SHARE

คัดลอกแล้ว

ในเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ เป็นการ “แฉ” ปัญหาต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ในหน่วยงานรัฐ ของประเทศไทย อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

องค์กรที่สร้างภาพลักษณ์ว่าตัวเองคือ “คนดี” ที่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ มาวันนี้ทุกคนก็ได้รู้ว่า ในองค์กรเอง โกงกินกันสะบั้น แบบที่ไม่สำนึกในสโลแกนขององค์กรตัวเองด้วยซ้ำ

เช่นเดียวกับเรื่องทุนจีน ที่จะยึดประเทศไทยอยู่แล้ว ทำผิดก็ยังอาจจะเอาตัวรอดไปได้ รัฐไทยไม่มีความสามารถจะเอาผิดใดๆ ได้ จนกลายเหมือนประเทศเราเป็นสวรรค์ของทุนเถื่อนไปแล้ว

เราเห็นอะไรบ้างในรอบ 5 วัน หลังจากเกิดแผ่นดินไหว ไปไล่เรียงกันได้เลย

1) ความเน่าใน สตง.

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่จับผิด การใช้เงินของข้าราชการ ที่ผ่านมา สตง. โดนวิจารณ์มาตลอด ว่าใช้อำนาจไล่บี้กับข้าราชการตัวเล็กๆ เช่น มีครูในโรงเรียนชนบท ซื้อพัดลมมาเพื่อให้ใช้กับเด็กนักเรียน ในวันอากาศร้อน โดนสตง. ไล่บี้ไปที่ค่าไฟ จนสุดท้าย ครูต้องควักเงินออกเอง

นอกจากนั้นยังไล่เช็ก ค่าอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน 27 คน จนครูต้องถ่ายรูปนักเรียน 27 คนทุกวัน เพื่อเอาไปยืนยันว่า ใช้เงินรัฐอย่างถูกต้องทุกบาททุกสตางค์ 

ในขณะที่ข้าราชการ คนทำงานตัวเล็กๆ ต้องมีหลักฐานอ้างอิงทุกบาท ทุกสตางค์ แต่สตง. กับใช้จ่ายเงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย มีการซื้อเก้าอี้หนังอย่างดีจากอิตาลี ในราคา 97,900 บาท, พรม ราคา 110,000 บาท โซฟา ราคา 165,000 บาท เอาไว้ในสำนักงานแห่งใหม่ที่เพิ่งจะถล่มลงไป ผลาญงบอย่างสนุกสนาน 

จนทำให้เกิดความถามว่า คุณกล้ามาตรวจสอบเงินแผ่นดินได้ยังไง เอาสิทธิ์อะไรมาอ้างอิงว่าตัวเองเป็นคนดี ไปชี้นิ้วสั่งให้คนอื่นประหยัด ในเมื่อตัวเอง ผลาญเงินแผ่นดินอย่างสนุกสนานแบบนี้ 

2) องค์กรอิสระของไทยมีอำนาจ แม้แต่นายกฯ ยังแตะต้องไม่ได้

ในรัฐธรรมนูญฉบับที่คสช. เขียนขึ้นมาใหม่ ให้อำนาจแก่องค์กรอิสระ สามารถทำอะไรก็ได้ โดยไม่มีใครแทรกแซงได้ องค์กรอิสระอย่างเช่น กสทช., สตง., ปปช. หรือ กกต. องค์กรเหล่านี้มีอำนาจ แม้แต่นายกรัฐมนตรี ยังไม่สามารถทำอะไรได้ 

นี่คือเล่ห์กลเม็ด ที่ถูก คสช. สอดไส้ไว้ในรัฐธรรมนูญ สามารถใช้เป็นเครื่องมือ ในการเล่นงานฝั่งตรงข้าม แล้วยังไม่สามารถตรวจสอบได้อีกต่างหาก

กรณี SMS แจ้งเตือนภัย ที่เป็นหน้าที่ของกสทช. แม้จะเห็นตำตาว่า ทำงานผิดพลาด แต่นายกรัฐมนตรีก็ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีอำนาจแทรกแซงองค์กรอิสระ ถ้าหากสั่งย้ายใคร นายกฯ อาจจะโดนศาลเล่นงานถึงขั้นถอดถอนเลยก็ได้ คำถามคือ ขนาดคนที่มีอำนาจสูงสุดในประเทศยังแตะต้องไม่ได้ แล้วประชาชนทั่วไปจะทำอย่างไร 

เหตุผลที่การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ ก็เพื่อลดอำนาจ ความไร้เทียมทานขององค์กรอิสระเหล่านี้ออกไป ไม่ใช่ทำผิดเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครแตะต้องได้แบบนี้

3) ได้รู้ว่า อาจมีการ “ฮั้ว” เกิดขึ้น กับราชการไทย และกลุ่มทุนจีน

ความน่ากลัวของเหตุการณ์ตึกถล่มที่จตุจักร นั่นคือ บริษัทที่รับหน้าที่สร้างตึก คือไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) เป็นผู้รับเหมา ที่สตง. อนุมัติ ให้สร้างอาคารขึ้นมาได้

หลังจากตึกถล่ม ค้นพบว่า ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) เป็นบริษัทที่แปลกประหลาดอย่างมาก คนไทยถือหุ้นใหญ่ 51% ก็จริง แต่คนถือหุ้นใหญ่ กลับกลายเป็นคนไทยที่ถูกสวมเป็นนอมินีให้กลุ่มทุนจีนเฉยๆ นี่คือการกระทำที่หยามน้ำหน้ากฎหมายไทยเป็นอย่างมาก

นอกจากนั้น สื่อมวลชน มีการไปลงพื้นที่ ไปสำนักงานของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) ปรากฏว่าเป็นตึกแถวที่ไม่มีใครใช้ทำงาน ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นบริษัทที่รับงานสร้างตึก ที่มีมูลค่ามากกว่า 2 พันล้านบาทได้

คำถามคือ สตง. ไม่เคยตรวจสอบใดๆ เลยหรือ ว่าใครจะมาก่อสร้างให้อาคารของตัวเอง และกลุ่มทุนจีน กลุ่มนี้ได้รับงานนี้ได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ไม่มีความโปร่งใส และไม่มีผลงานเชิงประจักษ์ให้ได้เห็น เป็นไปได้ไหม ที่จะมีการทุจริต ฮั้วรับผลประโยชน์กันเกิดขึ้น

4) ได้พบว่า “เหล็ก” จากประเทศจีน กระทบโดยตรงกับผู้ประกอบการไทย

ในตึก สตง. ที่เกิดเหตุนั้น เหล็กที่ใช้ มีส่วนหนึ่งเป็นของบริษัท ซินเคอหยวนจากจีน ที่มาเปิดธุรกิจที่ไทย ปรากฏว่า เป็นเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน และเชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ตึกถล่ม

ซินเคอหยวน เป็นผู้ผลิตเหล็กเส้น เหล็กหลวด เข้ามาทำตลาดในไทยเมื่อหลายปีก่อน ด้วยราคาที่ถูกกว่าจากพลังของทุนจีน ส่งผลให้โรงงานเหล็กสัญชาติไทยจำนวนมาก ต้องปิดตัวลงเพราะไม่สามารถสู้สงครามราคาได้ไหว 

ซินเคอหยวน ตั้งแต่อยู่ในไทย ก็สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยหลายครั้ง ทั้งการใช้เตาอินดักชั่นเผาเหล็ก ที่ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์มหาศาล ส่งผลต่อมลพิษทางอากาศในไทย ตามด้วยเหตุปั้นจั่นหอถล่มทับลูกจ้างจนเสียชีวิต 7 ศพ ตามด้วยเหตุโรงงานระเบิดที่ระยอง

กระทรวงอุตสาหกรรมสั่งปิดโรงงานซินเคอหยวน ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันก็ยังมีการทำงานอยู่ มีรถบรรทุกขนเหล็กอยู่เป็นปกติ อย่างไม่สนใจกฎหมายบ้านเมือง 

คำถามคือ เหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน จากโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน ของทุนจีน แต่ทำไม สตง. จึงปล่อยให้ถูกนำมาใช้กับการสร้างอาคารของตัวเอง นอกจากอุตสาหกรรมไทยจะไม่ได้ประโยชน์แล้ว ยังมีส่วนทำให้อาคารถล่มอีกต่างหาก นี่คือหายนะชัดๆ

5) ได้เห็นความไร้ประสิทธิภาพ เรื่องเตือนภัยของรัฐ

นับจากปี 2565 จนถึงปี 2568 รัฐได้มอบงบประมาณ จำนวน 868 ล้าน ให้กับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อให้ทำเรื่อง “ระบบเตือนภัย” โดยเฉพาะ แต่อย่างที่เรารับทราบกันไปแล้ว ในวิกฤติแผ่นดินไหว ประชาชนไม่ได้รับข้อความแจ้งเตือน บางคนมาได้รับข้อความจากรัฐก็ผ่านมาแล้ว 24 ชั่วโมง มาได้ตอนนั้นแล้วจะมีประโยชน์อะไร

นี่คือความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เอางบไป 868 ล้านบาท ในช่วง 4 ปี แต่เมื่อถึงยามต้องใช้งานจริงๆ กลับไม่สามารถใช้การได้ แล้วจะต้องจ่ายเงินขนาดนั้นไปทำไมทุกๆ ปี เงินที่จ่ายไปเป็นการเอื้อให้กลุ่มไหนหรือไม่ 

ปัญหาเรื่อง การเตือนภัย ถือว่าแตะตรงไหนก็มีปัญหา ทั้งจาก ปภ. จากกสทช. มีแต่ข้ออ้างเต็มไปหมด ไม่สามารถใช้งานได้เสียที จนสร้างความลำบากให้ประชาชน ถ้าหากไปดูประเทศที่เจริญแล้ว ทั้งเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เรื่องสัญญาณเตือนภัย และคำแนะนำว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรในเหตุภัยธรรมชาติ มีขึ้นเป็นปกติ แต่ประเทศไทย ไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ ทั้งๆ ที่ผลาญงบไปมากขนาดนี้

ความน่าสลดของเหตุการณ์แผ่นดินไหว คือ เราต้องทนเห็น “ความเละ” ของหน่วยงานรัฐทุกๆ อย่าง 

น่าสนใจว่า เมื่อเห็นสารพัดปัญหาแล้ว จะมีการแก้ไขให้ดีขึ้นได้จริงหรือไม่ หรือว่าสุดท้าย เหตุการณ์ทุกอย่างก็จะวนไปอยู่ลูปเดิม และประชาชนก็ได้แต่ต้องทำใจใช้ชีวิตต่อไป โดยเห็นตำตาทั้งปัญหากับกลุ่มทุนจีน และองค์กรอิสระโกงกินกันอย่างหน้าไม่อายแบบนี้

podcast

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า