รัสเซียจับผู้ก่อเหตุโจมตีสะพานไครเมีย 8 คน โดยในจำนวนนี้ 5 คนเป็นชาวรัสเซีย พร้อมระบุผู้อยู่เบื้องหลังคือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมยูเครน ขณะที่ยูเครนตอบโต้การสอบสวนของรัสเซียว่าไร้สาระ
.
ทางการรัสเซียเปิดเผยว่า สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุโจมตีสะพานไครเมียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (8 ต.ค.) ได้แล้ว 8 คน เป็นชาวรัสเซีย 5 คน ชาวยูเครนและชาวอาร์เมียอีกรวม 3 คน
.
สอดคล้องกับก่อนหน้านี้ที่อเล็กซานเดอร์ บาสไทคิน หัวหน้าทีมสอบสวนเหตุระเบิดดังกล่าวได้ออกมาเปิดเผยว่า เหตุโจมตีสะพานไครเมียครั้งนี้เป็นฝีมือของหน่วยความมั่นคงของยูเครน โดยได้รับความช่วยเหลือจากชาวรัสเซียบางส่วน รวมถึงชาวต่างชาติ
.
รายงานการจับกุมล่าสุดไม่ได้ระบุว่า ผู้ต้องหาที่ทางการรัสเซียจับกุม ถูกจับกุมที่ไหน
ทางการรัสเซียอ้างว่า เหตุการณ์นี้เป็นการก่อการร้ายที่ดำเนินการโดยหน่วยข่าวกรอง ในกระทรวงกลาโหมของยูเครน โดยก่อเหตุด้วยการส่งระเบิดจากท่าเรือที่เมืองโอเดซาของยูเครน ก่อนจะไปติดตั้งในรถบรรทุกที่ใช้จุดระเบิด ซึ่งมีประวัติเดินทางจากบัลแกเรีย ผ่านจอร์เจียและอาร์เมเนีย เพื่อเข้ารัสเซียก่อนเกิดระเบิดที่สะพานไครเมีย
.
อย่างไรก็ตาม ทางการยูเครนออกมาตอบโต้รัสเซียว่า คณะกรรมการที่สอบสวนเหตุระเบิดที่สะพานไครเมียกำลังทำในสิ่งที่ไร้สาระ โดยชี้ว่า คณะกรรมการดังกล่าวเป็นเพียงโครงสร้างจอมปลอมที่ขับเคลื่อนระบอบปูติน และไม่มีคุณค่าพอในการให้คววามเห็นใดๆ
.
หลายฝ่ายมองว่า เหตุโจมตีสะพานไครเมีย ซึ่งฝ่ายรัสเซียเชื่อว่ายูเครนอยู่เบื้องหลัง สร้างความโกรธแค้นให้กับรัสเซียเป็นอย่างมาก เนื่องจากสะพานดังกล่าว เป็นเส้นทางส่งกำลังบำรุงที่สำคัญของรัสเซียไปยังไครเมีย รวมทั้งพื้นที่การรบทางตอนใต้ของยูเครน
.
ขณะเดียวกันสะพานแห่งนี้ยังเป็นความภาคภูมิใจของชาวรัสเซีย โดยเฉพาะประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย หลังการผนวกดินแดนไครเมียเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียเมื่อปี 2014 และเปิดใช้งานสะพานเชื่อมไครเมียในเวลาต่อมา
.
การโจมตีสะพานดังกล่าวจึงนำไปสู่การยิงขีปนาวุธถล่มกรุงเคียฟและอีกหลายเมืองของยูเครน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 คน ซึ่งฝ่ายยูเครนยอมรับว่า นี่เป็นการโจมตีเพื่อแก้แค้นยูเครน
.
ที่มา BBC, TASS