รวมกันเพื่อให้สู้ได้ในตลาดโลก บลูบิค ปิดดีลพันล้าน ซื้อหน่วยธุรกิจ Digital Delivery จาก MFEC และ Innoviz ผู้พัฒนาระบบ ERP
เป็นดีลใหญ่ในวงการธุรกิจซอฟต์แวร์ของไทย และเป็นดีลใหญ่ส่งท้ายปีที่มูลค่าถึง 1 พันล้านบาท เมื่อบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ที่ปรึกษาชั้นนำผู้ให้บริการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ประกาศเข้าซื้อกิจการในสัดส่วน 100% ของ 2 บริษัทคือ
1) หน่วยธุรกิจ Digital Delivery ของ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC (ที่ปรึกษาและพัฒนางานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร) พร้อมทีมงานกว่า 300 ชีวิต รวมมูลค่า 691 ล้านบาท
2) บริษัท อินโนวิซ โซลูชั่นส์ จำกัด (Innoviz Solutions) ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญการวางระบบ Enterprise Resource Planning – ERP รวมมูลค่าราว 300 ล้านบาท
โดยกลยุทธ์สำคัญของการเข้าซื้อครั้งนี้คือ ร่วมมือกัน เพื่อให้แข่งขันได้ในตลาดโลก โดยเฉพาะในตลาดที่ปรึกษาด้านไอที ที่มักจะมีบริษัทต่างชาติกินส่วนแบ่งไปมาก และมีพื้นที่ให้บริษัทไทยเติบโตได้น้อย
และหลังจากควบรวมแล้ว บลูบิค จะมีจำนวนผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 350 คน เป็น 780 คน เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจและบริการทั้งในและต่างประเทศ
[ เป็นธุรกิจให้คำปรึกษาเหมือนกัน แต่ไม่จำเป็นต้องแข่งกัน ]
นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK เปิดเผยว่า การเข้าซื้อครั้งนี้ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถการรองรับงานบริการให้คำปรึกษาและพัฒนาเทคโนโลยี (Digital ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่สร้างรายได้ให้กับบลูบิค.
และยังเป็นการต่อยอดผ่านการ Synergy ร่วมกันกับ MFEC ช่วยเรื่องการประหยัดต้นทุนในการบริหารงานจาก Economy of Scale รองรับความต้องการในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันของภาคธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และจะปูทางไปสู่ Tech Company ที่มุ่งเน้นการเป็น Venture Builder ระดับสากล
ด้าน นายศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัม เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC ให้มุมมองเรื่องการการควบรวมครั้งนี้ว่า
MFEC ทำธุรกิจซอฟต์แวร์มากว่า 20 ปี วิธีเดียวที่ทำให้เราโตต่อได้ คือต้องมี consult ในธุรกิจนี้ เพราะนับวันธุรกิจซอฟต์แวร์มี value ต่ำลงเรื่อยๆ นอกจากนี้ บริษัทเทคโนโลยีไทย ก็ไม่แกร่งพอจะปกป้องตลาดในประเทศได้ ส่วนใหญ่ก็โดนบริษัทต่างชาติกินส่วนแบ่งไปมาก เพราะเขาใหญ่กว่า และสเกลได้ดีกว่า ทางเดียวคือเราต้อง synergy กันเยอะๆ ถึงจะสู้ต่างชาติได้
สำหรับกระบวนการเข้าซื้อกิจการจะเริ่มหลังจากที่ MFEC จัดตั้งบริษัทย่อยสำหรับหน่วยธุรกิจนี้ โดยใช้เงินสดที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนครั้งแรก (Initial Public Offering – IPO) กระแสเงินสดจากการดำเนินงานและแผนการระดมทุนเพิ่ม ซึ่งกระบวนการดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 1 ปี 2566
ด้านการควบรวมกิจการของ Innoviz จะแบ่งการชำระค่าหุ้นออกเป็น 3 งวด งวดแรกจะเริ่มต้นในไตรมาส 1 ปี 2566 และจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2568 โดยบลูบิคจะเข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมทั้งหมดด้วยเงินสด
- งวดที่ 1 เข้าซื้อในสัดส่วน 55% โดยใช้เงินกู้ยืมจากสถาบัน ในราคาซื้อขายหุ้นที่เท่ากับกำไรสุทธิของ Innoviz ในปี 2565 คูณด้วย 12 เท่าของ P/E และคูณด้วยสัดส่วนหุ้น 55%
- งวดที่ 2 ในสัดส่วน 30% โดยราคาซื้อขายหุ้นจะเท่ากับกำไรสุทธิของ Innoviz ในปี 2566 คูณด้วย 16 เท่าของ P/E และคูณด้วยสัดส่วนหุ้น 30%
- งวดสุดท้าย ในสัดส่วน 15% ซึ่งราคาซื้อขายหุ้นจะเท่ากับกำไรสุทธิของ Innoviz ในปี 2566 คูณด้วย 16 เท่าของ P/E และคูณด้วยสัดส่วนหุ้น 15% สำหรับการชำระค่าหุ้นในงวดที่ 2 และ 3 นั้น บริษัทฯ จะใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน