Advertisement

SHARE

ภาพจาก pixabay

เทศกาลปีใหม่ใกล้เข้ามา เราต่างหาของขวัญเพื่อมาจับฉลาก หรือมอบให้ญาติสนิทมิตรสหาย ที่สุดท้ายไม่ว่าเราจะเป็นผู้ให้หรือผู้รับ ก็น่าจะคุ้นเคยกับ 5 ของขวัญเหล่านี้เป็นอย่างดี

  1. คุกกี้ในตำนาน

หลายคนชอบ หลายคนไม่ชอบ แต่ที่แน่ๆ เขามาทุกปีใหม่ไทย นั่นก็คือ “คุกกี้อิมพีเรียล” และ “คุกกี้อาร์เซนอล” ที่มาในกล่องเหล็กสีแดงแรงฤทธิ์ มีทหารต่างชาติยืนเป็นเอกลักษณ์หน้ากล่อง

ภาพจาก khajochi.com

“คุกกี้อิมพีเรียล” มีทหารเดนมาร์กที่หน้ากล่อง เป็นสินค้าจาก เครือเคซีจี กรุ๊ป ที่นอกจากจะผลิตและจำหน่ายคุกกี้อิมพีเรียลแล้ว ยังผลิตแยม เนย ขนม และน้ำส้มซันควิซ

โดยในปี พ.ศ. 2559 บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีรายได้ 5,299 ล้านบาท มีกำไร 151 ล้านบาท

ภาพจาก khajochi.com

“คุกกี้อาร์เซนอล” มีทหารอังกฤษตีกลองที่หน้ากล่อง เป็นสินค้าของ บริษัท สยามร่วมมิตร จำกัด นอกจากผลิตและจำหน่ายคุกกี้อาร์เซนอลแล้ว ยังผลิตขนมขบเคี้ยว อาทิ ฮานามิ, สแน็คแจ๊ค, คอนพัฟ เป็นต้น

โดยในปี พ.ศ. 2559 บริษัท สยามร่วมมิตร มีรายได้ 1,930 ล้านบาท มีกำไร 85 ล้านบาท

ภาพจาก bigc

“คุกกี้เดนม่า” คุกกี้สอดไส้รสผลไม้ ที่เริ่มกลายเป็นตำนานตามสองยี่ห้อด้านบนไปติดๆ แม้ไม่มีทหารเป็นเอกลักษณ์ แต่ก็มีสีสันหวานๆ ดึงดูดสายตาที่หน้ากล่อง และเพิ่มความต่างให้คุกกี้ด้วยการสอดไส้รสผลไม้ เป็นสินค้าของ บริษัท อาหารยอดคุณ จำกัด ที่นอกจากเดนม่าคุกกี้แล้ว ยังมีขนมขบเคี้ยว อาทิ คอนเน่ โปเต้ ปาปริก้า ก๊อบกอบ ฯลฯ

โดยในปี พ.ศ. 2559 บริษัทอาหารยอดคุณ มีรายได้ 2,397 ล้านบาท มีกำไร 435 ล้านบาท

 

  1. น้ำผลไม้

อีกหนึ่งตัวเอกที่ขาดไม่ได้ เป็นดั่งลมหายใจของแทบทุกกระเช้าของขวัญปีใหม่ นั่นก็คือ “น้ำผลไม้” ซึ่งยี่ห้อที่มักจะเห็นกันจนคุ้นชินในกระเช้า ก็คงไม่พ้น “ทิปโก้” และ “มาลี”

ภาพจาก thailandtrustmark

น้ำผลไม้ทิปโก้ (TIPCO) เป็นสินค้าของ บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) มีหน้าร้านขายน้ำผลไม้เป็นของตัวเอง เป็นร้านผลไม้ปั่น นอกจากผลิตและจำหน่ายน้ำผลไม้ทิปโก้แล้ว ยังผลิต น้ำแร่ออร่า ด้วย

โดยในปี พ.ศ. 2559 บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้ 6,107 ล้านบาท มีกำไร 813 ล้านบาท

ภาพจาก malee-nanrigter.blogspot.com

น้ำผลไม้มาลี (MALEE) เป็นสินค้าของ บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่แม้ไม่มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง แต่ใช้วิธีรับจ้างผลิตให้กับบริษัทต่างๆ เช่น นมยูเอชทีและพาสเจอร์ไรซ์ของ “ฟาร์มโชคชัย” รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว

โดยในปี พ.ศ. 2559 บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้ 6,578 ล้านบาท มีกำไร 530 ล้านบาท

 

  1. กาแฟ นม และเครื่องดื่มรสช็อกโกแลต

อีกหนึ่งตัวเลือกในบรรดาของขวัญปีใหม่ที่คนไทยคุ้นเคยกันมากก็คือ เครื่องดื่มจำพวกกาแฟ นม และเครื่องดื่มรสช็อกโกแลต ที่มาทั้งในรูปแบบกล่อง กระป๋อง และแบบผงที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ทั้งโหลแก้วและแบบซอง ซึ่งแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยกันดีก็คือ ไมโล โอวัลติน เนสกาแฟ นมตราหมี และมีอีกหลายแบรนด์ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

ภาพจาก f.ptcdn.info

เนสกาแฟ, นมตราหมี, ไมโล เป็นสินค้าของ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาของ “เนสท์เล่” บริษัทอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 2,000 แบรนด์ และมีบริษัทเนสท์เล่อยู่ใน 191 ประเทศทั่วโลก

นอกจากผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตไมโล เนสกาแฟ และ นมตราหมี แล้ว ยังมีสินค้าอื่นๆ อาทิ ชาเนสที, ครีมเทียมคอฟฟีเมต, เนสวิต้า, น้ำแร่มิเนเร่, น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์, โกโก้ครั้นช์, คิทแคท, ไอศกรีม ไปจนถึงแม็กกี้และอาหารสัตว์

ภาพจาก smeleader.com

สำหรับ เนสกาแฟ ในประเทศไทย มี กลุ่มบริษัท พีเอ็มส์ กรุ๊ปส์ ถือหุ้นอยู่ ในนาม บริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด ร่วมทุนกับเนสท์เล่ ครองส่วนแบ่งการตลาด 60% นำทัพโดย ประยุทธ มหากิจศิริ เป็นผู้บุกเบิก เขาจึงได้รับฉายาว่า ‘เจ้าพ่อเนสกาแฟ’ ทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่า เขาเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ และ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด แต่ที่จริงเป็นผู้ถือหุ้นโรงงานผลิตเนสกาแฟ

นอกจากนี้ ประยุทธ มหากิจศิริ ยังได้รับการจัดอันดับจาก Forbes magazine ให้เป็น มหาเศรษฐีอันดับที่ 13 ของเมืองไทย ปี 2017 ซึ่งนอกจากกลุ่มบริษัท พีเอ็มส์ กรุ๊ปส์ จะถือหุ้นโรงงานผลิตเนสกาแฟแล้ว ยังเป็นเจ้าของกิจการอีกหลายบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลากหลายประเภท อาทิ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, สนามกอล์ฟเลควูด, ผลิตฟิล์มใสแพ็กเกจจิ้งห่อสินค้า, ผลิตสแตนเลส สตีล และทองแดงบริสุทธิ์, ขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง ไปจนถึงการดูแลธุรกิจคริสปี้ครีมในประเทศไทย มูลค่ารวมหลายหมื่นล้านบาท

ภาพจาก fnthaidairies.com

ส่วน นมตราหมี เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2483 โดยในปี พ.ศ. 2550 บริษัท เฟรเซอร์ แอนด์นีฟ โฮลดิ้งส์ เบอร์ฮาด จำกัด (เอฟแอนด์เอ็น) ได้ซื้อลิขสิทธิ์ดูแลแบรนด์ นมตราหมี จากเนสท์เล่

ปัจจุบัน เอฟแอนด์เอ็น ยังเป็นพาร์ทเนอร์กับเนสท์เล่ โดยเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนมสดสเตอริไลซ์ “ตราหมี” และนม “ตราหมีโกลด์” ส่วน “นมตราหมี ยูเอชที” ทางเนสท์เล่เป็นผู้ดูแล

ภาพจาก milo

สำหรับ ไมโล เครื่องดื่มรสช็อกโกแลต มีต้นกำเนิดในประเทศออสเตรเลีย เมื่อปี พ.ศ. 2477 เริ่มเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2501 โดยเจ้าของแบรนด์ไมโลในประเทศไทยคือ บริษัท เนสท์เล่ (ประเทศไทย) จำกัด

และเพราะ “เนสท์เล่” มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ในปี พ.ศ. 2559 จึงมีรายได้ 46,533 ล้านบาท มีกำไร 1,723 ล้านบาท

ภาพจาก packagingcity.files.wordpress.com

มากันที่ โอวัลติน บ้าง โอวัลตินเป็นเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตที่มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเข้ามาจำหน่ายเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2477 ปัจจุบัน เจ้าของแบรนด์โอวัลตินในประเทศไทยคือ บริษัท เอบี ฟู้ด เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ในปี พ.ศ. 2559 บริษัท เอบี ฟู้ด เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีรายได้ 8,940 ล้านบาท มีกำไร 1,614 ล้านบาท

 

  1. รังนก

ถ้าพูดถึงของขวัญที่ดูดีมีราคา และผู้ใหญ่มักจะได้รับ ก็คงไม่พ้นเครื่องดื่มจาก “รังนก” ที่ “สก๊อต” และ “แบรนด์” ถือได้ว่าเป็น 2 ยี่ห้อ ที่คนไทยนิยม

ภาพจาก bigc

สก๊อตรังนก เป็นสินค้าของ บริษัท สก๊อต อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทของคนไทย ที่คนไทยถือหุ้นอยู่ 100% โดยผู้ถือหุ้นใหญ่ของสก๊อตคือ ตระกูลชวาลเวชกุล นอกจากรังนกแล้ว บริษัท สก๊อต อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด ยังผลิตซุปไก่สกัดและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพอื่นๆ เช่น คอลลาเจนและน้ำลูกพรุนอีกด้วย

โดยในปี พ.ศ. 2559 บริษัท สก๊อต อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด มีรายได้ 1,843 ล้านบาท มีกำไร 206 ล้านบาท

ภาพจาก tops

แบรนด์รังนก เป็นสินค้าของ บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท เซเรบอส จำกัด) นอกจากรังนกแล้ว บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด ยังผลิตซุปไก่สกัดและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพอื่นๆ อาทิ พรุนสกัด เบอร์รีสกัดยี่ห้อวีต้า เห็ดสกัด รวมทั้งแบรนด์ซุปไก่แบบเม็ด

โดยในปี พ.ศ. 2559 บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด มีรายได้ 12,552 ล้านบาท มีกำไร 3,078 ล้านบาท

 

  1. ผ้าขนหนู แก้วน้ำ นาฬิกา

ของขวัญที่มักจะได้จากการจับฉลาก และนิยมนำไปให้กันในราคาย่อมเยา มักจะเป็น ผ้าขนหนู แก้วน้ำ นาฬิกา ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา หลายคนเลือกซื้อหาสินค้าดังกล่าวจากร้านที่ขายสินค้าเบ็ดเตล็ด ทุกอย่างราคาเดียว โดยเฉพาะร้าน “ทุกอย่าง 20 บาท”

ภาพจาก daisoeshop, livejapan.com

แต่ถ้าจะอัปเกรดสินค้าขึ้นมา “ไดโซ” (DAISO) แบรนด์จากญี่ปุ่นที่มาบุกตลาดแฟรนไชส์ในบ้านเรา ก็ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยขายสินค้าราคาเดียว “ทุกอย่าง 60 บาท”

ภาพจาก facebook.com/daisothailand

“ไดโซ” เป็นแบรนด์ร้านขายสินค้าภายใต้ บริษัท DAISO SANGYO โดยมี ยาโน ฮิโรทาเคะ (Hirotake Yano) เป็นผู้ก่อตั้ง มีสาขาอยู่ทั่วโลกประมาณ 4,950 สาขา โดย “ไดโซ” ได้เข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2546 มีจำนวนสาขาในบ้านเราทั้งหมด 98 สาขา

ในปี พ.ศ. 2559 บริษัท ไดโซ ซังเกียว (ประเทศไทย) จำกัด มีรายได้ 1,299 ล้านบาท มีกำไร 134 ล้านบาท

ภาพจาก sylviatheisen.com

ไม่ว่าผู้ผลิตจะมีรายได้เท่าไหร่ก็ตาม นั่นไม่สำคัญเท่ารายได้ของผู้ซื้อ

และสุดท้าย ไม่ว่าผู้ซื้อจะตัดสินใจเลือกสิ่งใดไปเป็น “ของขวัญ” หรือเป็นผู้ที่ได้รับมา ซึ่งอาจเป็นของขวัญที่คุ้นเคย แต่สิ่งที่มีคุณค่ามากกว่านั้น คือ “น้ำใจ”

แล้วคุณล่ะ ปีใหม่นี้ เลือกได้หรือยังว่าจะมอบอะไรเป็นของขวัญให้กันดี

แหล่งอ้างอิง


(background graphic ภาพปกจาก https://www.freepik.com/free-vector/new-year-2018-background_1454550.htm”>Designed by Freepik)

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...