ประธาน กกต. เผยความคืบหน้า พิจารณาคำร้องยุบ ‘ก้าวไกล’ หลังศาลรัฐธรรมนูญเปิดคำวินิจฉัยฉบับสมบูรณ์แล้ว ยันไม่ล่าช้า เช่นเดียวกับคำร้องยุบ ‘ภูมิใจไทย’
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ประธาน กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องยุบพรรคก้าวไกลและพิจารณาคำร้องยุบพรรคภูมิใจไทย ในวันนี้ (4 มี.ค. 67) ว่า เรื่องของพรรคก้าวไกล หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 67 ทาง กกต. ก็ขอให้สำนักงาน กกต. และนายทะเบียนไปศึกษาคำวินิจฉัยและตัวบทของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง จากนั้น สำนักงาน กกต.ได้เสนอผลการศึกษาเบื้องต้น ซึ่งเห็นพ้องกันว่า ควรที่จะนำเอาคำวินิจฉัยฉบับสมบูรณ์ มาประกอบการพิจารณาเสนอความเห็นด้วย ซึ่งคำวินิจฉัยฉบับสมบูรณ์ศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาเมื่อวันที่ 29 ก.พ. 67 ผ่าน ทางราชกิจจานุเบกษา จสำนักงาน กกต. จึงต้องนำคำวินิจฉัยนี้ไปพิจารณาดูอีกครั้งประกอบกับความเห็นที่ได้ศึกษาไว้ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ 31 ม.ค. 67 ซึ่งกระบวนการพวกนี้คงใช้เวลาไม่มาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกรอบเวลาในการพิจารณาคำร้องยุบพรรคก้าวไกลเท่าใด นายอิทธิพร กล่าวว่า ยังไม่มีกรอบเวลา เพราะไม่ใช่กระบวนการคำร้องที่ต้องระบุเวลา เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำอยู่เสมอคือไม่ชักช้า ส่วนเรื่องของพรรคภูมิใจไทย เราได้รับคำร้อง ซึ่งตามกระบวนการทำงานเรื่องนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของนายทะเบียนพรรคการเมือง คือ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องที่มีอยู่จะถือได้ว่ามีมูลหรือไม่ ถ้าเห็นว่ามีมูลก็ต้องสั่งตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาเสนอความเห็น ถ้าเห็นว่ามีมูลที่จะต้องดำเนินการต่อไปอย่างไรก็ต้องเสนอ กกต. มันเป็นขั้นตอนกระบวนการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ
เมื่อถามถึงกรอบเวลาในการพิจารณาคำร้องยุบพรรคภูมิใจไทย ประธาน กกต. ระบุว่า อย่างที่ตนบอกว่าไม่ล่าช้า มันมีกรอบเวลาอยู่ ประมาณ 30 หรือ 60 วัน ถ้าไม่พอก็ต่อเวลาได้ เพราะกระบวนการนี้นอกจากรวบรวมข้อมูลแล้วยังต้องเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ บางทีเขาก็ไม่ว่างก็เลื่อนกันไปมา แต่โดยหลักเราพยายามทำในกรอบเวลาและไม่ล่าช้า ถ้าท่านดูจากคำวินิจฉัยที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นสมาร์ทโหวต ก็จะเห็นตัวเลขคำวินิจฉัยอย่างคำร้องในเดือนธันวาคมก็มีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว
ภาพจาก สำนักงาน กกต.