Advertisement

SHARE

แนวทางหนึ่งที่ถูกนำมาใช้เพื่อดูแลสุขภาพของคนไทย คือ การเก็บภาษีเพื่อสุขภาพ หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า ภาษีหวานมันเค็ม สำหรับไขมันและโซเดียมยังอยู่ระหว่างการศึกษา แต่สำหรับความหวานเตรียมปรับราคาจำหน่ายเครื่องดื่มหลายชนิด 1 ตุลาคมนี้ เครื่องดื่มให้ความหวาน น้ำอัดลม และเครื่องดื่มชูกำลังจะปรับอัตราภาษีขึ้นอีก 15 สตางต์ ถึง 1 บาทต่อขวดขนาด 1 ลิตร และจะทยอยปรับอัตราเพิ่มไปสูงสุดที่ 5 บาท ในปี 2564

ณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต

นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต คาดว่าการเก็บภาษีหวานมันเค็มจะช่วยรัฐจัดเก็บรายได้ เพิ่มขึ้นอีก 4,000 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2562 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการประกาศใช้ภาษีความหวานรอบแรก 3,000 ล้านบาท โดยกรมฯ พบว่า ผู้ผลิตสินค้าสามารถปรับสูตรลดปริมาณน้ำตาลจนได้รับเครื่องหมายสินค้าที่เป็นมิตรกับสุขภาพในท้องตลาดเพิ่มขึ้น จาก 30 ตัวอย่าง เป็น 100 ตัวอย่าง ภายในเวลาเพียง 1 ปี ช่วยให้ผู้บริโภค มีทางเลือก

ขณะเดียวกันกรมสรรพสามิตกำลังเร่งศึกษาแนวทางการเก็บภาษีความเค็ม และความมันหลังพบผลการศึกษาคนไทยบริโภคความเค็มเกินกว่าความต้องการของร่างกาย มากกว่า 2-3 เท่าตัว ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และสินค้าบางรายการถูกตีกลับจากต่างประเทศ เนื่องจากปริมาณโซเดียมสูงเกินค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลกกำหนด ยืนยันว่ามาตรการทางภาษีสุขภาพไม่ได้มุ่งหวังผลด้านรายได้ แต่ต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ลดค่าใช้จ่ายทางสาธารณสุขมากกว่า เพราะตามแผนจะเก็บภาษีจากปริมาณโซเดียมที่ใช้สำหรับปรุงรส แต่อาจไม่รวมกับโซเดียมที่ช่วยถนอมอาหาร ซึ่งจะเร่งสรุปรายละเอียดเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ภายในปีนี้

ปัจจุบันกรมสรรพสามิตเก็บภาษีความหวาน เฉลี่ยอยู่ที่ลิตรละ 1 บาท และตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไปจะมีการเก็บภาษีเพิ่มเฉลี่ยนลิตละ 3 บาท และจะค่อยๆ ปรับเพิ่มสูงสุดลิตรละ 5 บาทในปี 2564

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...