เคยคิดไหมว่า ถ้ามนุษย์เราตื่นขึ้นมาจากการถูกแช่แข็งแบบภาพยนตร์เรื่องกัปตันอเมริกาได้จริงๆ จะเป็นอย่างไร
และเรื่องนี้ก็ใกล้เกิดขึ้นจริงแล้วในโลกแห่งความเป็นจริง เมื่อเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์กำลังทำให้มนุษย์สามารถแช่แข็งตัวเองและกลับมามีชีวิตอีกครั้งได้
ต้องเล่าแบบนี้ว่าในโลกเรามีมูลนิธิ Alcor Life Extension Foundation ตั้งอยู่ในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมูลนิธิศูนย์แช่แข็งร่างกายที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยทางมูลนิธิมีวิธีการแช่แข็งร่างกายเพื่อให้ร่างยังคงสภาพสมบูรณ์ เก็บไว้ในภาชนะโลหะที่เป็นฉนวนสุญญากาศซึ่งบรรจุไนโตรเจนเหลว และร่างกายจะค่อยๆ ลดอุณหภูมิลงเหลือ -196 องศา
และจะแช่ไปแบบนี้จนกว่าจะมีความก้าวหน้าทางการแพทย์ในอนาคตที่สามารถฟื้นคืนชีพละลายน้ำแข็งและสามารถกลับมาใช้ชีวิตต่อไปได้
หากจะพูดให้เห็นภาพง่ายๆ เลยคือเปรียบเสมือนภาพยนตร์เรื่องกัปตันอเมริกาที่ถูกแช่ในมหาสมุทรลึกแข็งและเย็นเป็นระยะเวลาหลายปี แต่เมื่อละลายน้ำแข็งออกมาก็กลับสู่ชีวิตที่ปกติและยาวนานได้อีกครั้ง
ซึ่งตอนนี้ทางมูลนิธิ เผยข้อมูลมาว่ามีสมาชิกอยู่ราวๆ 1,400 คน ซึ่งในจำนวนสมาชิกทั้งหมดมีคนมาใช้บริการแช่แข็งร่างกายของตัวเองไปแล้วกว่า 230 คน และมูลนิธิ Alcor ก็หวังว่าการทดลองแช่ร่างกายในครั้งนี้จะทำให้พวกเขาสามารถฟื้นขึ้นมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
และวิธีการแช่แข็งร่างกายก็ได้รับรองทางกฎหมายตั้งแต่ปี 1994 โดยการแช่แข็งร่างกายจะมีทั้งรูปแบบเสียชีวิตและไม่เสียชีวิต แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นจะต้องได้รับความยินยอมจากตัวบุคคลและครอบครัว รวมถึงมูลนิธิ Alcor จะสามารถนำร่างของเราไปทดลองในวิทยาศาสตร์ต่อได้อีกด้วย
ที่น่าสนใจคือ เรื่องของการแช่ร่างกายกำลังเป็นสิ่งที่ ‘กลุ่มคนรวย’ วางแผนว่าจะทำ พร้อมทั้งวางแผนการเงินไปพร้อมๆ กัน เพราะตัวเองอยากมีชีวิตอีกยาวนานและยังอยากตื่นมาบนกองเงินกองทองอยู่
[ ทำไมคนรวยต้องอยากแช่ร่างกาย? ]
เพราะแน่นอนว่าการเป็นอมตะเป็นความต้องการของคนที่มีความพร้อมทางด้านการเงิน โดยเฉพาะกับกลุ่มมหาเศรษฐีที่มีมองว่าหากเราสามารถฟรีซร่างกายและตื่นมาใช้ชีวิตได้อีกครั้งบนกองเงินกองทองของเราคงจะเป็นเรื่องที่ดี ทำให้เทคโนโลยีการแช่ร่างกายเริ่มเป็นที่สนใจในสายตากลุ่มคนรวยมากขึ้นเรื่อยๆ จนบางคนก็ทุ่มเงินลงทุนในการวิจัยเทคโนโลยีนี้
ตัวอย่างเช่น เจ้าพ่อในบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Jeff Bezos, Sam Altman, Larry Ellison และ Larry Page ที่ต่างให้คำมั่นว่าจะบริจาคเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ให้กับบริษัทต่างๆ ที่พยายามต่อต้านความตายและการแก่ชรา ซึ่งแน่นอนว่าเทคโนโลยีการแช่แข็งก็เป็นหนึ่งในการต่อต้านความตายและแก่ชรา
นอกจากนี้ยังมี Cradle Healthcare บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพเด็กและนักลงทุนที่สนใจในการยืดอายุได้เข้ามาลงทุนให้กับวงการแช่แข็ง (Cryonics) ด้วยเงิน 48 ล้านดอลลาร์ (1,726 ล้านบาท) พร้อมมุ่งมั่นว่าจะพัฒนาเทคโนโลยีการอุ่นร่างกายใหม่ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการปลุกคนที่ถูกแช่ร่างกายไว้ ให้ตื่นมาใช้ชีวิตต่อ และดูเหมือนว่าการสนับสนุนและการลงทุนจากหลายๆ ภาคส่วนกำลังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเทคโนโลยีนี้เข้าไปอีก
[ แช่ร่างนานไป บังคับสมัครกองทุน เพื่อสมทบทุนระหว่างโดนแช่ ]
มากไปกว่านั้น เมื่อความต้องการของกลุ่มคนรวยอยากแช่แข็งตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้ มูลนิธิ Alcor Life Extension Foundation จับมือพาร์ทเนอร์ใช้ระบบกองทุนทรัสต์เพื่อให้แน่ใจว่ามีเงินเพียงพอสำหรับดูแลร่างที่แช่แข็งไว้เป็นเวลาหลายทศวรรษหรืออาจไม่มีกำหนดก็ได้
โดยคนที่ต้องการอยากแช่ร่างกายตัวเองอย่างไม่มีกำหนดจะต้องเสียค่าธรรมเนียมให้มูลนิธิตั้งแต่ 17 ดอลลาร์ (ราวๆ 611 บาท) ถึง 100 ดอลลาร์ (ราวๆ 3,600 บาท) ขึ้นอยู่กับอายุของคุณ
และต้องใช้บริการ cryopreservation กองทุนทรัสต์สำหรับแช่ร่างกาย โดยที่เงินทุนส่วนใหญ่จะถูกจัดสรรให้กับ Alcor Patient Care Trust และจะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไป
[ แช่ร่างกายใช้เงิน 4 ล้าน แช่แค่สมองใช้เงินไม่ถึงล้าน ]
เราสามารถเลือกการแช่ร่างกายได้ 2 แบบ
-
-
-
-
- สำหรับการแช่ทั้งร่างกาย เงินทุน 115,000 ดอลลาร์ (ราวๆ 4.1 ล้านบาท)
- สำหรับการรักษาระบบประสาท (เฉพาะศีรษะ) เงินทุน 25,000 ดอลลาร์ (ราวๆ 9 แสนบาท)
-
-
-
ซึ่งเงินทั้งหมดจะถูกจัดสรรไปให้ มูลนิธิ Alcor ใช้ในการดูแลระหว่างถูกแช่ร่างกาย ซึ่งเงินจำนวนนี้ยังไม่รวมเงินที่จำเป็นจะต้องใส่ไปในกองทุนตามความรวยของเรา
อย่างไรก็ตาม เรื่องของการแช่ร่างกายยังมีข้อจำกัดอีกมาก โดยเฉพาะกับเรื่องของกองทุนที่กองทุนแช่ร่างกายจะต้องเป็นกองทุนถาวรไม่มีวันหมดอายุ เพราะไม่รู้ว่าเราจะฟื้นขึ้นมาตอนไหน ทำให้มีหลายรัฐในอเมริกากำลังต่อต้านเรื่องนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ครอบครัวที่ร่ำรวยสะสมเงินเอาไว้หลายชั่วรุ่น ซึ่งบางรัฐก็กำหนดอายุของกองทุนให้อยู่ที่ 90 ถึง 100 ปี แต่บางรัฐได้ยกเลิกหรือขยายกฎเกณฑ์ที่ยากกว่าเดิมเสียอีก
แต่ก็ดูเหมือนว่าอุปสรรคไหนๆ ก็คงไม่อาจจะหยุดความคิดที่อยากจะเป็นอมตะของคนรวยได้อยู่ดี เพราะมันคงจะดีกว่าถ้าหากเรามีชีวิตได้ยาวนานขึ้น ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วก็ยังคงอยู่บนกองเงินกองทอง..
ที่มา
-
-
-
-
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2024-07-09/rich-people-freeze-themselves-and-fortunes-for-future-revival?srnd=wealth&sref=LQZclhPm
- https://www.businesstoday.in/technology/news/story/defying-death-and-time-how-the-rich-are-freezing-themselves-in-hopes-of-waking-up-hundreds-of-years-later-436708-2024-07-11
- https://www.cryonicsarchive.org/library/the-legal-status-of-cryonics-patients/
-
-
-