{{-- --}}
Advertisement

SHARE

วันนี้แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ต่อว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ว่าทำให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อสิทธิมนุษยชนและหลักนิติรัฐนิติธรรมของสหรัฐอเมริกา

ส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุว่า “การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธไม่ยอมให้มีการเปลี่ยนถ่ายอำนาจอย่างสงบ ทำให้เกิดภาวะเสี่ยงภัยต่อสิทธิมนุษยชน ความปลอดภัยของประชาชน และหลักนิติธรรมในสหรัฐฯ การยอมรับความเห็นของกลุ่มขาวสุดโต่งและกลุ่มสุดโต่งอื่น ๆ ของประธานาธิบดี ยิ่งช่วยกระพือไฟแห่งความโกลาหลและความรุนแรง ดังที่เราเห็นกันในวันนี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ทุกคนต้องเคารพ คุ้มครอง และปฏิบัติให้เป็นผลซึ่งสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสิทธิที่จะปลอดจากความรุนแรง การข่มขู่ และการเหยียดผิว”

แถลงการณ์นี้ออกมาหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ เผยแพร่ข้อควาามสนับสนุนให้กลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนตนเข้าบุกรัฐสภาสหรัฐอเมริกา วันที่ 6 มกราคม 2563 ซึ่งเป็นเวลาที่กำลังจะมีการรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งล่าสุดซึ่งนายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครตคว้าชัยไป โดยทรัมป์พยายามเผยแพร่ข้อความว่าการเลือกตั้งดังกล่าว “โกง” ขณะที่ทวิตเตอร์ขึ้นแจ้งเตือนว่าข้อความที่ทรัมป์โจมตีการเลือกตั้งเป็นการโจมตีโดยยปราศจากหลักฐาน

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่าองค์กรมุ่งทำงานให้เกิดโลกที่ผู้มีอำนาจทุกคนเคารพกฎหมาย ปฏิบัติตามพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน และต้องรับผิดหากไม่สามารถทำตามหลักสิทธิมนุษชนได้ “เราได้ประจักษ์ถึงความเสียหายร้ายแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลเท็จเสียเอง และยุยงให้เกิดความรุนแรงทางการเมืองและการเหยียดผิว เพื่อรักษาอำนาจของตนเองเอาไว้ คนทั้งโลกจับตามองอยู่ เช่นเดียวกับผู้สนับสนุนและสมาชิกของเรากว่า 10 ล้านคน”

“เป็นจุดที่คนในสหรัฐฯ ต้องใคร่ครวญสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาประธานาธิบดีทรัมป์ยุยงให้ผู้สนับสนุนของเขาก่อความรุนแรงและความวุ่นวายมาตลอด มันไม่ใช่การทำหน้าที่ของผู้นำ แต่เป็นของผู้ยุยงปลุกปั่น เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนต้องประณามคำพูดของประธานาธิบดี”

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...