นายกฯ โพสต์ประกาศปี 65 เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน ตั้งเป้าคลายปมที่หมักหมมมาอย่างช้านาน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” ระบุว่า เรียน พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน ในขณะนี้ ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลัง หลังจากที่เราผ่านวิกฤตโควิดมาได้ เศรษฐกิจของประเทศกำลังฟื้นตัวหลังเปิดประเทศ รัฐบาลจึงได้มุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยจำนวนมาก นั่นคือ “ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน“
รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายสะสางคลายปมที่หมักหมมมาช้านานอย่างจริงจัง โดยประกาศให้ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน และได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ผมจึงมีความยินดีที่ได้รับรายงานว่า กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย จะได้ร่วมกันจัดงาน “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้” ซึ่งจะมีการจัดงานทั้งหมด 5 ครั้ง ทั่วทุกภูมิภาค ดังนี้
ครั้งที่ 1 วันที่ 4 – 6 พ.ย. 65 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี กรุงเทพฯ
ครั้งที่ 2 วันที่ 18 – 20 พ.ย. 65 ที่ จ.ขอนแก่น
ครั้งที่ 3 วันที่ 16 – 18 ธ.ค. 65 ที่ จ.เชียงใหม่
ครั้งที่ 4 วันที่ 20 – 22 ม.ค. 66 ที่ จ.ชลบุรี
ครั้งที่ 5 วันที่ 27 – 24 ม.ค. 66 ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
นอกจากนี้ ในวันนี้ (1 พ.ย. 65 ) ครม. ยังมีมติเห็นชอบเสนอโครงการ “สินเชื่อแก้หนี้เพิ่มทุน” ที่เป็นหนึ่งในอีกหลายๆ โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือให้ประชาชนผู้เข้าร่วมงาน “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้” ให้มีสภาพคล่องทางการเงินในการดำรงชีวิต และลงทุนประกอบอาชีพ สำหรับโครงการนี้มีเป้าหมายช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ได้ไม่น้อยกว่า 100,000 ราย ผ่านมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และมีหลักเกณฑ์ผ่อนปรนกว่าเกณฑ์ปกติของธนาคารออมสิน วงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น 2,000 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายและรายละเอียดดังนี้
ผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการ คือ ประชาชนชาวไทย อายุ 21 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ประจำหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ (เช่น ผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่แผงลอย)
อนุมัติวงเงินสินเชื่อสูงสุด 20,000 บาทต่อราย โดยไม่ต้องมีหลักประกัน
ระยะเวลาการกู้ยืมได้สูงสุด 2 ปี โดยปลอดชำระหนี้เงินต้น 6 งวดแรก
อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 0.35 ต่อเดือน
จึงขอเชิญชวนพี่น้องที่มีความสนใจ เข้าร่วมงาน “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้” ที่จะจัดขึ้นทั้ง 5 ครั้ง เชื่อว่าจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหาของหลายๆ คน ในการเพิ่มคุณภาพชีวิต เพิ่มความสุขให้กับคนในครอบครัว ที่ไม่ต้องพึ่งหนทางที่อาจจะก่อให้เกิดปัญหาซ้ำเติม เช่นหนี้นอกระบบ หรือการหารายได้อย่างผิดกฎหมาย และเป็นการช่วยแก้ปัญหาสำคัญของประเทศชาติในการพัฒนาคุณภาพของคนในประเทศ เพื่อพัฒนาประเทศของเราให้เดินหน้าอย่างมั่นคงได้ต่อไปครับ