ผู้นำรัสเซียกล่าวโทษว่ายูเครนเป็นฝ่ายที่ทำให้การเจรจาสันติภาพไปต่อไม่ได้ เผยกองทัพบุกช้าเพราะไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสีย
วันที่ 12 เม.ย. 2565 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานคำพูดของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ที่ออกมากล่าวถึงสาเหตุที่การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนไม่มีความคืบหน้า โดยระบุว่าการเจรจาได้มาถึงทางตันแล้ว พร้อมกับกล่าวหาว่ายูเครนเป็นฝ่ายที่เบี่ยงเบนออกจากสิ่งที่ได้มีการตกลงกันเอาไว้ระหว่างการเจรจาที่อิสตันบูล
ประธานาธิบดีปูตินเผยว่า ทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงกันในระดับหนึ่งแล้วในการเจรจาที่อิสตันบูล ซึ่งมีเนื้อหาว่าการการันตีด้านความมั่นคงต่อยูเครน จะไม่รวมไปถึงแคว้นไครเมีย เซวาสโตโปล และดอนบาส โดยหลังจากนั้นรัสเซียก็ได้พยายามสร้างเงื่อนไขเพื่อให้การเจรจาเดินหน้าต่อได้
แต่หลังจากนั้น รัสเซียกลับถูกยั่วยุจากสถานการณ์ในเมืองบูชา และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ทางฝั่งยูเครนกลับเบี่ยงเบนออกจากข้อตกลงที่อิสตันบูล ซึ่งรัสเซียมองว่า ข้อเรียกร้องด้านความมั่นคงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนประเด็นในเรื่องไครเมีย เซวาสโตโปล และดอนบาส ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงเหล่านั้น จึงเป็นผลให้ทั้งสองฝ่ายมาถึงทางตัน การที่ยูเครนมีความไม่สม่ำเสมอในประเด็นสำคัญ เป็นการยากที่จะบรรลุข้อตกลงในขั้นสุดท้ายได้ และจนกว่ารัสเซียจะได้เห็นสิ่งนั้น ปฏิบัติการจะยังคงดำเนินต่อไปจนเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์
ผู้นำรัสเซียยังได้เรียกการสังหารหมู่พลเรือนในเมืองบูชา ว่าเป็นการยั่วยุรัสเซีย การที่อีกฝ่ายอ้างว่ามีคนล้มตายด้วยน้ำมือของทหารรัสเซีย ล้วนเป็นเฟคนิวส์จากสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีปูตินยังได้กล่าวเสริมว่า เขามักจะได้ยินคำถามว่าสามารถปฏิบัติการให้เร็วขึ้นได้หรือไม่ ซึ่งเขามองว่าเป็นไปได้ โดยขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของการใช้กำลังทหาร ซึ่งการใช้กำลังทหารที่รุนแรงขึ้นย่อมทำให้เกิดการสูญเสียมากยิ่งขึ้น
ที่มา: https://www.ft.com/content/6f6f74ae-56bd-45e7-ad40-51a87775f1a6