องค์การอนามัยโลกเรียกประชุมด่วน ประเมินความเสี่ยงไวรัสอีโบลาระบาดในคองโก หลังพบผู้ติดเชื้อในเขตเมือง ซึ่งทำให้เกิดการแพร่เชื้ออย่างรวดเร็ว โดยการระบาดรอบใหม่ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 23 ราย
วันที่ 17 พ.ค. 61 องค์การอนามัยโลก (WHO) เตรียมเรียกประชุมฉุกเฉินคณะกรรมการในวันศุกร์นี้ (18 พ.ค. 61) เพื่อรับมือความเสี่ยงจากการระบาดของไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
โดยคณะกรรมการฉุกเฉินจะตัดสินใจว่า จะประกาศภาวะฉุกเฉินของการระบาดอีโบลาในระดับสากลหรือไม่ ซึ่งหากประกาศ จะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างประเทศ เปิดระดมทุนการวิจัยมากขึ้น เพื่อยับยั้งการระบาดของไวรัส
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 61 องค์การอนามัยโลกได้ยืนยันการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา หลังจากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่ามีผู้ป่วย 2 ราย จากกลุ่มผู้ป่วย 5 ราย ล่าสุดมีผู้ที่คาดว่าป่วยจำนวน 44 ราย เสียชีวิตรวม 23 ราย และสิ่งที่น่ากังวลคือได้รับการยืนยันว่ามีผู้ติดเชื่อในเมืองบังดาคา ริมแม่น้ำคองโก ที่มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 1 ล้านคน ซึ่งจะทำให้การแพร่ระบาดรวดเร็วกว่าพื้นที่นอกเมือง
“การแพร่ระบาดอีโบลาสู่เขตเมืองเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก องค์การอนามัยโลกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังร่วมมือทำงาน เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อในเมืองบังดาคาทั้งหมดให้เร็วที่สุด” ผอ.องค์การอนามัยโลกประจำแอฟริกากล่าว
อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกเตือนว่าในภูมิภาคนี้ยังคงมีความเสี่ยงแพร่ระบาดของไวรัสในระดับปานกลาง เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถเดินทางผ่านแม่น้ำคองโกไปยังประเทศอื่นๆ อย่างสาธารณรัฐแอฟริกากลาง รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ในคองโก ส่วนความเสี่ยงการระบาดไปทั่วโลกยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากความห่างไกลของพื้นที่ และการเตรียมรับมือการระบาดอย่างรวดเร็ว
เมื่อปี 2557-2559 เกิดการระบาดของไวรัสอีโบลาบริเวณตะวันตกของแอฟริกา ทั้งในกินี เซียร์ราลีโอน และไลบีเรีย มีผู้เสียชีวิตีอย่างน้อย 11,300 ราย