Advertisement

SHARE

วินาทีนี้ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 บรรดาร้านค้าต่าง ๆ ต้องเร่งปรับตัว เพื่อให้อยู่รอดในเศรษฐกิจขาลง และมาตรการรัฐในการควบคุมโรค จนมีไม่น้อยที่ทยอยปิดตัวไป 

สวนทางกับ “ธุรกิจขายสินค้าออนไลน์” ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว จนเสมือนเป็นอีกหนึ่งนิวนอร์มัลของคนไทย ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากมาตรการขอความร่วมมืออยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ ที่ทำให้ประชาชนหันมาสั่งของออนไลน์เพิ่มขึ้น

ARIS คือ ผู้ช่วยมือหนึ่งของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ที่จะช่วยขจัดความวุ่นวายของ Social-Commerce ทำให้ทุกการไลฟ์ขายสินค้าเป็นระบบ ลดความผิดพลาด และยิ่งสะดวกสบายเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อจับมือกับ GB Prime Pay ระบบชำระเงินที่รองรับทั้งเงินสด และบัตรเครดิต ทำให้การช้อปปิ้งครั้งนี้ง่ายขึ้น อีกทั้งมั่นใจได้ว่าคุณจะไม่โดนทิ้งไว้กลางทางแน่นอน

ณัฐพล ไกรสิงขร หรือ โอ้ต ซีอีโอของ ARIS เล่าว่า ประเทศไทยนับเป็นตลาดการขายสินค้าออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดขายสินค้า E-Commerce ของไทยมีมูลค่าสูงกว่า 7 แสนล้านบาทต่อปี หากนับเฉพาะในโลกโซเชียลก็มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท 

โดยระบบ ARIS ที่กำลังพูดถึงนี้จะช่วยให้การขายสินค้าผ่านไลฟ์เฟซบุ๊กดำเนินไปตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยความรู้สึกเสมือนการช้อปปิ้งผ่านแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่คุ้นเคย อย่างลาซาดา หรือช้อปปี้ ที่เลือกซื้อจ่ายจบภายในเวลาไม่กี่นาที โดยระหว่างการไลฟ์นั้นร้านค้าสามารถเลือกแสดงกราฟฟิกลูกเล่นจากระบบ เพื่อให้การขายสนุกและน่าสนใจมากขึ้น

“เมื่อเห็นของผ่านไลฟ์ ลูกค้าสามารถพิมพ์แฮชแท็กรหัสสินค้านั้นเข้ามาเพื่อสั่งซื้อ แล้วระบบจะทักอินบ็อกไป ขั้นตอนแรกคือระบุความต้องการ ทั้งไซด์ สี และรายละเอียดอื่น ๆ จากนั้นจะถูกเก็บเข้าสู่ตะกร้า เพื่อให้สามารถสั่งซื้อสินค้าชิ้นอื่น ๆ ต่อไปได้ ซึ่งสามารถแก้ไขการสั่งซื้อได้ตลอดจนกว่าจะถึงขั้นตอนการยืนยันเพื่อจ่ายเงิน”

เหมือนมีเพื่อนแอดมินที่ปิดการขายได้เร็วมากเพิ่มมาอีกคน

ความพิเศษของ ARIS ที่ไม่เหมือนใคร คือ แม้จะเป็นระบบปฏิบัติการอัตโนมัติ แต่ยังคง“ความเป็นมิตร” ซึ่งเป็นเสน่ห์สำคัญที่ดึงดูดเหล่านักช้อปออนไลน์ที่คาดหวังการพูดคุยเหมือนเพื่อนจากบรรดาร้านค้า เพื่อให้สามารถสอบถามรายละเอียดได้อย่างจุใจ อีกทั้งระบบยังถูกออกแบบมาให้ทำงานควบคู่กับคนอีกด้วย

“ระบบจะเชื่อมต่อเข้ากับระบบแชทของร้านค้า แล้วทำการตอบอัตโนมัติให้ แต่ลูกค้าก็ยังได้รับความรู้สึกเสมือนการคุยกับร้านค้าปกติ แน่นอนทุกระบบในโลกไม่สามารถตอบคำถามทุกอย่างได้ ตัว ARIS ก็จะมุ่งเน้นในการปิดการขาย นั่นหมายความว่ากว่า 80% ระบบจะช่วยจัดการการสั่งซื้อนั้นให้แล้วเสร็จ ซึ่งจะทำให้แอดมินของร้านค้ามีเวลาให้กับลูกค้าอีก 20% ที่อาจมีคำถามเพิ่มเติม”

โดยแอดมินของร้านค้าก็ยังสามารถเข้าไปพูดคุย และทำงานได้เป็นปกติ เพียงแต่มี ARIS มาเป็นเพื่อนคู่คิดอีกคนเท่านั้น จากปกติที่การซื้อขายผ่านไลฟ์หนึ่งการสั่งซื้ออาจจะกินเวลาไม่ต่ำกว่า 10 นาที หรือนานนับชั่วโมงหากต้องรอแอดมินมาตอบคำถามและยืนยันการซื้อขาย ซึ่งระบบนี้จะช่วยตอบโจทย์การร่นเวลาขั้นตอนนี้ไปได้ อีกทั้งยังให้ข้อมูลวิเคราะห์หลังการขายเพื่อให้ร้านต่าง ๆ สามารถปรับปรุงการไลฟ์ให้ตอบสนองลูกค้ามากที่สุด

แผนการต่อไปของ ARIS คือการขยายช่องทางการทำงาน จากเดิมที่มีเพียงเฟซบุ๊ก ไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลอื่น ๆ อย่างในอินสตาแกรม รวมถึงการเพิ่มลูกเล่นทั้งการทำโปรโมชั่นสินค้า ไปจนถึงการลดราคาสินค้าในช่วงเทศกาลพิเศษ โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์ Arislab.ai

อีกหนึ่งคนที่จะมาช่วยยืนยันถึงประสิทธิภาพของระบบ ที่ช่วยเพิ่มตลาดลูกค้าได้กว้างขวางขึ้น คือ คุณศรีรัฐ ลักขณาวิไล ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดของวีรันดา รีสอร์ต ที่ได้ลองใช้ระบบ ARIS เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือใช้บริการผ่านโซเชียลมีเดีย 

ศรีรัฐ เล่าว่า นอกจากระบบจะเปิดโอกาสให้ลูกค้าเห็นบริการมากขึ้นแล้ว ยังเป็นความท้าทายของเจ้าของธุรกิจอย่างวีรันดาเองที่ไม่เคยกระโดดเข้าไปจัดการขายผ่านไลฟ์ออนไลน์ มีช่องทางการขาย และเสนอโปรโมชั่นเพียงในเว็บไซด์หลัก นี่จึงนับเป็นครั้งแรกและได้รับผลตอบรับดีเกินคาด

“ตั้งแต่เราทดลองไลฟ์มา เราเป็นมือใหม่ก็ติด ๆ ขัด ๆ แต่ถือว่าการขายในช่วงไลฟ์มีประสิทธิภาพมากมีคนเข้ามาดู รวมถึงยอดจองด้วย เพราะลูกค้าสามารถซื้อบัตรกำนันได้ง่าย ๆ พิมพ์ไม่กี่ครั้ง”

โดยข้อดีของระบบช่วยขายที่เป็นที่น่าพอใจอีกอย่างหนึ่งนอกจากการไลฟ์ขายออนไลน์แล้ว ศรีรัฐยังชื่นชอบที่ระบบสามารถทำการขายออฟไลน์ไปได้พร้อมกัน แอดมินเสมือนในระบบ ARIS ยังสาสามารถปิดการขายและเสนอโปรโมชั่นให้ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านระบบอินบ็อก

นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ไม่เคยสัมผัสระบบการขายผ่านโลกออนไลน์ แต่ต้องการลองใช้งาน โดยไม่ต้องไปดำเนินการวางระบบเองให้ยุ่งยาก

มั่นใจได้ยังไงว่าคุณจะไม่โดนหลอก

สศิรา อภิรัชเหมภาส หรือ เนย หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง GB Prime Pay ที่เข้ามาเป็นพันธมิตรในการเพิ่มขีดจำกัดของการขายสินค้าออนไลน์รวมกับ ARIS ในครั้งนี้ ด้วยศักยภาพของการบริการธุรกรรมทางการเงินทุกประเภท

“จากเดิมที่คนทั่วไปขายผ่านไลฟ์ ให้ลูกค้า CF ก็จะเกิดความวุ่นวายในการจ่ายเงิน บางคน CF เสร็จ ตัดสินใจว่าตอนนั้นจอง แต่พอแม่ค้าไปไล่ตอบแชทลูกค้าอาจเปลี่ยนใจไม่ซื้อ การจัดการการเงินลำบาก แม่ค้าต้องมาเช็คสลิปการโอน เทียบกับ Statement ของร้าน ซึ่งร้านค้าเมื่อก่อนจะใช้วิธีให้โอนทศนิยม หรือเทียบเวลา ซึ่งลำบากในการเช็ค”

ทั้งหมดนี้จะถูกแก้ปัญหาด้วยการจ่ายผ่าน GB Prime Pay หลังลูกค้าเลือกสินค้าหน้าร้านผ่านระบบ ARIS แล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนการชำระเงินซึ่งสามารถเลือกได้ทั้งการชำระด้วยเงินสด ผ่านระบบคิวอาร์โคด รวมถึงบัตรเครดิต ซึ่งนับเป็นความสะดวกรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในการซื้อสินค้าผ่านไลฟ์เฟซบุ๊กมาก่อน อีกทั้งยังสามารถผ่อนชำระ 0% ไม่ต่างจากโปรโมชัน ห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ

เมื่อไม่ได้จำกัดเพียงการใช้เงินสดอีกต่อไป บรรดาลูกค้าก็สามารถช้อปได้หนำใจ พ่อค้าแม่ค้าเองก็สามารถเพิ่มการขายสินค้าที่ราคาเพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้ยอดขายสูงขึ้นตามไปด้วย

สศิรา อภิรัชเหมภาส GB Prime Pay

ทุกวันนี้ประเด็น “ความปลอดภัยของข้อมูล” เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนกังวล แต่ GB Prime Pay ได้รับมาตรฐาน PCI DSS 3.2.1 ที่ทั่วโลกรับรอง ทำให้ความมั่นใจว่าข้อมูลการจ่ายเงินของคุณจะถูกเก็บเป็นความลับ ไม่มีการรั่วไหลข้อมูลของผู้ใช้บัตร

“นอกจากความมั่นใจว่า ARIS คัดเลือกร้านค้ามาดีแล้ว GB ก็จะมีการ Delay payment ตามนโยบายของแบงค์ชาติ ที่ต้องการให้คุ้มครองผู้บริโภคปลายทางด้วย เวลาเมื่อก่อนนายเอซื้อของนายบี นายเอโอนให้นายบี แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าจะได้ของจริง ถ้าโอนไปแล้วนายบีหายไปสิ่งที่ทำได้ คือเอาแค่แชทไปแจ้งความ”

ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นกับการสั่งสินค้าครั้งนี้อย่างแน่นอน เพราะเมื่อสั่งซื้อผ่านระบบ ARIS เมื่อจ่ายเงินแล้วทั้งร้านค้าและลูกค้าจะได้รับอีเมลล์ยืนยัน หากเกิดกรณีที่ลูกค้าไม่ได้รับสินค้าและไม่สามารถติดต่อร้านได้ ลูกค้าก็จะสามารถติดต่อรับการช่วยเหลือผ่าน GB Prime Pay ได้ทันที

ทำให้คุณสบายใจได้ว่าการช้อปปิ้งครั้งนี้ จะไม่มีอะไรให้ต้องกวนใจแน่นอน

FOLLOW US

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...