Advertisement

SHARE

ปิดตำนานกรรมกรข่าว สรยุทธ สุทัศนะจินดา

หลายสิบปีที่สรยุทธทำหน้าที่เล่าข่าว ปลุกคนหน้าจอโทรทัศน์และสร้างตำนานกรรมกรข่าวพันล้านที่ผู้ชมติดกันงอมแงมจนเรตติ้งกระจาย

สุดท้ายรายการข่าวก็กลับมาเล่นงานสรยุทธเอง เมื่อ ป.ป.ช. ตรวจสอบและชี้มูลความผิดว่า สรยุทธและบริษัทไร่ส้มที่ผลิตรายการ คุยคุ้ยข่าว ค้างค่าโฆษณาส่วนที่เกิน กับ อสมท. จำนวน 152 ล้านบาท แม้จะมีการส่งคืนแล้วในภายหลังแต่ความผิดถือว่าสำเร็จแล้ว

กระบวนการโกงค่าโฆษณาที่มีคนใน อสมท.ร่วมมือด้วย ถูกศาลชั้นต้น และศาลอุธรณ์พิพากษาให้จำคุกสรยุทธ 13 ปี 4 เดือน ส่งผลให้พิธีกรที่ดังที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเล่าข่าวต้องเข้าไปนอนในคุกหลายอาทิตย์ ก่อนที่จะขอประกันตัวได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามคดีนี้ยังเป็นหนังชีวิต มีศาลฎีกาเป็นที่พึ่งสุดท้ายของกรรมกรข่าวผู้นี้

ชนวน ริชาร์ด มิลล์ อาจล้มรัฐบาล

เป็นเพียงแค่เสี้ยวเวลาสั้นๆ ที่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยกมือกันแดดที่ส่องเข้าตาระหว่างนั่งรอถ่ายภาพหมู่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา

แม้จะเป็นเพียงจังหวะสั้นๆ ในการยกแขนแต่แสงแดดดันไปกระทบกับแหวนเพชรที่พลเอกประวิตรฯ สวมใส่ที่นิ้วนางเป็นประกายแวววับและช่างภาพได้จับภาพนั้นไว้ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะสร้างความฮือฮาไม่น้อย

ชาวเน็ตยังสังเกตเห็นที่ข้อมือพลเอกประวิทย์ฯ สวมใส่นาฬิกาไม่ธรรมดาอีกด้วยโดยเป็นนาฬิกาหรูสัญชาติสวิสเซอร์แลนด์ยี่ห้อ ริชาร์ด มิลล์ มูลค่าเรือนละมากกว่า 10 ล้านบาท

ไม่น่าเชื่อว่าภาพเพียงช็อตเดียวจะทำให้เรื่องใหญ่โตขยายวงกว้างออกไปเหมือนไฟลามทุ่ง เนื่องจากมีการไปตรวจสอบไม่พบทรัพย์สินทั้งสองอย่างนี้ที่ยื่นต่อ ปปช.เมื่อได้รับตำแหน่งปี พ.ศ. 2557

เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วันไม่น่าเชื่อ บรรดานักขุดโซเชียลเริ่มนำเอาข้อมูลของพลเอกประวิทย์ฯ มาเผยแพร่โดยระบุว่านาฬิกา ริชาร์ด มิลล์ ไม่ได้มีแค่เรือนเดียวแต่ยังมีนาฬิกาหรู ยี่ห้อดังระดับโลกอีกหลายเรือน และยังตั้งข้อสังเกตว่า นาฬิกาหรูแบรนด์ดัง ราคาแพงระดับนี้ได้แสดงต่อบัญชี ปปช. แล้วหรือยัง

หลังถูกมรสุมนาฬิการุมล้อมอย่างหนักทำให้พลเอกประวิทย์ วงษ์สุวรรณ บ่นเหนื่อยในการทำงาน ในขณะที่สังคมกำลังจับตาไปที่ ปปช. ว่าจะคลายความสงสัยในเรื่องนี้ได้อย่างไร

ตูน บอดี้สแลม เทพเจ้าองค์ใหม่ของสังคมไทย

ชั่วโมงนี้ไม่มีใครคู่ควรกับการเป็นบุคคลแห่งปีเท่ากับ อาทิวราห์ คงมาลัย หรือพี่ตูนอีกแล้ว หลังประกาศวิ่ง 2,1191 กิโลเมตร จากเบตงสู่แม่สาย ในโปรเจ็คท์ ก้าวคนละก้าว เพื่อรับบริจาคให้ได้ 700 ล้านบาท มอบให้กับโรงพยาบาลศูนย์ 11 แห่ง

การวิ่งอย่างทรหดของตูน บอดี้แสลม ชิงพื้นที่ข่าวทั้งหมดของสื่อหลักและออนไลน์เป็นแรมเดือน รอยยิ้มของผู้คนสองข้างทาง การร่าวมแรงร่วมใจกันบริจาคเงินทอง สิ่งของ ยันอาหารการกิน ได้สร้างสีสันให้กับแคมเปญนี้อย่างยิ่งใหญ่

แม้ตูนจะเจออาการบาดเจ็บเล่นงานทั้งจากการวิ่งที่ยาวไกล และแรงรักแรงศรัทธาของผู้คนที่เชลฟี่ ดึงตัวมากอด มาหอม รวมไปถึงการเหยียบขา จนตูนเสียจังหวะบาดเจ็บไม่ทำให้ตูนย่อท้อ เขายังวิ่งสร้างรอยยิ้มต่อไป จนห้างร้าน นักธุรกิจ ยังต้องร่วมบริจาคเงิน ตั้งแต่ 10 ล้านจนถึง 100 ล้านบาท

แม้จะมีคนตั้งข้อสังเกตุ และวิพากษ์วิจารณ์ว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ สปอนเซอร์แย่งซีน ช่วงที่ตูนวิ่งเข้ากรุงเทพฯ ขณะที่ตูนได้มีโอกาสพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี น่าจะหาทางสื่อสารถึงเรื่องการขาดแคลนงบประมาณของโรงพยาบาลดีหรือไม่ เพื่อให้การวิ่งของตูนไม่สูญเปล่า โดยการไปลดงบประมาณซื้ออาวุธของกองทัพลง จะเป็นการแก้ปัญหาที่แท้จริงและยั่งยืนกว่าหรือไม่

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...