นอกจากต้องเผชิญกับความเสียหายปัญหาจากน้ำท่วมครั้งรุนแรงแล้ว ขณะนี้ผู้คนในประเทศญี่ปุ่น ยังต้องเจอกับสภาพอากาศเลวร้าย ด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้น 38 องศาเซสเซียส เสี่ยงโรคลมแดด และโรคระบาด ขณะที่ผู้นำประเทศต่างๆ ส่งกำลังใจถึงนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ
สำนักข่าวเอ็นเอชเค รายงานว่า สภาพอากาศในประเทศญี่ปุ่นมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางตะวันออกและตะวันตกของประเทศ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเสี่ยง กับโรคฮีทสโตรก หรือโรคลมแดด
เมื่อวันเสาร์ (14 ก.ค. 61) ที่ผ่านอุณหภูมิในจังหวัดกิฟุ, มิเอะ และเกียวโต เพิ่มสูงขึ้นทะลุ 38 องศาเซสเซียส สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น คาดว่า อากาศร้อนจะครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในวันอาทิตย์นี้ และทางภาคตะวันออก อาจมีพายุฝนฟ้าคะนอง ให้ฝนตกลงมาในช่วงบ่าย ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศแปรปรวน
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ประชาชนที่ประสบภัยจากเหตุน้ำท่วมครั้งรุนแรงในญี่ปุ่น เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคฮีทสโตรกมาก เนื่องจาก ในพื้นที่ยังชื้นจากน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักก่อนหน้านี้ ผู้คนยังไม่สามารถย้ายเข้าที่พักอาศัยได้ ต้องอยู่ในที่พักชั่วคราว ซึ่งมีผู้อพยพอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก โดยประชาชน ในที่พักชั่วคราว ควรดื่มน้ำ และรับประทานเกลือแร่

(ภาพจาก @AbeShinzo )
หลายจังหวัดทางตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น ต้องเผชิญกับเหตุแผ่นดินถล่ม น้ำท่วม เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก จนทำให้ปริมาณน้ำฝนเพิ่มเป็น 3 เท่า ตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม และยังมีดินโคลนถล่มลงมาปิดกั้นแม่น้ำ ระบบสาธารณูปโภคพังเสียหาย ผู้คนกว่า 4 ล้านคนต้องอพยพจากที่อยู่อาศัย รวมทั้งมีผู้ต้องสังเวยชีวิตไปกว่า 204 คน และยังคงมีผู้สูญหายอีกหลายสิบคนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังค้นหาภายใต้ซากปรักหักพัง
ขณะที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนอังกฤษ และรัสเซียได้ทวีตข้อความถึง นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น เพื่อให้กำลังใจ และแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติครั้งนี้ โดยทางด้าน นายอาเบะ ก็ได้ทวีตข้อความขอบคุณ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ส่งกำลังใจมาให้ในยามที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความยากลำบาก
เป็นกำลังใจให้ชาวญีปุ่่น ที่กำลังเผชิญกับภัยน้ำท่วมที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 36 ปี อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงชื่นชมตามมาด้วย #prayforjapan #Japanflood #Workpointnews
ขอบคุณภาพ AFP / Asahi Shimbun
อ่านรายละเอียด…https://t.co/nTGVesKlGR pic.twitter.com/RjwyijOvRg— Workpoint News (@workpoint_news) 13 กรกฎาคม 2561
อ่านข่าวอื่นได้ที่
เว็บไซต์ : workpointnews.com
เฟซบุ๊ก: ข่าวเวิร์คพอยท์ ตลาดข่าว
ยูทูบ: workpoint news
ทวิตเตอร์: workpoint news
อินสตาแกรม: workpointnews