กฎหมายความมั่นคงทำพิษ แอมเนสตี้ยกธงขาวในฮ่องกง ชี้ต้องทำงานโดยไร้อิสระและหวั่นโดนจีนเล่นงาน
วันที่ 24 ต.ค. 2564 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์การด้านสิทธิมนุษยชนสากล ประกาศว่าจะปิดสำนักงาน 2 แห่งในฮ่องกงภายในปีนี้ ทั้งในส่วนท้องถิ่นและส่วนภูมิภาค หลังจากต้องเผชิญกับความยากลำบากนับตั้งแต่ที่จีนประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงในฮ่องกง
แถลงการณ์บนเว็บไซต์ของแอมเนสตี้ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกิดจากกฎหมายความมั่นคงของฮ่องกง ที่ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่องค์กรสิทธิมนุษยชนจะทำงานได้อย่างอิสระ และปราศจากความหวาดกลัวที่จะโดนเล่นงานจากรัฐบาล
ที่ผ่านมาฮ่องกงเป็นฐานที่มั่นในอุดมคติที่สำคัญสำหรับองค์กรเพื่อสังคมในระดับนานาชาติ แต่การเพ่งเล็งจากเจ้าหน้าที่รัฐที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ส่งผลให้การทำงานเป็นไปได้ยากขึ้น ในสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอนเช่นนี้
การเริ่มนำกฎหมายความมั่นคงมาบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจมากขึ้นในการจัดการกับกิจกรรมที่เห็นว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง และได้มีการใช้กฎหมายฉบับนี้ในการจัดการกับผู้ประท้วง องค์กร และนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามจำนวนมาก
ยามินี มิชรา ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เคยออกมากล่าวถึงกฎหมายฉบับนี้ว่าได้ถูกใช้เป็นอาวุธ เพื่อลงโทษบุคคลที่กล้าท้าทายสถาบันหลัก เป็นกฎหมายโหดเหี้ยมที่ให้อำนาจรัฐบาลจีนและฮ่องกง ในการบดขยี้ผู้เห็นต่างตามอำเภอใจ ทำให้ผู้วิจารณ์รัฐบาลทุกคนเสี่ยงจะถูกคุมขัง