วันที่ 3 ก.พ. 2565 พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โควิดประจำวันว่า โควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนกำลังจะกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในไทย ล่าสุด ศบค.ได้รับรายงานพบคลัสเตอร์ในโรงเรียนและสถานศึกษาในพื้นที่ 11 จังหวัด อาทิ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.หนองบัวลำภู จ.สุพรรณบุรี จ.มหาสารคาม จ.ศรีสะเกษ จ.สระแก้ว จ.ชลบุรี และกรุงเทพฯ เป็นเหตุให้ผู้ปกครองเกิดความกังวลในความปลอดภัยที่ลูกหลานที่จะต้องไปเรียนที่โรงเรียน
ศบค.ต้องเน้นย้ำว่าในที่ประชุมได้มีการวิเคราะห์ว่า โควิดที่ระบาดเกิดในโรงเรียน แม้ว่าจะมาตรการคุมเข้มแล้วแต่ก็ยังพบคลัสเตอร์เล็กๆ ไม่เกินจังหวัดละ 10 คน และส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชั้นเดียวกัน ทำให้ต้องมีการปิดการเรียนการสอนในระดับชั้นเรียนนั้นๆ เราไม่จำเป็นต้องปิดทั้งโรงเรียน และต้องเน้นมาตรการเป็นสำคัญ
สัปดาห์ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้หารือร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับแผนเผชิญเหตุ หากในโรงเรียนมีนักเรียนติดเชื้อ 1-2 รายในชั้นเรียน จะให้ปิดเฉพาะห้องเรียนนั้น ชั้นเรียนนั้น เป็นเวลา 3 วันทำการ ผู้ที่ติดเชื้อนำเข้าสู่กระบวนการรักษา ผู้ที่เสี่ยงสูงให้เรียนออนไลน์ และผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำเข้ามาเรียนในโรงเรียนได้ แต่ถ้าต้องการจะปิดทั้งโรงเรียนขอให้ปรึกษากับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดด้วยก่อนเสมอ เพราะการศึกษาของบุตรหลานมีความจำเป็น
- สั่งทุกจังหวัดเข้มตรวจตลาด
พญ.อภิสมัย กล่าวว่า มีรายงานคลัสเตอร์ที่ตลาด 21 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สระบุรี ชลบุรี กาญจนบุรี ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ประจวบคีรีขันธ์ น่าน ร้อยเอ็ด นครราชสีมา ปทุมธานี สุรินทร์ ลพบุรี ปราจีนบุรี ตราด ขอนแก่น อ่างทอง เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา อุดรธานี สมุทรสาคร บุคลากรทางการแพทย์ จังหวัดเชียงใหม่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ปทุมธานี นนทบุรี อุดรธานี ขอนแก่น กรุงเทพฯ จึงต้องเน้นย้ำให้แต่ละจังหวัดเน้นย้ำมาตรการให้เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะตลาด ส่วนตรุษจีน ต้องรอดูไปอีก 1-2 สัปดาห์ จึงจะเริ่มมีรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวเนื่องมาจากเทศกาลตรุษจีน, งานพิธีกรรม งานศพ ที่อุบลราชธานี ศรีสะเกษ อุดรธานี เพชรบุรี จันทบุรี และงานแต่งงาน จังหวัดน่าน ศรีสะเกษ และมหาสารคาม คลัสเตอร์งานบวช ปราจีนบุรี
ศบค.ฝากส่วนราชการที่ต้องเข้มงวดกับนักท่องเที่ยวฝ่าฝืนมาตรการ หรือสถานประกอบการที่ไม่ดำเนินตามมาตรการกับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ขอให้เข้มงวด เอาผิด ต้องทำโทษหรือปรับ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดหา ATK มาตรฐานที่ประชาชนเข้าถึงได้ ต้องมีราคาประหยัด ตามโครงการ ATK คุณภาพเพื่อสังคมไทย โดยจะทบทวนเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน และนำเสนอ ศบค. ชุดใหญ่ พิจารณาในสัปดาห์หน้า