กรณี ‘ร้านเจ๊ไฝ’ โวยโดนชายอ้างตัว เป็นตำรวจ ลัดคิว-ไม่จ่ายค่าอาหาร ล่าสุดเจอตัวแล้ว ไม่ใช่ตำรวจ
จากกรณี เจ๊ไฝ สุภิญญา จันสุตะ หรือ เจ๊ไฝ ประตูผี ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ชื่อดัง ที่มักมีคนดังมาอย่างต่อเนื่อง ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม @jayfaibangkok ในวันที่ 29 ก.พ. 67 โดยระบุว่า “วันนี้มีลูกค้าไม่ยอมต่อคิว อ้างตัวเป็นสารวัตรนอกเครื่องแบบกำลังอยู่ในหน้าที่ขอโต๊ะเลย ทานข้าว สั่งห่อ แล้วไม่จ่ายเงิน”
ลูกสาวเจ๊ไฝ ซึ่งเป็นผู้ประสบเหตุเอง ได้ให้ข้อมูลเพิ่มว่า เกิดเหตุช่วงบ่ายโมงชายคนดังกล่าวอายุประมาณ 50-60 ปี ไม่ได้ใส่เครื่องแบบตำรวจ แต่งตัวเรียบร้อยใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน กางเกงสแล็คสีดำ บอกว่ากำลังอยู่ระหว่างปฏิบัติงาน แวะมากินแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ไป ไม่ได้ต่อคิว
ตนก็ขอให้เขานั่งโต๊ะเล็กแทน แล้วได้ถามชื่อเขาตอบมาว่า “สารวัตรหนุ่ม” ตนจึงถามชื่อจริง เขาตอบกลับมาว่า “วิโรจน์” และทำท่าไม่พอใจ บอกว่า ไม่ได้มาเอาผลประโยชน์อะไรจากร้าน แม้ตนไม่ได้เชื่อว่าเป็นตำรวจจริงแต่ด้วยความที่ไม่อยากต่อความยาวจึงให้บริการไปตามปกติ เขาสั่งกะเพาเนื้อทานที่ร้าน และไข่เจียวปูใส่ห่อกลับบ้าน แล้วเสี้ยววินาทีที่ตนเดินไปตักน้ำเขาก็หายไป ที่ผ่านมาร้านไม่มีกล้องวงจรปิด เคยโดนมีชาวต่างชาติจ่ายเงินไม่ครบ ไม่ได้คิดว่าจะได้เงินคืน แต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์เตือนร้านอาหารอื่น ตนได้ไปแจ้งความแล้ว และแม่ก็บอกว่าให้ระมัดระวังมากขึ้น
ด้าน พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผู้กำกับการ สน.สำราญราษฎร์ เปิดเผยว่า เบื้องต้น จากการที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่เก็บข้อมูลหลักฐานตั้งแต่เมื่อวาน ภายในร้าน ไม่มีกล้องวงจรปิด แต่หลักฐานที่ได้จากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง ก็ทำให้เห็นตำหนิรูปพรรณของผู้ก่อเหตุตามคำบอกเล่าของลูกสาวเจ้ไฝ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด ที่สน.สำราญราษฎร์ มีการนำตัวชายคนหนึ่งเข้ามาสอบปากคำ โดยเบื้องต้น ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนสั้นๆ ว่า ตนไม่ได้เป็นตำรวจ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราษฎร์ ได้นำตัวชายคนดังกล่าว ไปพบเจ๊ไฝ ซึ่งเบื้องต้น ยังไม่มีการแจ้งความ เมื่อไปถึงที่ร้าน เจ๊ไฝ ได้เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ได้ตำหนิลูกสาวไปแล้วที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ และถือให้เป็นบทเรียน ยืนยันว่าไม่คิดจะดำเนินคดี หรือติดใจเอาความกับคู่กรณี ซึ่งในวันนี้ทางคู่กรณีได้จ่ายเงินให้เจ๊ไฝแล้วเรียบร้อย เป็นเงิน 2,380 บาท
ด้าน ชายคนดังกล่าว เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ก่อนจะเข้ามาที่ร้านเจ๊ไฝได้นำรถไปทำกระจกไว้ ขณะรอได้เดินมาทานข้าวที่ร้านเจ๊ไฝ แต่เมื่อทานเสร็จ ลืมจ่ายเงิน เมื่อออกข่าวจึงนึกได้ ตั้งใจจะนำเงินมาจ่ายวันนี้
ทั้งนี้ ผู้กำกับการ สน.สำราญราษฎร์ ได้พาตัวชายคนดังกล่าวไปขอโทษเจ๊ไฝที่ร้าน ยืนยันว่า ไม่ได้แอบอ้างว่าเป็นตำรวจ และไม่ได้ลัดคิว แค่เดินตามลูกค้าเข้าไปตามปกติ ส่วนที่ไม่ได้จ่ายเงินนั้น เพราะว่าลืมจริง ๆ เนื่องจากมีปัญหาด้านความจำและอ้างว่าที่รีบออกจากร้าน เพราะจะไปเอารถที่ทำกระจกไว้แถวๆ นี้ พอไปถึงร้าน จึงนึกได้ว่าลืมจ่ายค่าอาหาร ตั้งใจว่าจะกลับมาที่ร้านและจ่ายเงินในวันนี้แต่ก็กลายเป็นข่าวเสียก่อน จึงติดต่อเข้ามาที่ สน.สำราญราษฎร์
ส่วนที่ทางร้านเข้าใจว่า เขาเป็นตำรวจ อาจจะเข้าใจผิดกันไปเองหรืออาจเป็นโต๊ะข้างๆ ที่ได้ยินข้อมูลการสนทนา ก่อนจะยกมือไหว้ขอโทษเจ๊ไฝ พร้อมบอกว่า ตั้งใจจะมากินที่ร้านนี้ เพราะเป็นร้านที่อาหารอร่อย มีชื่อเสียงระดับโลก และขอโทษสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อ
ด้านเจ๊ไฝ กล่าวว่า ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดี ขอให้จบแต่เพียงเท่านี้
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 345 ระบุว่า ผู้ใดสั่งซื้อและบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่ม หรือเข้าอยู่ในโรงแรม โดยรู้ว่าตนไม่สามารถชำระเงินค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม หรือค่าอยู่ในโรงแรมนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ