{{-- --}}
Advertisement

SHARE

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แสดงความกังวลต่อคำพิพากษาศาลอาญา ที่มีคำสั่งลงโทษจำคุก อัญชัญ ปรีเลิศ สูงถึง 87 ปี หลังพิพากษาว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

ยามินี มิชรา ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล  แสดงความเห็นต่อ คำพิพากษาศาลอาญา กรณีสั่งลงโทษจำคุกอัญชัญ ปรีเลิศ จำเลยคดี ม.112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สูง 87 ปี ชี้ว่า “เป็นการโจมตีอย่างร้ายแรงอีกครั้งต่อพื้นที่ของสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกที่กำลังหดหายไปในประเทศไทย”

วันที่ 19 มกราคม 2563 ศาลอาญาชั้นต้นมีคำพิพากษาว่าจำเลย “มีความผิดทั้ง 29 กรรม ลงโทษกระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 87 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 29 ปี 174 เดือน (43.5 ปี)” ตามการรายงานของทวิตเตอร์ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน

ระยะเวลาการลงโทษดังกล่าวนับสูงที่สุดเป็นประวัติกาลของการลงโทษความผิดในข้อกฎหมาย ม.112 ก่อนหน้านี้มีคดี “วิชัย” ที่ถูกพิพากษาจำคุก 70 ปี รับสารภาพเหลือ 35 ปี ขณะกรณี “บรรพต” ถูกฟ้องว่าผิดกฎหมายมาตราเดียวกัน 1 กรรม จำคุก 5 ปี

“ลักษณะการกำหนดโทษยังเป็นสิ่งที่น่าตกใจ เนื่องจากทางการพยายามลงโทษให้หนักสุด โดยการคูณจำนวนกรรมของการกระทำความผิดกับโทษจำคุกแต่ละกรรม ส่งสัญญาณชัดเจนว่าเป็นการป้องปราม ข่มขู่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต 50 ล้านคนในประเทศไทย” ผุ้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแฟซิฟิกขององค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนดังกล่าวระบุ

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนลระบุว่า อัญชัญได้รับการปฏิบัติ “ที่เลวร้าย” ตั้งแต่ถูกจับกุมเมื่อปี 2558 รวมทั้งการถูกควบคุมตัวระหว่างรอการพิจารณาเป็นเวลาหลายปี “โดยในบางช่วงมีการห้ามไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอกด้วย”

นอกจากนี้แอมเนสตี้ฯ ยังแสดงความกังวลถึงจำนวนผู้ถูกดำเนินคดี 112 ที่สูงขึ้น  “จำนวนบุคคลที่ถูกดำเนินคดีซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งที่ถูกควบคุมตัวตามกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สะท้อนให้เห็นความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งของทางการไทยที่จะปิดปากผู้เห็นต่าง บทลงโทษที่รุนแรงอย่างมากในวันนี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว และแสดงให้เห็นว่ากฎหมายนี้ไม่สอดคล้องกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ” พร้อมทั้งชี้ว่า “การหมิ่นประมาทไม่ควรนำไปสู่การลงโทษอาญาอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่าเป็นการจำคุกเป็นเวลานานมาก ดังเช่นคำตัดสินในวันนี้

“ทางการไทยต้องยุติการปราบปรามผู้แสดงความเห็นต่างอย่างสงบ รัฐบาลต้องยกเลิกหรือแก้ไขเนื้อหาสาระสำคัญของกฎหมายที่จำกัดสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก ทั้งในชีวิตจริงและในพื้นที่ออนไลน์ รวมทั้งความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการตัดสินวันนี้”

ข้อมูล ณ วันที่ 21 มกราคม 2563 ของศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกและการชุมนุมทางการเมืองในข้อหาตามมาตรา 112 แล้วทั้งสิ้นอย่างน้อย 55 ราย ใน 42 คดี

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...