จากการคว่ำบาตรเพื่อตอบโต้รัสเซียของโลก ส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างหนักในรัสเซีย แต่ถึงอย่างนั้น บริษัทพลังงานรายใหญ่ของรัสเซียอย่าง Gazprom ยังคงส่งออกก๊าซได้ตามปกติ และมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นด้วย
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นได้ TODAY Bizview จะอธิบายให้ฟัง
Gazprom คือผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติในรัสเซียที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากการจัดหาก๊าซให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่ Gazprom จะส่งออกก๊าซไปยังยุโรปและเอเซีย ก่อนหน้านี้บริษัทเองยังมีประเด็นที่จีนจะเข้ามาลงทุนอีกด้วย หลังจากนักลงทุนยุโรปทยอยถอนตัวออกจากการถือหุ้น
ในต้นเดือนที่ผ่านมา Gazprom เพิ่มปริมาณส่งออกก๊าซธรรมชาติอย่างเห็นชัด ซึ่งการเพิ่มปริมาณการส่งออกรายวันในเดือนนี้ ถือว่าเป็นการส่งออกสูงสุดในรอบเจ็ดเดือนที่มา
จากกระแสของการคว่ำบาตร ทำให้ผู้ซื้อสต็อกสินค้าท่ามกลางความกังวลอย่างต่อเนื่อง จากการบุกยูเครนของรัสเซียที่อาจจะส่งผลกระทบต่อปริมาณคงเหลือของสินค้า และมีความเสี่ยงที่รัสเซียอาจจะหยุดการส่งออกด้วย
โดยผู้ซื้อก๊าซธรรมชาติกำลังเรียกร้องและพยายามที่จะนำเข้าเชื้อเพลิงเท่าที่จะทำได้ ในกรณีที่มอสโกตอบโต้การคว่ำบาตรอย่างรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบไปถึงความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญตามเส้นทางขนส่งของยูเครน และก่อให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
จากการรายงานของ Bloomberg บริษัท Gazprom ส่งออกก๊าซเฉลี่ยวันละ 500 ล้านลูกบาศก์เมตรไปยังประเทศที่ไม่ได้อยู่ในสหภาพโซเวียต ในครึ่งเดือนแรกของมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งปริมาณส่งออกมากกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งเดือนกุมภาพันธ์ที่ 19% แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของเดือนมีนาคมในปี 2021 ที่ผ่านมา
ถึงแม้การส่งออกจะเพิ่มขึ้น แต่ผลผลิตก๊าซของ Gazprom เฉลี่ยอยู่ที่ 1.47 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันในเดือนมีนาคม ลดลงเกือบ 2% จากเดือนก่อน และต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว
ที่ผ่านมา รัสเซียเป็นผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติของยุโรปมากถึง 40% ซึ่งในบรรดาประเทศของสภาพยุโรปนั้น เยอรมนี นำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด สำหรับการใช้เชื้อเพลิงเพื่อช่วยให้บ้านอบอุ่นในฤดูหนาว และใช้ในการผลิตต่างๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ เยอรมนียังมีเศรษฐกิจที่ใหญ่ และเป็นพันธมิตรหลักของสหรัฐอเมริกา ทั้งยังเป็นผู้เข้าร่วมที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในการเจรจาเกี่ยวกับยูเครนอีกด้วย
แต่จากสงครามในครั้งนี้ ทำให้หลายๆ ประเทศกำลังพยายามที่จะเลิกนำเข้าก๊าซจากรัสเซียในระยะยาว ซึ่งจะใช้เวลาพอสมควร ถึงแม้ในอนาคต ประเทศเหล่านี้มีความจำเป็นที่จะต้องกลับมาใช้ก๊าซของรัสเซียอยู่ดี
ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัสเซีย ได้ออกคำเตือนหลายครั้งเกี่ยวกับการตัดจ่ายก๊าซที่อาจจะเกิดขึ้น
โดย อเล็กซานเดอร์ โนวัก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารัสเซียอาจจะพิจารณาหยุดส่งก๊าซธรรมชาติ ผ่านท่อ Nord Stream 1 ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงที่ใหญ่ที่สุดไปยังยุโรป เพื่อตอบโต้การคว่ำบาตรในครั้งนี้
ทางด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงาน เผยว่าการส่งก๊าซผ่านยูเครนมีความเสี่ยงที่จะหยุดชะงัก เนื่องจากไม่สามารถรับประกันถึงความปลอดภัยที่สถานีคอมเพรสเซอร์ตลอดเส้นทางได้
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ยังคงย้ำว่าประเทศปฏิบัติตามข้อผูกพันด้านอุปทานอย่างเต็มที่
ทางด้านผู้เชี่ยวชาญยังเผยอีกว่า เป็นไปได้ยากมากที่รัสเซียจะตัดการส่งก๊าซไปยังยุโรปโดยสมบูรณ์อย่างกะทันหัน แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริง จะเป็นสิ่งที่เจ็บปวดมากสำหรับสหภาพยุโรป อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับรัสเซีย คือการตัดการส่งออกก๊าซผ่านท่อในยูเครน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเยอรมนีอย่างมาก
ในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กรรมาธิการพลังงานยุโรป กาดรี ซิมสัน กล่าวว่า หากมีการหยุดชะงักของการไหลของก๊าซจากรัสเซีย วิธีแก้ปัญหาในระยะสั้น คือการนำเข้าก๊าซเพิ่มเติมจากนอร์เวย์ อาเซอร์ไบจาน กาตาร์ และสหรัฐอเมริกาแทน
แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าปริมาณก๊าซธรรมชาติเหลวของสหรัฐอเมริกาและกาตาร์ ไม่น่าจะครอบคลุมความต้องการทั้งหมดในกรณีที่มีการตัดยอดของรัสเซียโดยสมบูรณ์
การใช้ทางเลือกอื่น นอกเหนือจากก๊าซธรรมชาติถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย เช่น ถ่านหิน เนื่องจากหลายประเทศในยุโรปพยายามลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
จากการวิเคราะห์อีกมุมมองหนึ่ง นักวิเคราะห์กล่าวว่าตอนนี้อาจเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับปูตินที่จะตัดขาดการส่งก๊าซ เนื่องจากรัสเซียมีเงินสำรองในสกุลเงินอยู่ที่ 6.3 แสนล้านดอลลาร์ ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันและก๊าซก็สูงมาก ดังนั้นการตัดยอดอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเงินกองทุนสำรองของประเทศในยุโรปที่ต้องดิ้นรนเพื่อชดเชยความขาดแคลน
ถึงแม้ยุโรปต้องพึ่งพารัสเซียสำหรับพลังงาน รัสเซียเองก็ยังพึ่งพารายได้ของยุโรปด้วยเช่นกัน จึงเป็นไปได้ยากที่ปูตินจะสั่งตัดการส่งก๊าซธรรมชาติผ่านไปยังช่องทางยูเครน เนื่องด้วยทั้งสองฝ่ายยังต้องพึ่งพากันและกันในที่สุด