สื่อรัฐบาลจีนเผย การระบาดของโควิด-19 ในหลายภูมิภาคทั่วประเทศได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว หลังหลายมณฑลออกมาให้ข้อมูลพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ยอมรับไวรัสแพร่กระจายเร็วจริง แต่กลยุทธ์ที่มั่นคงและมาตรการยืดหยุ่นของรัฐบาล ทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น
ไชน่า เฮลท์ ไทม์ส (China Health Times) สื่อในเครือ พีเพิลส์ เดลี (People’s Daily) ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศจีน ระบุว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ทั่วประเทศได้ผ่านจุดสูงสุดของการระบาดไปแล้ว และสถานการณ์ก็กำลังดีขึ้น โดยพบผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง
บทความของไชน่า เฮลท์ ไทม์ส ได้รับการเผยแพร่ออกมาในวันนี้ (10 ม.ค.) หลังจากที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของมณฑลเหอหนาน ซึ่งเป็นมณฑลที่มีประชากรมากสุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ ออกมาเปิดเผยว่า ประชากรในมณฑลเกือบ 90% หรือราว 88.5 ล้านคน ล้วนติดเชื้อโควิดกันหมดแล้ว โดยจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงกลางเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา และได้ลดจำนวนลงแล้วในขณะนี้
นอกจากเหอหนานแล้ว เมื่อวานนี้ (9 ม.ค.) มณฑลกวางตุ้งและมณฑลเจียงซู รวมถึงกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน ต่างก็ออกมาเปิดเผยในลักษณะเดียวกันว่า การติดเชื้อภายในพื้นที่ชะลอตัวลงแล้ว หลังจากที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งระบุว่า ได้เปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์มุ่งเน้นไปที่การป้องกันไม่ให้มีผู้ป่วยหนักเพิ่มขึ้น เนื่องจากขณะนี้ได้ผ่านจุดสูงสุดของการระบาดมาแล้ว
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) ก็ออกมาเผยแพร่บทความ อธิบายสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในจีน โดยมีการระบุถึงความท้าทายที่จีนต้องเผชิญในช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายรับมือโควิด-19 ในประเทศตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้ป่วยนอกที่เดินทางไปพบแพทย์เนื่องจากอาการป่วยในกรุงปักกิ่งเพิ่มขึ้นถึง 16 เท่าในสัปดาห์ต่อมา แต่จากนโยบายของรัฐบาลที่เลือกใช้กลยุทธ์ที่มั่นคง ร่วมกับมาตรการยืดหยุ่น ประกอบกับได้มีการเก็บรวบรวมชุดข้อมูล ซึ่งรวมถึงทรัพยากรทางการแพทย์ การติดเชื้อในชนบท และบ้านพักคนชรา มาใช้เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องในการรับมือกับการระบาดระลอกนี้ จึงทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว
การเปิดเผยเหล่านี้ ถูกมองว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลจีน ในการส่งสารไปทั่วโลกถึงความสามารถในการควบคุมการระบาดภายในประเทศ ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประกาศกลางที่ประชุม Central Economic Work Conference ว่าจะมุ่งเน้นไปที่การเติบโตในปี 2566 โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปลี่ยนนโยบายจากการป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อ มาเป็นการให้ความสำคัญกับการรักษาผู้ป่วยหนักและผู้สูงอายุเพื่อรักษาชีวิต และทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ชีวิตอยู่กับโควิด-19 เป็นไปอย่างราบรื่น
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา สถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในจีน ได้ถูกบดบังจากข้อมูลที่รัฐบาลจีนนำออกมาเปิดเผยจนนำไปสู่ข้อกังขาว่าอาจมีการปกปิดข้อมูล รายงานยอดติดเชื้อ เสียชีวิต และจำนวนผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาลต่ำกว่าความเป็นจริงมาก โดยข้อมูลล่าสุดจากรัฐบาลมีการรายงานว่าพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพียง 120,000 คน จากประชากรทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 1.4 พันล้านคน และมีผู้เสียชีวิตเพียง 30 คนเท่านั้น ตั้งแต่ที่มีการผ่อนคลายนโยบายควบคุมการระบาดเข้มงวด
ความคลุมเครือของข้อมูลจากทางการจีน ทำให้นานาชาติ รวมถึงองค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเรียกร้องให้จีนเปิดเผยข้อมูลที่เป็นไปตามจริง และน่าเชื่อถือมากขึ้น เพื่อให้ง่ายต่อการประเมินสถานการณ์จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่จีนได้เริ่มกลับมาเปิดพรมแดน อนุญาตให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างอิสระ ยิ่งทำให้หลายประเทศมีความกังวลว่าอาจทำให้ไวรัสแพร่กระจายไปทั่วโลกอีกครั้ง รวมไปถึงความวิตกเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ของไวรัสจากการที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากอย่างรวดเร็ว จนมีการออกมาตรการคัดกรองนักเดินทางจากจีนเข้าประเทศหลายแห่ง
ขณะที่จีนได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการปกปิดข้อมูล โดยระบุว่า เป็นความพยายามที่มีแรงจูงใจทางการเมืองเพื่อใส่ร้ายความสำเร็จในการจัดการกับโรคระบาดของจีน พร้อมกับยืนยันว่า การกลายพันธุ์ของไวรัสในอนาคต แม้จะมีแนวโน้มว่าอาจทำให้เกิดการระบาดเร็วขึ้น แต่การเจ็บป่วยจะมีความรุนแรงน้อยกว่า
นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังวิพากษ์วิจารณ์ข้อกำหนดคัดกรองนักเดินทางจากจีนในหลายประเทศว่า เป็นการเลือกปฏิบัติที่ไร้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และขู่จะตอบโต้ประเทศที่ใช้มาตรการควบคุมเข้มงวดกับนักเดินทางจีน โดยสถานทูตจีนในเกาหลีใต้เพิ่งออกมาประกาศในวันนี้ (10 ม.ค.) ว่าจะยุติการออกวีซ่าระยะสั้นให้กับพลเมืองเกาหลีใต้ที่ต้องการเดินทางเยือนจีน และจะปรับนโยบายใหม่ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของเกาหลีใต้หากมีการยกเลิกการตรวจโควิด-19 นักเดินทางที่มาจากจีน
ด้านข้อมูลล่าสุดจากสำนักข่าวซินหัวระบุว่า สำนักบริหารศุลกากรทั่วไปของจีนได้รวบรวมข้อมูลการเดินทางในวันอาทิตย์ (8 ม.ค.) ซึ่งเป็นวันแรกหลังการปรับเปลี่ยนนโยบายรับมือโควิด-19 ครั้งใหญ่ พบว่า มีการเดินทางของผู้โดยสารขาเข้าประเทศจำนวน 251,045 ครั้ง โดยมีเรือขาเข้า 396 ลำ เที่ยวบินขาเข้า 325 เที่ยว รถบรรทุกขาเข้า 6,323 คัน และรถไฟขาเข้า 83 ขบวน
ที่มา : Reuters, The Washington Post, Xinhua