Advertisement

SHARE

A World of Married Couple ดูเหมือนจะเป็นซีรีส์สไตล์ผัวๆ เมียๆ ทั่วไป ที่พูดถึงเรื่องปัญหาครอบครัว การนอกใจ และการต่อสู้ช่วงชิงระหว่างภรรยาหลวงและภรรยาน้อย แต่หากใครได้ติดตามซีรีส์เรื่องนี้ตั้งแต่ตอนแรกจนถึตอนอวสาน ก็จะพบว่า นอกประเด็นเรื่องการแย่งชิงแล้ว ซีรีส์ยังสะท้อนให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัว การใช้อำนาจ ที่ทำให้เรื่องของคนสองคนกลายเป็นการเมืองได้ไม่ยาก

จากเรตติ้งทั่วประเทศเริ่มต้นอีพีแรก 6.2% และค่อยๆ เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากการแสดง บทที่ดูสนุกและฉลาด การกำกับ รวมถึงการสร้างกระแสในทุกๆ สัปดาห์ที่ออกอากาศ จนสามารถทำเรตติ้งทะยานอย่างก้าวกระโดดในตอนสุดท้าย จนสามารถทำลายสถิติซีรีส์ SKY Castle โดยในอีพี 16 ซึ่งเป็นตอนอวสาน ซีรีส์ทำเรตติ้งพุ่งขึ้นไปถึง 28.37% จากการรับชมทั่วประเทศ และ 31.66% จากการรับชมเฉพาะในกรุงโซล สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการเป็นผลงานที่ทำเรตติ้งสูงสุดในประวัติศาสตร์ของช่องเคเบิลในวงการโทรทัศน์เกาหลี

 

 

A World of Married Couple ดัดแปลงจากซีรีส์ดราม่าเรื่อง Doctor Foster ของสถานี BBC One ของอังกฤษ ที่เล่าเรื่องราวของคู่สามี-ภรรยา ซึ่งการนอกใจของฝ่ายหนึ่งได้นำไปสู่วังวนการล้างแค้นที่ไม่มีที่สิ้นสุด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ JTBC ช่องเคเบิลชื่อดังของเกาหลี ที่มีผลงานชื่อดังอย่าง SKY Castle และ Itaewon Class

การนำซีรีส์ต้นฉบับอย่าง Doctor Foster มารีเมคได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ในบริบทแบบเกาหลี ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าติดตาม ด้วยพล็อตเรื่องที่แข็งแกร่ง บทที่มีความน่าเชื่อถือ การผูกเรื่องที่แยบยล รวมถึงเหตุผลและอารมณ์ของตัวละครที่ส่งผลต่อการตัดสินใจจะทำหรือไม่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็มีความซับซ้อน เพราะมีเหตุผลมากกว่าหนึ่งอย่างให้ต้องคิดอย่างรอบคอบ มิใช่เพียงการบอกเล่าเรื่องราวแบบตรงไปตรงมา เพียงแค่ว่าสามีมีชู้ ภรรยาจับได้ และต้องการจะหย่า

แม้ว่าแต่ละตอนจะมีความยาวเกือบ 1 ชั่วโมงครึ่ง และมีถึง 16 ตอน แต่ซีรีส์ก็สามารถสร้างเหตุการณ์ต่างๆ ให้ผู้ชมสามารถติดตามไปได้โดยไม่รู้สึกเบื่อ โดยเฉพาะในช่วง 5-10 นาทีสุดท้ายของทุกตอน ผู้สร้างสามารถดึงเอาความอยากดูของผู้ชมต่อตอนต่อไป ด้วยเทคนิคที่สามารถตรึงผู้ชมให้ติดอยู่กับหน้าจอได้ตลอดเวลา และสร้างความลุ้นระทึกเมื่อเข้าสู่ช่วงใกล้จบของทุกตอน จนผู้ชมต้องลุ้นว่าซีรีส์จะนำปมอะไรมาโยนใส่ผู้ชมให้ต้องติดตามอีกในตอนหน้า

A World of Married Couple ในตอนแรก เปิดตัวเรื่องด้วยการที่แพทย์หญิงจีซอนอู (นำแสดงโดย คิมฮีแอ) รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลในเมืองโกซาน เริ่มระแคะระคายว่า อีแทโอ (นำแสดงโดย พัคแฮจุน) สามีของเธอ กำลังนอกใจเธอหรือไม่

 

 

จีซอนอูใช้ชีวิตที่สมบูรณ์กับครอบครัวที่อบอุ่นมาตลอดเวลาสิบกว่าปี จนลูกชายย่างเข้าสู่วัยรุ่น เธอรู้สึกอบอุ่นใจที่ได้รับความรักจากสามี แม้เธอจะไม่สามารถพึ่งพาเขาในทางการเงินและเป็นฝ่ายหาเลี้ยงครอบครัวเอง ซึ่งดูสวนทางกับบทบาทหญิงชายในอุดมคติของสังคมเกาหลี

แต่การเล่าเรื่องแบบธรรมดาอาจไม่สามารถปลุกกระแสผู้ชมได้ A World of Married Couple ในตอนแรกจึงดำเนินเรื่องคล้ายกับหนังทริลเลอร์เขย่าขวัญ จนผู้ชมเองก็ต้องลุ้นตามตัวละครเอกไปด้วย ว่าสามีของเธอมีภรรยาน้อยจริงหรือไม่ หรือเธอเป็นฝ่ายคิดไปเอง

หมอจีซอนอูเตือนให้อีกฝ่ายเตรียมตัวรับมือเรื่องการแยกทาง

“ถ้าลืมใครได้ง่ายๆ ขนาดนั้น เธอก็เตรียมใจไว้ให้ดีๆ แล้วกัน การยุติความสัมพันธ์มันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกนะ”

เธอมักพูดกับตัวเองอยู่เสมอว่า ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรเธอก็ไม่มีวันตัดสายสัมพันธ์กับสามีเก่าได้อย่างเด็ดขาด

แม้ในตอนแรกๆ ฉากหน้า A World of Married Couple จะดูเหมือนว่าจะให้ความสนใจกับเรื่องการนอกใจ การปะทะระหว่างภรรยาหลวง-ภรรยาน้อย แต่ในตอนต่อๆ มา ใจความหลักของซีรีส์ เริ่มค่อยๆ กลายเป็นเกมการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง การหักเหลี่ยมเฉือนคม การพลิกเกมกันไปมาระหว่างสองฝ่าย ว่าใครจะฝ่ายชนะ หรือใครจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ

 

 

เรื่องราวใน A World of Married Couple จึงไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องการแข่งขันกันระหว่างภรรยาหลวงและภรรยาน้อย แต่ยังชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างเชิงอำนาจทางสังคมแบบเกาหลีใต้ ที่จำลองผ่านฉากหลังเมืองสมมุติอย่างเมืองโกซาน เมืองต่างจังหวัดที่ชนชั้นกลางและชนชั้นสูงรู้จักและเกี่ยวข้องกัน ที่หากเราต้องการทำอะไรบางอย่างให้ประสบความสำเร็จ ก็จำเป็นต้องพึ่งพาระบบเส้นสายผ่านผู้มีอิทธิพล

เมืองโกซานยังเป็นที่ตั้งของสมาคมสตรีแห่งโกซาน ที่เป็นศูนย์รวมบรรดาภรรยาของผู้มีหน้ามีตาในเมือง ที่ซึ่งมีหน้าที่หลักเป็นแหล่งพิพากษาและติฉินนินทาการกระทำของบรรดาแม่บ้านในสมาคม ที่นำไปสู่คำพูดที่ว่า “ทุกคู่แต่งงานมีเรื่องราวที่เราไม่รู้ลึกซึ้ง ระวังปากไว้บ้าง อย่าสร้างปัญหาด้วยการพูดถึงครอบครัวคนอื่น”

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “เรื่องในมุ้ง” ได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับเรื่องการเมืองในสังคมไปอย่างช่วยไม่ได้ อำนาจเหล่านี้ยังแผ่เข้าไปถึงโรงพยาบาลที่แพทย์หญิงจีซอนอูทำงานอยู่ ตำแหน่งทางการงานจึงตกเป็นเป้าในเกมชิงรักหักสวาท เพราะทุกคนต่างมีหน้าตาทางสังคมที่ต้องรักษา

A World of Married Couple ยังทำให้ตัวละครทุกตัวไม่มีใครขาวและดำสนิท คือไม่มีใครดีพร้อมและสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่แพทย์หญิงจีซอนอู ซึ่งเป็นหมอ และอยู่ในฐานะภรรยาหลวง ทุกคนต่างมีเหตุผล เรื่องราว และความรู้สึกเป็นของตัวเอง ซึ่งนั่นทำให้เราเข้าใจเหตุผลของการกระทำของตัวละครแต่ละตัว ที่แม้จะเป็นตัวละครที่เราอาจรู้สึกชิงชังที่สุดก็ตาม

แม้แต่แพทย์หญิงจีซอนอูเอง ตัวละครที่อยู่ในฐานะนางเอกของเรื่อง ตัวละครที่คนดูเอาใจช่วยที่สุด ตัวละครที่ควรเป็นแบบแผนแห่งความถูกต้องสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง เธอเองก็เป็นฝ่ายใช้เกมการเมืองเป็นอาวุธ ด้วยการคนไข้ของเธอ ที่มีสถานะเป็นชนชั้นล่างกว่า ให้เป็นหูตาในการช่วยจัดการกับสามีและภรรยาน้อย ที่ถือเป็นการแตะประเด็นด้านจรรยาบรรณแพทย์และศีลธรรมที่อื้อฉาวไม่น้อย

 

 

ในช่วงหลัง A World of Married Couple ให้ความสนใจกับตัวละคร “อีจุนยอง” (รับบทโดย จอนจินซอ) ลูกชายของ จีซอนอู และ อีแทโอ อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นที่มาของสถานการณ์ที่บีบคั้นและจัดการยากขึ้นกว่าเดิม เขาจะรู้สึกโกรธเกรี้ยวทุกครั้ง เมื่อผู้ใหญ่ตัดสินใจทำอะไรโดยใช้เขาเป็นเหตุผล หรือใช้เด็กเป็นตัวกลางหรือเป็นข้ออ้างในการเอาชนะหรือแก้แค้น เพราะในมุมมองของเขาที่อยู่ในฐานะลูก เขาเป็นแค่ข้ออ้างสำหรับการทะเลาะเบาะแว้งของพ่อกับแม่เท่านั้น

ส่วนในตอนจบนั้น ฉากที่ครอบครัวต้องเผชิญหน้ากันในร้านอาหาร ได้แสดงให้เห็นว่า ทั้งสามี ภรรยา และลูก ทุกคนเผชิญกับความทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส รวมถึงความรู้สึกที่พังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี รวมถึงความรู้สึกผูกพันกับอีกฝ่ายที่ยังเหลืออยู่ เมื่อตัดเอาเอาความรักความเกลียดชังออกไปหมดสิ้น

และด้วยการแสดง การกำกับ และบทที่เข้มข้น ส่งให้ผู้กำกับและนักแสดงนำเข้าชิงรางวัล Baeksang Arts Awards ครั้งที่ 56 ในปีนี้ โดย โมวานอิล ได้เข้าชิงในสาขาผู้กำกับซีรีส์ยอดเยี่ยม, คิมฮีแอ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม, คิมยองมิน สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม และ ฮันโซฮี ที่ได้เข้าชิงในสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม โดยจะมีการประกาศผลในวันที่ 5 มิถุนายนนี้

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...