริกา ซึ่งพอนักข่าวบราวน์แฉเรื่องนี้ ทำให้อับดุล ทาอิบ มาห์มุด ต้องลงจากตำแหน่ง และโดนประเทศต่างๆสืบสวนว่าเอาเงินมาฟอกที่ประเทศตัวเองหรือเปล่า

5) นักข่าวบราวน์คิดว่า ขนาดผู้ว่าการรัฐยังโกงกินขนาดนี้ และเป็นไปได้หรือไม่ ที่ผู้นำสูงสุดของประเทศก็จะโกงกินเหมือนกัน ดังนั้นเธอจึงสืบค้นข้อมูลอย่างจริงจัง โดยโฟกัสไปที่เรื่องกองทุน 1MDB ที่นาจิบ ราซัค เป็นประธานที่ปรึกษาของบอร์ด และค้นพบข้อมูลว่า กองทุน 1MDB มีปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง เพราะผิดนัดชำระดอกเบี้ยของธนาคาร Maybank ที่กองทุนไปกู้เงินก้อนมาลงทุน

6) เธอสืบค้นข้อมูลลึกลงต่อไป และในที่สุดก็ค้นพบ Whistleblower หรือที่แปลเป็นไทยว่าคนที่เอาข้อมูลภายในองค์กรออกมาแฉ เขาคนนี้มีชื่อว่า ซาเบียร์ จัสโต้ เป็นพนักงานระดับผู้อำนวยการของบริษัท PetroSaudi บริษัทแรกสุดที่กองทุน 1MDB ไปร่วมทุนด้วย

7) จัสโต้ สามารถเข้าถึงอีเมล์ลับขององค์กรได้ และเขาเองก็เห็นความไม่ชอบมาพากลเช่นกัน ดังนั้นก่อนเขาลาออก จึงตัดสินใจก็อปปี้ไฟล์การส่งอีเมล์หลายแสนฉบับ นับตั้งแต่ 1MDB เข้ามาร่วมทุนกับ PetroSaudi เพื่อเก็บเป็นหลักฐานเอาไว้ เผื่อในอนาคตเขาจะเอามันไปทำอะไรสักอย่าง

8) แคลร์ ริวคาสเซิล-บราวน์ มีโอกาสได้รู้จักจัสโต้ และทั้งสองคนนัดคุยกันที่เมืองไทย โดยหลังจากต่อรองกัน จัสโต้ตั้งใจจะขายข้อมูลลับให้ นักข่าวบราวน์ในราคา 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสำหรับบราวน์ที่ต้องการหาหลักฐานเอาผิดนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ไม่มีข้อมูลอะไรที่จะล้ำค่าขนาดนี้อีกแล้ว ดังนั้นตัวเธอร่วมกับหนังสือพิมพ์ The Edge จึงยอมจ่ายเงินให้ซาเบียร์ จัสโต้ ผ่อน 8 งวด งวดละ 250,000 ดอลลาร์

นักข่าวบราวน์ตัดสินใจยอมซื้อเพราะนี่คือหลักฐานเด็ดจริงๆ มีรายงานละเอียดที่อธิบายเส้นทางการเงินของ 1MDB ได้ชัดเจนมาก

9) หนึ่งในข้อมูลที่ บราวน์ค้นพบจากข้อมูลของจัสโต้ คือ 1MDB เอาเงิน 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ผ่านทางบริษัท PetroSaudi แล้วเอาไปลงทุนกับบริษัท Aabar ของประเทศยูเออี ซึ่งปรากฏว่า บริษัท Aabar ของจริงตั้งอยู่ที่อาบูดาบี ไม่ได้รับเงินสดก้อนนี้ เพราะมีการตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Aabar เหมือนกัน อยู่ที่เกาะบริติช เวอร์จิ้น เพื่อรับเงินก้อนจาก 1MDB ที่ส่งมาเป็นทอดๆ จากนั้น ก็โยกย้ายกระจายเงิน และมีหนึ่งก้อนจำนวน 681 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โอนเข้าบัญชีธนาคาร AmBank ของนายนาจิบ ราซัค

10) เมื่อข่าวดังขนาดนี้ ทำให้อัยการของมาเลเซีย ดำเนินการสืบสวนเพื่อหาข้อสรุปว่านายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ทำผิดจริงหรือไม่ ซึ่งปรากฎว่ามีเงินสดเข้าบัญชีจริงๆ แต่สุดท้ายพอสืบไปได้ 5 เดือน มกราคม 2016 อัยการก็ไม่สั่งฟ้อง โดยระบุว่าเงิน 681 ล้านดอลลาร์ที่เข้าบัญชีนายราซัค ไม่ได้มีความผิดอะไร เพราะเป็นเงินที่ราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย มอบให้นายราซัคเพื่อเอาไปใช้หาเสียงในการเลือกตั้งสมัยต่อไป เป็นการมอบเงินให้ด้วยสิเน่หาเท่านั้น

11) สังคมมาเลเซียตั้งคำถามว่า ทำไมนายนาจิบ ถึงรอดไปได้ง่ายๆอย่างนั้น และจะมีใครที่ไหนในโลกโอนเงินให้คนอื่นฟรีๆ 681 ล้านดอลลาร์ แต่ในเมื่อหน่วยงานรัฐออกตัวล้อฟรี ไม่สั่งฟ้องซะอย่าง ประชาชนจะทำอะไรได้

12) นอกเหนือจากเรื่องเงิน 681 ล้านดอลลาร์ที่โอนเข้าบัญชีนายนาจิบแล้ว อีเมล์ที่นักข่าวบราวน์ได้จากนายจัสโต้ พบว่า 1MDB มีกระบวนการไซฟ่อนเงิน (Money Siphoning) นั่นคือถ่ายเทเอาผลประโยชน์ขององค์กรไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง โดยวิธีการคือ ใช้เงินลงทุนในกิจการต่างๆสูงกว่าที่ควรจะเป็นจริงๆ จากนั้นก็ยักยอกเอาเงินบางส่วนแอบถ่ายเทไปที่บริษัทลับๆที่ตั้งเอาไว้ ที่สวิตเซอร์แลนด์และที่เกาะบริติช เวอร์จิ้น ก่อนจะโอนต่อไปให้ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนายกรัฐมนตรีนาจิบ และคนสนิทเป็นทอดๆ

13) หนึ่งคีย์แมนสำคัญของกองทุน 1MDB มีชื่อว่าโจ โลว เขาเป็นคนที่ได้รับเงินจากกองทุน มากมายไม่แพ้นายนาจิบ ราซัค โดยโจ โลว เป็นคนมาเลเซียเชื้อสายจีน บทบาทของเขา เป็นที่ปรึกษาการเงินอันดับ 1 ของนายราซัค มีหน้าที่คือเอาเงินที่ยักยอกมาจากกองทุน 1MDB เอาไปลงทุนในประเทศต่างๆ เพื่อให้อาณาจักรของนายราซัคยิ่งใหญ่ขึ้น

14) โจ โลวเอาเงินไปใช้จ่ายมากมาย เช่นซื้อเรือยอชต์ราคา 130 ล้านดอลลาร์ ซื้ออพาร์ทเมนต์สุดหรูในกลางนิวยอร์ก ซื้อเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ซื้อเพนท์เฮาส์ในลอสแองเจลิส ซื้อโรงแรมในลอนดอน ซื้องานศิลปะภาพวาดแวนโก๊ะ เอาไปลงทุนสร้างภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเมื่อหน้าที่ของเขาคือการเอาเงินไปใช้ ทำให้โจ โลว กลายเป็นที่รู้จักในแวดวงเซเล็บของสหรัฐอเมริกา ในฐานะนักธุรกิจที่ร่ำรวยมากที่สุดคนหนึ่ง และใช้เงินราวกับได้มาฟรี

หน้าที่ของเขาคือจัดการเรื่องความยุ่งยาก เกี่ยวกับเอกสารและขั้นตอนทั้งหลาย ก่อนจะโอนเงินมาให้นายนาจิบ ราซัคแบบเป็นเงินก้อนทีเดียวเลย

15) แคลร์ ริวคาสเซิล-บราวน์ยิ่งสืบลึกมากขึ้นเท่าไหร่ เธอเองก็รู้ตัวว่า กำลังเจอสถานการณ์อันตรายมากขึ้นเท่านั้น รัฐบาลนาจิบสั่งแบล็คลิสต์เธอไม่ให้เข้าประเทศมาเลเซีย และคนมาเลย์จำนวนมากพยายามดิสเครดิตความน่าเชื่อถือของเธอ ขณะที่อัยการหนุ่มชาวมาเลเซียรายหนึ่งที่เห็นความผิดปกติ และพยายามสืบคดีของนาจิบ กลับโดนลอบสังหารและเอาไปถ่วงคอนกรีตลงแม่น้ำ ซึ่งเรื่องนี้แม้จะสร้างความน่าสะพรึงกลัวให้นักข่าวบราวน์ แต่มันก็ทำให้เธอมั่นใจว่า เธอใกล้สาวข้อมูลถึงตัวนาจิบ ราซัคแล้ว

16) ด้วยความกลัวว่าจะถูกเก็บ ทำให้บราวน์ส่งหลักฐานทั้งหมดไปที่ หน่วยงานเกี่ยวกับการทุจริตทั้งหมดที่เธอพอจะนึกออก ทั้ง FBI อินเตอร์โพล รวมถึง กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ (DOJ) ถ้าเผื่อว่าเธอโดนฆ่าตายอย่างน้อยหลักฐานที่เธอรวมไว้ ก็ยังไม่หายตามไปด้วย

ความที่เป็นนักข่าวแค่คนเดียว ต้องต่อสู้กับอำนาจของรัฐบาลที่มีเงินและช่องทางการปล่อยข่าวสารในมือ ทำให้แคลร์ ริวคาสเซิล-บราวน์เสียเปรียบมาก และคนมาเลเซียจำนวนหนึ่งก็ไม่เชื่อเธอ ถึงขนาดนั้นป้ายแบนเนอร์ประกาศว่า “ประเทศมาเลเซียไม่ต้อนรับริวคาสเซิล-บราวน์”

17) นายนาจิบครองอำนาจในรัฐบาลมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปี 2016 เป็นนายกฯยาวนานถึง 7 ปี เขามีฐานคะแนนเสียงที่แข็งแกร่ง ซึ่งหลายคนเชื่อว่าการเลือกตั้งในปี 2018 นาจิบก็เตรียมได้เป็นนายกฯอีกสมัย ครองอำนาจในประเทศต่อไปอีกนานหลายปี

18) แต่สถานการณ์ก็เปลี่ยนแปลง ในช่วงเดือนกรกฏาคม 2016 เมื่อกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ได้ข้อมูลจากแคลร์ ริวคาสเซิล-บราวน์ แล้วพบว่ามีมูลความจริง จึงประกาศว่ากองทุน 1MDB มีความอันตราย และน่าจะมีเงินไม่สะอาดที่ยักยอกจากประชาชนจำนวนมาก ไหลเข้ามาเพื่อเอามาฟอกเงินที่สหรัฐฯ โดยระบุว่าเงินที่มีการยักยอกออกจากกองทุน มีมูลค่ารวม 4,500 พันล้านสหรัฐฯ

19) มีนาคม 2017 บริษัทเรด กรานิต ทีมผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง The Wolf of Wall Street ที่ได้ทุนสร้างมาจากโจ โลว (ซึ่งยักยอกเงินจากกองทุน 1MDB อีกที) จำเป็นต้องจ่ายค่าปรับ 60 ล้านดอลลาร์ให้รัฐบาลสหรัฐฯ ในความผิดใช้เงินเถื่อนที่เอามาจาก 1MDB

20) ข่าว 1MDB โกงเงินภาษีของประชาชนโด่งดังไปทั้งโลก ทำให้อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่วางมือไปแล้ว ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด ตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งอีกครั้ง ในสังกัดพรรค PPBM เพื่อสู้กับนาจิบ ราซัค นายกฯคนปัจจุบันจากพรรค UMNO โดยตั้งแต่มาเลเซียได้รับเอกราช ในปี 1957 นายกรัฐมนตรีทุกคนมาจากพรรค UMNO หมด นั่นทำให้นายนาจิบ ราซัคมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งมาก

21) แต่เมื่อมีข่าวการโกงเงิน 1MDB หลุดออกมาแบบนี้ และนายนาจิบก็รอดพ้นคดี เพราะอัยการไม่สั่งฟ้อง ทำให้ประชาชนเต็มไปด้วยความเดือดดาลที่เงินภาษีของตัวเองกลับถูกผู้นำรัฐเอาไปเสวยสุขให้ตัวเอง และหันมาสนับสนุน ดร.มหาธีร์ เพราะเชื่อมั่นว่า จะดีจะร้าย ดร.มหาธีร์ก็รักชาติ และไม่โกงเงินหลวงเข้ากระเป๋าตัวเองแบบนาจิบแน่

22) การเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียในเดือนพฤษภาคมปี 2018 ผลสรุปคือพรรค PPBM ของ ดร.มหาธีร์ชนะ และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พรรค UMNO พ่ายแพ้ สาเหตุเพราะผู้คนทนไม่ได้กับนายนาจิบอีกต่อไปแล้ว ทำให้ดร.มหาธีร์กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียอีก 1 สมัย

23) ทันทีที่นายนาจิบหมดอำนาจ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไปค้นคอนโดมีเนียมหรูของครอบครัวนายนาจิบ ใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ และบ้านของคนในตระกูลราซัค เจ้าหน้าที่ตำรวจพบกล่อง 284 ใบ ที่เป็นของมีค่ามากมายไม่ว่าจะเป็นเงินสด ,กระเป๋ายี่ห้อแอร์เมส จำนวน 567 ใบ, นาฬิกาหรู 423 เรือน,แว่นตากันแดดแบรนด์เนม 234 อัน, แหวนเพชร 2,200 วง, สร้อยคอทองคำ 1,400 เส้น, มงกุฏเพชร 14 อัน ฯลฯ รวมทรัพย์สินทั้งหมดที่ค้นเจอมีมูลค่า 273 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (8,650 ล้านบาท)

ภรรยาของนายนาจิบ พยายามบินหนีออกนอกประเทศแต่ ดร.มหาธีร์ยับยั้งเอาไว้ และจากนี้ไปนาจิบ ราซัค ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการศาล เพื่อหาข้อสรุปว่าเขาทำความผิดจริงหรือไม่ ขณะที่อนาคตทางการเมืองก็ไม่เหลืออีกแล้ว เขาจำเป็นต้องลาออกจากพรรค UMNO ในที่สุด

[ เชื่อมโยงกับประเทศไทยอย่างไร ]

24) การอภิปรายนอกสภาของคณะอนาคตใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2020 ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ได้เชื่อมโยงคดี 1MDB กับประเทศไทยว่า

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำการรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2014 ซึ่งการเป็นผู้นำประเทศด้วยวิธีการรัฐประหารย่อมไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 4 มิถุนายน 2014 สองสัปดาห์หลังยึดอำนาจ ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ กับผู้นำทหารมาเลเซียได้ถ่ายรูปคู่กัน ซึ่งถือเป็นการมาเยือนของบุคลากรชั้นนำของต่างประเทศครั้งแรกนับตั้งแต่การรัฐประหาร

ซึ่งน.ส.พรรณิการ์มองว่า พล.อ.ประยุทธ์ กับฝั่งรัฐบาลมาเลเซียของนาจิบ ราซัคเริ่มสานสัมพันธ์กันตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ต่างคนต่างต้องการพันธมิตร เพื่อประโยชน์ของตัวเอง ฝั่งไทยต้องการนานาชาติยอมรับ ส่วนฝั่งมาเลเซียต้องการให้ไทยจัดการนายฮาเบียร์ จัสโต้ คนเผยแพร่ข้อมูลจาก PetroSaudi จับกุมดำเนินคดี

25) วันที่ 24 มิถุนายน 2015 จัสโต้โดนจับกุมที่เกาะสมุย และโดนจับเข้าคุกในข้อหาขโมยข้อมูลจากบริษัท PetroSaudi แล้วเอามาแบล็คเมล์ว่าถ้าไม่ยอมจ่ายเงิน 2.5 ล้านฟรังค์สวิส จะเผยแพร่ข้อมูลให้บุคคลภายนอก จัสโต้สารภาพความผิด ทางการไทยจึงลดโทษกึ่งหนึ่งคงเหลือจำคุก 3 ปี

ระหว่างอยู่ในคุก เจ้าหน้าที่ FBI ที่กำลังสืบคดีเรื่อง 1MDB เช่นกัน ได้ติดต่อขอพบจัสโต้ที่เรือนจำคลองเปรมถึง 3 ครั้ง แต่ทางการไทยปฏิเสธทั้งหมด

ขณะที่รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ได้ส่งคำขอถึงรัฐบาลไทย ให้ส่งตัวนายจัสโต้กลับไปรับโทษต่อที่สวิสในฐานะพลเมืองของประเทศ แต่รัฐบาลไทยปฏิเสธและขังอยู่ที่คลองเปรมต่อไป

26) พรรณิการ์ วานิชตั้งคำถามว่า สิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาทำ คือขัดขวางการสอบสวนของ FBI ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายความสัมพันธ์อันดีของไทยกับอเมริกาหรือไม่ รวมถึง การไม่ยอมอนุญาตให้จัสโต้กลับไปรับโทษที่สวิตเซอร์แลนด์ได้นั้น เป็นการทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับสวิตเซอร์แลนด์ใช่หรือไม่

27) ขณะที่ประเด็นของโจ โลว ที่โดนสอบสวนเรื่องการเงินจากหลายประเทศทั้งสหรัฐฯ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ปรากฏว่ารัฐบาลสิงคโปร์ได้เรียกร้องขอให้ตำรวจสากลออกหมายแดงเพื่อจับโจ โลวมาดำเนินคดีที่สิงคโปร์ แต่ปรากฏว่านายโจ โลวยังสามารถเข้าออกที่ไทยอย่างอิสระด้วยเครื่องบินส่วนตัวถึง 5 ครั้ง

ช่อ-พรรณิการ์ จึงตั้งคำถามไปที่รัฐบาลอีกว่า นี่คือการบ่อนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสิงคโปร์หรือไม่ เพราะเป็นการเพิกเฉยต่อหมายแดงที่สิงคโปร์ร้องขอกับตำรวจสากล

28) นอกจากนั้น ยังมีนายตันเคงฉี กับ จัสมิน ลู สองสมุนในเครือข่ายของโจ โลว โดยนายตังเคงฉี ผู้ต้องสงสัยที่ขึ้นบัญชีเฝ้าระวังหมดวีซ่าแล้ว ก็ได้รับการต่อวีซ่าออกไปตามปกติ ขณะที่นายจัสมิน ลู ผู้ต้องสงสัยอีกหนึ่งคนในคำสั่งเฝ้าระวังของผบ.ตร.ก็สามารถเดินทางออกจากสุวรรณภูมิได้ในช่องทางปกติโดยไม่มีการแจ้งเตือนรอง ผบ.ตร.แต่อย่างใด

29) บทสรุปของการอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา พรรณิการ์สรุปว่า เธอเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีอำนาจสูงสุดสั่งได้ทุกกระทรวง เป็นคนให้ความร่วมมือกับรัฐบาลมาเลเซียยุคนาจิบ ราซัค เพื่อปกปิดคดี 1MDB ด้วยการขัดขวางการสืบสวนของต่างประเทศ (สหรัฐอเมริกา) และปล่อยให้คนที่มีหมายแดงจากอินเตอร์โพล สามารถเข้าออกในไทยอย่างเป็นอิสระ

[ การตอบโต้จากฝั่งรัฐ ]

30) ในเรื่องนี้ ฝั่งรัฐบาลเองได้ออกตอบโต้เช่นกัน โดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้ทวีตข้อความว่า “กรณีที่มีการแถลง ระบุรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องคดีทุจริต 1MDB ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เป็นการกล่าวหาให้ร้ายทำให้สังคมสับสน และขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาจะดำเนินคดีทางกฎหมาย”

31) ขณะที่ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกตำรวจ ได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายถอดเทปถ้อยคำทั้งหมดว่าเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะนี่เป็นการพาดพิงใส่ร้าย รัฐบาล หน่วยงานรัฐ และเจ้าหน้าที่หลายราย

32) ส่วนกรมราชทัณฑ์ได้อธิบายว่า นายจัสโต้ยอมสารภาพผิด จึงถูกจำคุก 3 ปี แต่เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ทำให้นายจัสโต้ติดคุกเหลือเพียงแค่ 1 ปี 6 เดือนเท่านั้น โดยช่วงเวลาที่รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์มาขอตัวนายจัสโต้กลับไป คุมขังที่สวิส เหลือโทษไม่ถึง 1 ปีเท่านั้น ซึ่งตามกฎหมายไทย ถ้านักโทษเหลือโทษไม่ถึง 1 ปีจะไม่สามารถโอนย้ายไปต่างประเทศได้

ส่วนในกรณีที่ไม่อนุญาตให้ FBI เข้ามาสอบสวนที่คลองเปรม ทางกรมราชทัณฑ์อธิบายว่า ทางเรือนจำได้ให้นายจัสโต้ลิสต์ 10 รายชื่อของบุคคลในครอบครัวเอาไว้สำหรับการเข้าเยี่ยม ซึ่งถ้าใครไม่มีชื่อเป็น 1 ใน 10 นี้ก็ไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ และถ้าหากเป็นหน่วยงานที่ต้องการสอบสวนใดๆเพิ่มเติมก็จำเป็นต้องขอหนังสือราชการมาด้วยทุกครั้ง

33) น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐโจมตี คณะอนาคตใหม่อย่างรุนแรงว่า “น.ส.พรรณิการ์ สร้างภาพว่าถูกกลั่นแกล้ง ให้ประชาชนและองค์กรต่างๆหลงกลเป็นเครื่องมือทางการเมือง หวังยกระดับสถานการณ์ความขัดแย้งไปสู่การเมืองบนท้องถนน”

[ บทสรุป ]

34) คดี 1MDB ถือเป็นคดีสะท้านโลก นี่คือการโกงเงินรัฐที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มูลค่าความเสียหายถึงระดับแสนล้านบาท มันทำให้ประเทศมาเลเซียเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่เงินภาษีของพวกเขา ที่ควรเอามาพัฒนาชาติให้เจริญรุ่งเรือง กลับถูกคนที่มีอำนาจเอามาใช้จ่ายตามใจชอบแบบนี้ ซื้อกระเป๋าหรู ซื้อแหวนเพชร ซื้อเรือยอชต์ ซื้อนาฬิกาแบรนด์เนม ทั้งๆที่มาเลเซียในหลายพื้นที่ก็ยังอยู่ในสภาวะยากจน หลายหน่วยงานขาดแคลนงบประมาณ แต่กลับโดนคนของรัฐที่ประชาชนส่วนใหญ่ไว้ใจ กระทำการในลักษณะนี้

35) ขณะที่ประเด็นที่เชื่อมโยงกับไทย ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า จะเชื่อมโยงกันจริงๆแค่ไหน โดยน.ส.พรรณิการ์ วานิชกล่าวว่า “ต้องการให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบและแสดงความจริงใจกับประชาชน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการถูกฟ้องร้อง หากจะกล่าวหาว่าตนเองว่า พูดลอยๆ ก็ขอให้นำหลักฐานออกมาชี้แจงว่าพูดลอยๆ อย่างไร”

36) นักข่าวได้ถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่า ที่บอกให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการกับเรื่อง 1MDB นั้น เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือเป็นการฟ้องร้อง น.ส.พรรณิการ์ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า

“ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบของเขา ถ้าไม่จริงก็ฟ้องไปสิ อันไหนฟ้องได้ก็ต้องฟ้อง”

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...