{{-- --}}
Advertisement

SHARE

วันที่ 1 พ.ค. เดอะ การ์เดียนรายงานว่า Amazon ยักษ์ใหญ่ด้านอี-คอมเมิร์ซจากสหรัฐฯ เผยรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปีนี้ โดยมีรายได้ 75,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.41 ล้านล้านบาท หรือเฉลี่ยมากกว่า 1,056 ล้านบาทต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม การที่ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 26 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ผลกำไรลดลงร้อยละ 29 จากปีที่แล้ว เหลือ 2,500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 80,000 ล้านบาท และบริษัทกล่าวว่ายังมีค่าใช้จ่ายตามาอีกมาก

นายเจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้ง Amazon กล่าวว่า ผู้ถือหุ้นของบริษัทควร “นั่งพัก” เพราะบริษัทมีแผนที่จะทุ่มงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 จำนวน 4,000 ล้านดอลลาร์หรือมากกว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้า ที่รวมถึงการส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า และการปกป้องให้พนักงานได้รับความปลอดภัย

“นี่ยังรวมถึงการลงทุนในด้านอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล การทำความสะอาดคลังสินค้า การเพิ่มค่าจ้างให่แก่พนักงานรายชั่วโมง และอีกหลายร้อยล้านดอลลาร์ในการพัฒนาความสามารถในการตรวจโควิด-19 ด้วยตัวเอง”

งบประมาณกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์หรือราว 128,000 ล้านบาท ดังกล่าว อาจเทียบได้กับผลกำไรเกือบทั้งหมดของไตรมาสต่อไป และข่าวนี้ทำให้ราคาหุ้นของ Amazon ปรับตัวลดลง

ด้านยอดขายสุทธิของ Amazon ในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นเป็น 46,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับ 35,800 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว นอกจากนั้น บริษัทยังได้รับประโยชน์เพิ่มจากรายได้จำนวน 10,300 ล้านดอลลาร์ จากบริการ Amazon Web Services หรือบริการเว็บโฮสติ้ง หรือบริการพื้นที่การใช้งานในอินเทอร์เน็ตสำหรับเว็บไซต์ทั่วไป ซึ่งหนึ่งในลูกค้าคือเน็ตฟลิกซ์ และองค์การอนามัยโลก

แม้ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐฯ ได้ปลดพนักงานจำนวนมาก และประสบปัญหาด้านธุรกิจ แต่ Amazon ยังคงมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพื่อให้ทันกับความต้องการของลูกค้าที่ต้องกักตัวอยู่บ้านทั่วสหรัฐฯ ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา บริษัทประกาศแผนการเพิ่มพนักงานอีกกว่า 175,000 คน

รายได้ที่เพิ่มขึ้น ยังส่งผลต่อตัวเลขสินทรัพย์ของนายเบซอส ซึ่งปัจจุบันครองตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรายที่สุดในโลก โดยในเดือนนี้ เขามีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นอีก 13,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 145,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 4.64 ล้านล้านบาท

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...