Advertisement

SHARE

แผ่นดินไหวเม็กซิโก รุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี

เวลา 13.14 น. ของวันที่ 19 กันยายน 60 ตามเวลาท้องถิ่นของเม็กซิโก เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงขนาด 7.1 บริเวณพื้นที่รัฐปวยบลา ทางตอนใต้ของกรุงเม็กซิโกซิตี้

แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในระดับความลึกจากดินลงไปราว 51 กิโลเมตร แต่ระดับความรุนแรงก็ส่งผลทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งนี้สามารถรับรู้ได้เป็นอย่างดีในเมืองหลวง มีผู้คนจำนวนมากแตกตื่นตกใจ ก่อนจะรีบวิ่งออกมาอยู่ที่โล่งแจ้ง

ขณะที่โซเชียลมีเดียต่างแชร์ภาพตัวอาคารทั่วเมืองพังถล่ม และโยกไหวไปมาอย่างน่ากลัว ถือเป็นแผ่นดินไหวที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของเม็กซิโกในรอบสามสิบปี

รวมถึงทำให้หลายครอบครัวต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน และต้องไปอาศัยอยู่ในค่ายพักชั่วคราวที่ตั้งขึ้นตามจุดต่างๆ ในกรุงเม็กซิโกซิตี้ โดยมียอดผู้เสียชีวิต 318 คน

เทรนด์ใหม่ของยุโรป ผู้นำรัฐบาลอายุน้อย

การเมืองต่างประเทศที่เป็นที่น่าจับตามอง คือบรรดาหนุ่มสาวที่ตบเท้าก้าวขึ้นเป็นผู้นำประเทศกันคนแล้วคนเล่า

จัสติน ทรูโด : ด้วยนโยบายเปิดรับผู้อพยพลี้ภัยที่งัดข้อนโยบายต่อต้านผู้อพยพของโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้น้ำสหรัฐฯ ชนิกดหักศอกทำให้หนุ่มมาดกเท่บุคลิกอบอุ่นคนนี้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำแคนาดาในวัย 45 ปี และได้รับการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บส ให้เป็น 1 ในผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของโลก

เอ็มมานูเอล มาครง : ประธานาธิบดีอายุน้อยที่สุดของฝรั่งเศสวัย 39 ปี ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้วยนโยบายที่ไม่สุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง และที่ฮือฮาไม่แพ้กันคือชีวิตครอบครัว หลังจากเปิดตัวภรรยาที่อายุมากกว่ามาครงถึง 24 ปี และยังเป็นอาจารย์ที่มาครงตกหลุมรักตั้งแต่อายุ 15 ปี

จาซินดา อาร์เดิร์น : นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ที่อายุน้อยที่สุดในรอบ 161 ปีของนิวซีแลนด์ซึ่งก้าวเข้าสู่การเมืองตั้งแต่อายุ 28 ปี และขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในวัย 37 ปี ด้วยนโยบายเพิ่มค่าแรง และลดจำนวนผู้อพยพ

เซบาสเตียน คูร์ซ : ที่ก้าวเข้าสู่สังเวียนการเมืองตั้งแต่อายุ 27 ปี และเป็นนายกรัฐมนตรีคนล่าสุดของออสเตรียในวัย 31 ปี ด้วยนโยบายปิดเส้นทางอพยพเข้ายุโรป

กระแสผู้นำโลกอายุน้อยสะท้อนให้เห็นว่าโลกต้องการผู้นำที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ก้าวทันเทคโลโลยี สื่อดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย มากกว่านักการเมืองหน้าเก่าสไตล์เดิมๆ

บัตรคนจน ประชานิยมหรือประชารัฐ

งบประมาณกับโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคร้งนี้ ใช้เงินไป 42,000 ล้านบาท ในที่สุดก็คลอดออกมาเป็นบัตรสมาร์ทการ์ดใบเล็กๆ เหมือนบัตรประชาชนผสมบัตรเครดิต ในบัตรมีวงเงินเพื่อใช้จ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าโดยสารรถสาธารณะ

แนวคิดน่าจะเป็นที่พึงพอใจแต่ก็ไม่แคล้วมีปัญหาสะท้อนออกมาเป็นระยะ ทั้งสัดส่วนเงินในบัตรที่ให้ค่าซื้อสินค้าน้อยกว่าค่าเดินทางมาก จนเกิดคำถามว่า คนจนที่ไหนอยากจะเดินทางทุกเดือน แถมคนจนต่างจังหวัดก็ไม่มีรถไฟฟ้าจะใช้

ในขณะที่ กะปิ น้ำปลา เป็นของที่ซื้อจำเป็นแต่ได้เงินส่วนนี้น้อยกว่า และยังมีปัญหาเรื่องการซื้อของต้องซื้อที่ร้านธงฟ้าประชารัฐเท่านั้น ทำให้ร้านชุมชนหรือโชห่วยไม่ได้ประโยชน์ในส่วนนี้ เงินทองตกสู่เจ้าของแบรนด์สินค้ารายใหญ่อีก เครื่องรูดบัตรก็ไม่เพียงพอ ร้านธงฟ้าฯ มีน้อย ต่อคิวยาว สินค้าไม่พอ

และที่ดูสะเทือนความรู้สึกมากที่สุด คือ มีผู้ที่ดูจะไม่ใช่ผู้มีรายได้น้อย ได้บัตรคนจนมาใช้กับเขาด้วย ทั้งคนจบ ดร. ทั้งนายแบบชีวิตหรูหรา ใช้นาฬิกาแพง ดื่มกาแฟแบรนด์ดัง

เรื่องนี้ไม่เพียงสะเทือนความรู้สึกคนจนที่ได้สิทธิ์ แต่ยังสะเทือนไปถึงกับผู้เสียภาษีเข้าโครงการช่วยเหลือคนจนครั้งนี้ว่าทำไมต้องจ่ายภาษีให้คนชีวิตสุขสบายแบบนี้ด้วย

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...