วันที่ 22 ม.ค. ที่รัฐสภา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ นำนายวิชัย เย็นนะศา ตัวแทนชาวบ้านหมู่บ้านพุลุ้ง หมู่ 9 ต.เขาชะงุ้ม ที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานผลิตอาหารสัตว์ในพื้นที่อ.โพธาราม จ.ราชบุรี พร้อมรายชื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบกว่า 100 คน เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอความช่วยเหลือคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายยงยุทธ สุวรรณบุตร ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานกมธ.การอุตสาหกรรม
น.ส.ปารีณา กล่าวว่า โรงงานอาหารสัตว์ดังกล่าวมีการก่อสร้างใกล้กับบ้านประชาชน ทำให้มีปัญหาเรื่องกลิ่น เสียง รวมถึงการปล่อยน้ำเสียลงพื้นที่ ต.เขาชะงุ้ม ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียว และเป็นพื้นที่โครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ประชาชนจึงไม่อยากให้มีโรงงานในพื้นที่ดังกล่าว แต่ทางอุตสาหกรรมจังหวัดยังยืนยันว่าสามารถก่อสร้างได้โดยไม่ต้องทำประชาพิจารณ์
.
ปัญหาระหว่างชาวบ้านกับโรงงานดังกล่าวมีมานานแล้ว มีการข่มขู่ทำร้ายร่างกาย ยิงปืนข่มขู่ ซึ่งชาวบ้านได้ต่อสู้มานานแล้ว จนต้องมีการมาร้องเรียนผ่าน ส.ส. ซึ่งส.ส.ที่ลงพื้นที่ไปก็โดนต่อว่าเช่นกัน
https://www.facebook.com/helpcrimevictimclub/videos/762634794230843/
ส่วนในวันที่ปรากฎคลิปตนปะทะคารมกับเจ้าของโรงงาน เป็นการลงพื้นที่ไปวัดระยะห่างระหว่างโรงเรียนและโรงงานอาหารสัตว์ วัดได้ประมาณ 714 เมตร แต่ในส่วนของขอบพื้นที่ไปอาคารผลิตอาหารสัตว์ห่างประมาณ 1,003 เมตร กับอีก 68 เซนติเมตร ซึ่งเกินมาแค่ 3 เมตร 68 เซนติเมตร หรือเพียง 3 ก้าวเดิน ซึ่งตามกฎหมายจะต้องเกิน 1,000 เมตร ซึ่งตนอยากให้กมธ.อุตสาหกรรม ลงไปตรวจสอบในพื้นที่ว่ามีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน และจะช่วยเหลือชาวบ้าน โดยการระงับการก่อสร้างได้อย่างไรบ้าง
ทั้งนี้ในวันเดียวกัน น.ส.ปารีณา ในสัมภาษณ์ถึงไลน์หลุดที่วิจารณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตร ที่กำกับดูแลสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ว่า ยังไม่ได้มีการคุยกันและไม่ได้ขอให้ช่วยอะไรเป็นการโต้แย้งกันปกติไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ดิน ตนเป็นผู้น้อยไม่อาจมีข้อขัดแย้งกับผู้ใหญ่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เป็นประธาน นายนภดล ตันติเมฆิน ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย สปก.ได้ชี้แจง เรื่องที่ดินเขาสนฟาร์มของ น.ส.ปารีณา ว่า หากส่งคืนให้ สปก.แล้ว ไม่มีบทลงโทษตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการดำเนินการเหมือนกันทุกกรณี