SHARE

คัดลอกแล้ว

“การที่เป็นผู้นำ เป็น Leader ได้ สิ่งที่สำคัญมากๆ ต้องมี vision ที่ชัดเจนและปฏิบัติได้จริงๆ เป็น visionary leader”

นี่คือสิ่งที่ ‘จูน จรีพร จารุกรสกุล’ ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บอกถึงคุณสมบัติ “ผู้นำ” และสิ่งที่ทำให้ธุรกิจอย่าง WHA ประสบความสำเร็จ

สิ่งที่ทำให้ WHA เติบโตขึ้นมาเป็นอาณาจักรแสนล้าน “จรีพร” บอกว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นมาจาก vision (วิสัยทัศน์) ของคนสองคน คือเธอกับสามี นพ.สมยศ อนันตประยูร

เธอเล่าย้อนให้ฟังว่า ตอนนั้น (ปี 2003) เราเริ่มจากการที่มองภาพว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า โลจิสติกส์จะโต รวมทั้งการที่มีการสร้างเขตธุรกิจต่างๆ ขึ้นมาเพื่อรองรับกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เรามองว่าเราสามารถพัฒนาเขตทางด้านต่างๆ บนนิคมอุตสาหกรรมได้

การที่จะทำ infrastructure, community development ได้ ก็เกิดจากการมี vision

และที่สำคัญคือหลังจากมี vision แล้ว จะต้องวางยุทธศาสตร์ (strategy) ให้ดี เพื่อให้จับต้องได้และสามารถ implement (ดำเนินการ) ได้ และสิ่งที่สำคัญมากๆ คือทีมงานทั้งหมดเราจะไม่สามารถทำงานได้เลยถ้าเราไม่มีทีมที่แข็งแกร่งขึ้นมา ทีมเวิร์กที่แข็งแกร่งอันนี้สำคัญมากๆ

เราต้องดูว่าธุรกิจที่เราทำอยู่ในเทรนด์ของอนาคตรึเปล่า หรือมันเป็นธุรกิจที่มันจะ outdate

“แน่นอน..คือคุณต้องอ่านมากๆ ด้วย แล้วก็ดูงานวิเคราะห์ สิ่งที่สำคัญมากๆ คือบางคนเสพข้อมูลเยอะแยะมากมาย แต่ข้อมูลที่เสพไปก็ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวกับธุรกิจที่คุณจะคิดจะทำหรือเปล่า รู้ไหมว่าคุณจะไปข้างหน้า จะเอาอนาคต หรือเอาข้อมูลต่างๆ ช่วยคุณได้ยังไง”

“จะตั้งต้นเสมอให้มองที่ใหญ่ที่สุด ตั้งแต่เด็กพี่จะคิดเรื่องนี้ตลอด คือคิดว่าอนาคตจะเป็นยังไง อะไรที่จะเป็น Mega trend ในการมองอนาคต อย่างเช่น ตอนที่ทำธุรกิจแรกตอนอายุ 26 พี่ก็บอกว่าพลาสติกมันจะโต อันนี้คือเมื่อ 31 ปีก่อนนะ เรามองว่าพลาสติกมันจะโต ถามว่ามองจากไหน ก็มองจากการใช้งาน”

“คือเปอร์เซ็นต์การใช้พลาสติกของคนไทยยังน้อยมาก 31 ปีที่แล้ว น้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว มันก็แปลว่าอะไร แปลว่ามันน่าจะเกิดโอกาสในการขยายธุรกิจทางด้านนี้ขึ้นมา ก็ถึงทำธุรกิจทางด้านพลาสติก”

“ถัดมา 21 ปีที่แล้ว คิดว่าโลจิสติกส์มันน่าจะโต ถามว่าทำไมคิดว่าโลจิสติกส์มันน่าจะโต ก็เพราะ 30 กว่าปีก่อน ประเทศไทยเริ่มเกิดการเปลี่ยนผ่านจากประเทศเกษตรกรรมมาเป็นอุตสาหกรรม การที่เราเจอก๊าซธรรมชาติ จำได้ไหม ตอนนั้น พล.อ.เปรม (ติณสูลานนท์) ท่านบอกว่าเจอก๊าซธรรมชาติ เราจะโชติช่วงชัชวาล (พล.อ.เปรม ในฐานะนายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อ 12 กันยายน 2524 ขณะทำพิธีเปิดวาล์วส่งก๊าซธรรมชาติ จ.ระยอง) ก็เริ่มเกิด Eastern Seaboard ประเทศไทยจึง transform ด้านอุตสาหกรรม”

“พอ 10 ปีถัดมา ก็มานั่งดูต่อ ว่าความสามารถในการแข่งขันจะเป็นยังไงบ้าง ต้นทุนเราเริ่มแพงขึ้น อะไรเพิ่มขึ้น พอมาดูเรื่องโลจิสติกส์ มันสำคัญมากนะ เพราะเป็นซัพพลายเชนทั้งหมด แต่พอดูต้นทุนมันสูงมาก เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ของเราสัดส่วน 18% ต่อ GDP เทียบกับประเทศพัฒนาแล้วที่ 8-9% ต่อ GDP มันคือโอกาสอีกใช่ไหม เราถึงคิดเรื่องอย่างนี้ตลอดเวลา”

“แต่ทั้งหมดที่เป็นอนาคต ทำอย่างไรให้เราคว้าเกาะตรงนั้นได้ จะทำยังไงให้เราเป็นเบอร์หนึ่งของตรงนั้นได้ก่อนใคร อันนี้คือการวางเรื่อง strategy”

“บางคนได้แต่คิดแต่ไม่ทำ หรือบางคนทำแต่ไม่มีการวางแผนที่ดี ทำแบบสะเปะสะปะ ทำเพราะเห็นคนอื่นทำก็ทำตาม อย่าไปเชื่อทุกสิ่งที่เห็นนะ ต้องคิดวิเคราะห์ด้วยตัวคุณเอง เสร็จแล้วก็มาดูต่อว่าคุณมีจุดแข็งจุดอ่อนอะไร ธุรกิจที่ทำมีอนาคตหรือเปล่า วางแผนการเดินทางให้ดี หรือวางแผนในแบบที่คิดว่าดี พี่ชอบพูดว่า การวางแผนที่ดีสำคัญมาก”

“ที่สำคัญมากๆ คือคุณต้องกล้าตัดสินใจ กล้าที่จะเสี่ยงกับมัน กล้าที่จะลงทุนกับมัน และทำให้สิ่งที่คิดเกิดขึ้นจริงได้ ตรงนั้นแหละที่จะทำให้คุณไปถึงเป้าหมายที่คุณตั้งเอาไว้”

จรีพร แยกความหมาย – ความต่าง ระหว่าง “ผู้นำ” กับ “ผู้บริหาร” ว่า ผู้บริหารหรือ talent ในองค์กรของเรา ส่วนใหญ่เป็นคนเก่งๆ ทั้งนั้น พี่ชอบเรียกว่า “มืออาชีพ” หรือ professional แต่ตรงนี้มันมีความแตกต่างจาก entrepreneurship mindset อย่างชัดเจน

“ผู้บริหาร” หาได้ไม่ยาก แต่ “ผู้นำ” หายากมาก ผู้นำต้องกล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าเสี่ยงในหลายๆ เรื่อง ส่วนมากกลุ่มคนที่เป็น entrepreneurship mindset ในกลุ่มบริษัทของ WHA ถ้าคุณจะสร้างธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นมา แน่นอน mindset แบบผู้บริหารอย่างเดียวไม่พอ ต้องมี mindset ของความเป็นเจ้าของกิจการขึ้นมา

พูดง่ายๆ คือสิ่งนี้เกิดจากการโค้ช การสร้างสภาพแวดล้อมให้เห็นว่าการกล้าตัดสินใจเป็นยังไง และการให้ทดลองทำ ลอง Create business ขึ้นมาดู สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พี่กำลังเร่งสร้าง successor ในองค์กรของพี่ ตอนนี้ในแต่ละธุรกิจของพี่ก็มี CEO ที่เก่ง ๆ ดูแลอยู่แล้ว

มี Chief Operating Officer (COO) และ Chief Financial Officer (CFO) ดูแลในแต่ละส่วนอยู่ แต่เราก็มี corporate function ที่ดูแลในภาพรวมเช่นกัน ตรงนี้เป็น growth strategy ในการสร้าง successor ของเราเอง

จรีพร บอกเคล็ดลับการบริหารว่า “สิ่งที่ทำอย่างหนึ่งคือ พี่ชอบประชุมแบบ physical meeting (การประชุมแบบพบหน้ากัน) พี่ไม่ชอบประชุมออนไลน์ ถ้าพี่กับคุณรู้จักกันอยู่แล้ว ออนไลน์ก็ไม่มีปัญหา เพราะเราคุ้นเคยกันอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นเด็กใหม่ๆ ที่เข้ามา ปกติการประชุมออนไลน์เด็กก็มักจะปิดกล้อง ปิดไมค์ ไม่กล้าพูดอยู่แล้ว พี่จะรู้มั้ยว่าเค้ามีตัวตนในโลกนี้หรือเปล่า”

“แต่ถ้าประชุมแบบ physical ต่อให้เค้าไม่กล้าพูด เราก็ยังเห็นแววตาเค้า มองออกว่าเค้าเข้าใจไหม หรือแววตาเค้ามีประกายหรือเปล่า พี่ชอบดูนะคะ เวลาประชุมแบบนี้พี่จะให้โอกาสเด็ก ๆ เสมอ ถ้าพี่ต้องการถามหรือฟังความคิดเห็น พี่จะให้เด็กพูดก่อน คนที่ซีเนียร์ที่สุดพูดทีหลัง เพราะถ้าให้ผู้ใหญ่ที่เก่งที่สุดพูดก่อน เด็กก็จะไม่กล้าพูดแล้ว”

“การที่เขาแสดงความคิดเห็น ไม่มีถูกไม่มีผิด เพราะพี่ต้องการรู้ว่าเค้าคิดถึงไหนแล้ว การที่เด็กพูดออกมา พี่จะรู้ว่าเด็กคนนั้นอยู่ใน state (สถานะ) ไหน ความคิดเป็นยังไง จะสอนได้ยังไงต่อ หรือบางทีพี่ไม่มีเวลาไปสอนเอง พี่ก็จะบอกหัวหน้าเค้าว่าเด็กคนนี้น่าสนใจยังไง ให้ลองโค้ชและเมนเทอร์”

“พี่คิดว่า เด็ก ๆ GEN หลังๆ นี่ physical meeting น่าจะมีประโยชน์ การประชุมออนไลน์อย่างเดียว คุณไม่มีโอกาสได้เห็นภาพรวม หรือใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูง ซึ่งอาจทำให้คุณเสียโอกาสในการโชว์ความสามารถของคุณ”

“หรือใครที่มาสมัครงาน แล้วถามว่า “ที่นี่ work from home กี่วัน พี่ก็บอกไปเลยว่าไม่ต้องมาสมัคร เพราะบริษัทเราไม่ใช่บริษัทที่ทำงานออนไลน์ เป็นบริษัทเกมมิ่ง บริษัทต้องนั่งคุยกัน discuss กัน ถ้าคุณไม่เข้าบริษัท คุณจะสร้างความเชื่อมั่นให้คนอื่นได้ยังไง”

คือเด็กรุ่นใหม่ก็ชอบ work-life balance ถ้าใครไม่เห็นด้วยกับ work-life balance ก็จะมีประเด็นมากมาย แต่ของพี่มีแต่ work-life purpose (จุดมุ่งหมายชีวิตและงาน) คุณต้องสร้างพื้นฐานเรื่องความคิดของตัวเองให้ดีก่อน ถ้าคุณต้องการเป็นผู้นำ คุณกล้าสู้กับงานไหม คุณทำงานหนักหรือเปล่า หรือ ถ้าคุณต้องการสบายๆ คุณก็อยู่สบายๆ ไป โอกาสทั้งหมดอยู่ที่เราสร้างโอกาสตรงนั้นขึ้นมาหรือเปล่า
“ถ้าคุณมัวแต่โทษคนอื่น คุณจะไม่เห็นโอกาสตรงนั้นเลย”

จรีพร ฝากไว้ให้คิด 3 Think

1.Think big คิดแต่เรื่องใหญ่ๆ เรื่องจุกจิกๆ อย่าไปสนใจ
2.Think positive ไม่ต้องโทษฟ้าดิน ไม่ต้องโทษประเทศ ไม่ต้องโทษใครเลย ถ้าคุณมีแต่ความคิด negative คุณจะไม่เห็นอะไรในอนาคตเลย
3.Think for the future อนาคตของคุณ ชีวิตของคุณอยู่กับอนาคต หรือว่าคุณจะยังอยู่กับอดีต

“และถ้าคุณประสบความสำเร็จถึงจุดหนึ่งแล้ว ขอเพิ่มอีกหนึ่ง think นั่นก็คือการไม่ Think”

“Please don’t think only of yourself.” อย่าคิดถึงแต่ตัวเอง

“ชีวิตคนเราจะไร้ความหมายจนเกินไป ถ้าเราคิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง”

podcast

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า