Advertisement

SHARE

‘อนุทิน’แจง วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เหมาะสมกับคนไทย เข้าถึงง่าย ไม่ถูกตัดคิว เหน็บ ‘วิโรจน์’ ปากบอกรังเกียจ แต่เจอหน้ากราบแทบถึงอก 

วันที่ 17 ก.พ. 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงในระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลช่วงหนึ่งว่า มีคนใช้สภาฯ อันทรงเกียรติกล่าวโกหกคำโตเพื่อให้เกิดความสับสนกับประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดที่ร้ายแรง แทนที่จะให้กำลังใจซึ่งกันและกัน กลับนำข้อมูลตามโซเชียลมีเดียที่ไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงมาเผยแพร่ในสภาฯ และถ่ายทอดไปยังประชาชนทั่วประเทศ ตนจึงจำเป็นต้องขอชี้แจงเฉพาะในส่วนที่เขาโกหก อย่างไรก็ตาม ที่บอกว่าเป็นคนน่ารังเกียจ ไม่อยากอยู่ใกล้ๆ แต่เมื่อสักครู่เจอกันหน้าห้องน้ำกราบแทบถึงอก เราไม่ได้เกลียดกัน และไม่ได้รู้จักกันด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าตนพูดบ้างว่า จะเอาแอลกอฮอล์มาฉีดที่เนคไทค์ตน คุณจะรู้สึกอย่างไร

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ภายเดือน ก.พ. 2564 วัคซีนล็อตแรกประมาณ 2 แสนโดสจะมาถึงเมืองไทย และจะพยายามฉีดให้เร็วที่สุด ส่วนวัคซีนล็อตที่สองจะมาภายในเดือน มี.ค. 2564 จำนวน 8 แสนโดส ภายในเดือน เม.ย. 2564 วัคซีนล็อตที่สามจะมาถึงเมืองไทย และปลายเดือน พ.ค. หรือต้น มิ.ย. 2564 วัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยยี่ห้อแอสตร้าเซนเนก้า จะฉีดให้กับคนไทยได้ครบถ้วน ทั้งนี้ การที่บอกว่าตนมีความล่าช้าขอให้รู้ไว้ว่า ตั้งแต่มีคำว่าโควิด-19 เข้ามาในสมองตน คำต่อไปที่ตนคิดคือคำว่าวัคซีน ซึ่งทำให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติได้รับการสนับสนุนงบประมาณ 3 พันล้านบาทเพื่อดำเนินการทุกวิถีทางในการร่วมมือศึกษา พัฒนา และจัดซื้อ ถ้ามีความจำเป็น โดยคณะรัฐมนตรีให้การสนับสนุน ต้องขอบคุณนายกฯ เพราะตั้งแต่มีโควิด-19มา นายกฯ ช่วยสนับสนุนเต็มที่ ไม่ใช่เฉพาะแค่วัคซีน ยา เวชภัณฑ์ แต่รวมถึงการบรรจุข้าราชการด้วย

“กล้าพูดหรือไม่ว่าวัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าเชื่อถือไม่ได้ เพราะกว่าที่จะยอมให้เราซื้อได้ต้องผ่านกระบวนการทดสอบขั้นต้นมาเป็นจำนวนมาก วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ใช้ในประเทศไทยเป็นวัคซีนร่วมผลิตกับมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด โดยประเทศไทยมีการเชื่อมต่อกลุ่มธุรกิจใหญ่โตระดับโลกคือ เอสซีจี กรุ๊ป ที่ประสานมายังนายกฯ  และกระทรวงสาธารสุขว่า มีเทคโนโลยีผลิตวัคซีนที่เหมาะสมกับประเทศไทย เขาเชื่อว่าถ้าไทยได้เป็นฐานการผลิตวัคซีนนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการช่วยเหลือกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย เมื่อฟังก็ต้องคิดต่อ เพราะเดือนส.ค. และก.ย. 2563 ยังไม่มีบริษัทไหนบอกว่าผลิตวัคซีนสำเร็จ มีเพียงแต่บอกว่ากำลังผลิตอยู่ แม้กระทั่งสัปดาห์ที่ผ่านมามี 2-3 เจ้ามาพบผม ทั้งที่รู้ว่าบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าจะส่งวัคซีนให้ไทยในเดือน มิ.ย.นี้แล้ว ซึ่งเขาบอกว่าเร็วที่สุดที่จะได้คือไตรมาส 3 ซึ่งตอนนั้นไทยก็มีวัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าอยู่เต็มโรงพยาบาลแล้ว”นายอนุทินกล่าว

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่บอกว่าเรามีวัคซีน 63 ล้านโดส เราวางแผนบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เที่ยวหาในกูเกิ้ลหรือลบหลู่ดูหมิ่น ใช้วาจาสามห้าว พูดในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับวาระการอภิปราย ที่ว่ากลิ่นหนูตายก็คงเน่าพอๆ กับกลิ่นปากเหม็น เชื่อว่าตนทำประโยชน์ให้ประเทศ บ้านเมือง และประชาชนได้มากกว่า รอให้ผู้อภิปรายมีโอกาสเข้ามาก่อน แล้วค่อยมาพิสูจน์กัน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า วัคซีนที่จะนำมาให้พี่น้องประชาชนคนไทยนั้นเหมาะสมที่สุด และเข้าถึงง่ายที่สุด และไม่มีวันถูกตัดคิว ไม่มีคนมาแย่ง ไม่มีวันที่จะไม่ถึงมือ เพราะผลิตในบ้านเรา มั่นใจว่าเพียงพอ และสามารถให้บริการกับประชาชนได้ครบถ้วน ทั้งนี้ การที่มีโรงงานผลิตวัคซีนอยู่ในประเทศไทยนั้น ถือเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคอาเซียน เป็นความภาคภูมิใจ ไม่ใช่สิ่งที่จะมาด่า ลดขวัญกำลังใจคนทำงาน

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...