รายงานประจำปี ‘Hotels 50 2024’ จัดโดย Brand Finance ทุกๆ ปี จะประกาศการจัดอันดับโรงแรมทรงคุณค่า รวมถึงโรงแรมที่มีการเติบโตแข็งแกร่งที่สุดในโลก
โดยในปีนี้ ‘ฮิลตัน’ (Hilton) ยังคงรักษาตำแหน่ง “แบรนด์โรงแรมที่ทรงคุณค่าที่สุด” ของโลกเป็นปีที่ 9 ติดต่อกันเช่นเคย ซึ่งมูลค่าธุรกิจของ Hilton ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 11,600 ล้านเหรียญ
ส่วน ‘ไฮแอท’ (Hyatt) และแฮมป์ตันอินน์ (Hampton Inn) ซึ่งครองโรงแรมที่ทรงคุณค่าเป็นอันดับ 2 และ 3 กลับพบว่า มูลค่ากิจการลดลงเล็กน้อยประมาณ 1-2%
แต่ไฮไลต์ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ โรงแรมที่เติบโตแข็งแกร่งที่สุดในโลก ประจำปี 2024 ยังคงเป็นของ ‘ทาช’ (Taj) ซึ่งเป็นเจ้าของโดย Indian Hotels Company (IHCL) โดยมีโรงแรมในเครืออีกประมาณ 221 แห่ง
[ โรงแรมที่โตแกร่งที่สุดในโลก ]
Taj ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์โรงแรมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ประจำปี 2024 โดยมีการเติบโตทางการเงินน่าประทับใจ ซึ่งรายได้ของโรงแรมแห่งนี้เติบโตสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจาก Four Points by Sheraton ตัวเลขรายได้ของ Taj เปิดเผยไว้ล่าสุดอยู่ที่ 545 ล้านเหรียญ
ขณะเดียวกัน คะแนนดัชนีความแข็งแกร่งของแบรนด์ (BSI) กระโดดมาที่ 92.9 จาก 100 คะแนนเต็ม เทียบกับการจัดอันดับก่อนหน้านั้นที่ Taj ได้คะแนนที่ 88.9 ซึ่งครั้งล่าสุดนี้ได้รับการจัดอันดับเป็น AAA+
ทั้งนี้ คะแนนที่ได้รับมาทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของ Taj ในด้านต่างๆ เช่น ความคุ้นเคยของลูกค้า, การแนะนำในเชิงบวก และชื่อเสียงโดยรวมของโรงแรมที่มีต่อลูกค้าที่เคยมาใช้บริการและที่ยังไม่เคยมาใช้บริการ
‘ปูนีต ชฮัตวาล’ (Puneet Chhatwal) กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินเดียน โฮเทลส์ คอมพานี (IHCL) ได้กล่าวกับ Brand Finace ซึ่งเป็นผู้จัดอันดับในทุกปีว่า “Taj เป็นโรงแรมที่มอบความสร้างสรรค์ให้กับแขกผู้มาพัก เป็นความสุขที่ยกระดับให้เหนือขึ้นไปอีกขั้น และความนิยมของ Taj เห็นชัดเจนขึ้นหลังจากเกิดการระบาดของโควิด-19”
“Taj ได้นำเอาประเพณีการทำอาหารของอินเดียตอนเหนือมาสู่สายตาชาวโลก และได้นำเสนอ Seven Rivers ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเบียร์ขนาดเล็กที่ไม่เหมือนใคร รวมถึง J Wellness Circle เป็นบริการเพื่อสุขภาพแบบองค์รวมของเราเอง”
เขาได้พูดถึงวิถีของ Taj ที่จะพาแขกผู้มาพักสัมผัสได้ถึงความหรูหราที่เป็นรูปธรรม นั่นเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับพวกเขา รวมทั้งจิตวิญญาณแห่ง Taj ในการต้อนรับ หรือบริการแขกที่คนที่ต่างออกไป โดยเขาการันตีว่า การต้อนรับจากชาว Taj นั่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ได้สั่งสมมากว่าศตวรรษ นับตั้งแต่ที่ก่อตั้งมา 121 ปี
สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดคือ สายสัมพันธ์ระหว่างแขกและชาว Taj ที่ต้องรักษาให้มั่นคงแบบนี้ต่อไป
ทั้งนี้ ปูนีต ชฮัตวาล ยังพูดถึง แผนงาน ‘Ahvaan 2025’ เพื่อการเติบโตอย่างมีกำไรของ Taj ซึ่งได้เซ็นสัญญากับ Taj แห่งที่ 100 ถึงการเติบโตลักษณะเดียวกัน จุดประสงค์เพื่อปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของจุดหมายปลายทางที่นั่นๆ ซึ่งต้องคงความสวยงามและเป็นมิตรต่อผู้คนโดยรอบ
แม้แต่ที่ ธากา (บังกลาเทศ) และในซาอุดีอาระเบีย Taj พยายามยกระดับการให้บริการเท่ากัน ทั้ง Seven Rivers และ J Wellness Circle รวมถึงสิทธิพิเศษอื่นๆ เพื่อให้เกิด Loyalty Journey ในกลุ่มลูกค้าของ Taj ต่อไป