Advertisement

SHARE

วันที่ 7 พ.ค. รายการ Workpoint Today คุยกับ อธิป กีรติพิชญ์ หรือนิ้วโป้ง นักลงทุน Fundamental VI ถึงผลกระทบจากโควิดและโลกที่จะเปลี่ยนไป
 
เขามองว่าด้านการลงทุน ปีนี้มีผลกระทบหลายอย่าง จากต้นปีที่ดรรชนีตลาดหุ้นอยู่ที่ 1580 จุด ก็ลงลึกสุดหลัง 23 มี.ค. ที่มีการล็อกดาวน์ไม่นาน ลงมาจนถึง 969 จุด คิดเป็น 35-36% ตอนนี้อยู่ที่ 1260 จุด จากต้นปีมาก็ติดลบเกือบ 20%

 
ด้านธุรกิจแม้แต่บริษัทชั้นนำอย่าง แอร์บีเอ็นบี (Airbnb) สตาร์ทอัพที่แบ่งปันที่พัก ซึ่งได้รับการยกย่องว่า เป็นเจ้าของห้องพักมากที่สุดในโลกทั้งที่ไม่มีอาคารเลยแม้แต่อาคารเดียว เป็น ดี 1 ประเภท 1 ด้านการท่องเที่ยว ก็ต้องปลดพนักงาน เพราะแม้แต่ CEO ของเขาก็ยอมรับว่าไม่รู้ว่าธุรกิจท่องเที่ยวจะกลับมาได้หรือไม่ และกลับมาแล้วหน้าตาจะเป็นอย่างไร เพื่อปรับตัวทำบริษัทให้พร้อมที่สุด จึงต้องมุ่งเน้นธุรกิจหลักและหยุดโครงการที่รายได้ไม่ชัด เช่น ธุรกิจขนส่ง หรือที่พักหรู และสตูดิโอ
 
อ่านข่าวนี้แล้ว คิดถึงอาจารย์ซึ่งเพิ่งพูดคุยกันว่า การมองระยะ 5 ปี 10 ปี ข้างหน้าจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป แค่ 3 ปียังยาก ยุทธศาสตร์ 20 ปีเป็นเรื่องไกลเกินไป เพราะโลกเปลี่ยนเร็ว มีศัพท์ตอนนี้คือ VUCA ที่หมายถึง V-เปราะบาง (Volatility) U-ความไม่แน่นอน (Uncertainty) C-ความซับซ้อน (Complexity) และ A-ความเป็นเทาๆ มองคลุมเครือ (Ambiguity) นี่คือนิยามโลกต่อไป
 
คำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่ คือ ทัศนคติต้องเปิดกว้าง ว่องไวในการหาโอกาส ใช้เท้าเดินไปดูที่นั่นที่นี่ ส่วนในตอนนี้ก็คือการเดินในโลกดิจิทัล
 
ยุคอดีตเรื่องของการจ้างงานเป็นการจ้างกันตลอดชีวิต มีสวัสดิการให้ หลังจากนี้ต่อให้ไม่มีโควิด ภาพแบบนี้ก็จะแปลี่ยนไปด้วยอัตราเร่งแบบ disrupt แต่พอมีโควิดมันดึงอัตราเร่ง ของ 5 ปี 10 ปี ข้างหน้าเข้ามา
 
ภาคธุรกิจ ในภาวะแบบนี้ นายจ้างจะกลับมาประเมินว่า บริษัทมีไขมันตรงไหน ใช้คนเยอะเกินไปหรือไม่ หรือส่วนไหนไม่จำเป็น ต้องผอม ต้องคล่องตัว ประหยัด มีประสิทธิภาพ ลูกจ้างช่วงนี้ต้องโชว์สปิริตซื้อใจนายจ้างให้ได้
 
นับจากเดือน พ.ค. จนสิ้นปี ธุรกิจต่างๆ จะคิดเรื่องนี้ ลูกจ้างต้องพยายามจับโอกาสที่มี ต้องพยายามเพิ่มทักษะของตัวเอง
 
โลกหลังโควิดในมุมมองนักลงทุน สิ่งที่จะเห็น New Normal มีหลายพฤติกรรมที่จะเปลี่ยน เช่น การซื้อสินค้า คนจำนวนมากได้สั่งซื้อของทางออนไลน์เป็นครั้งแรก อีก 1 ปี ข้างหน้าแม้โควิดหมดไป คนไทยยังเดินห้างสรรพสินค้า เพราะเราไม่มีที่ให้ไปเยอะ แต่ยอดขายของสินค้าจะเปลี่ยนไป นอกจากนั้นพฤติกรรมรักษาระยะห่าง หลังโควิดเราอาจจะมีความกังวลหรือไม่ งานอีเว้นต์ต่างๆ จะมีผลรือไม่
 
ธุรกิจการศึกษา ร.ร. กวดวิชา ปรับเข้าสู่ออนไลน์ ธุรกิจการสัมมนา ที่ต่างประเทศปรับเข้าสู่ออนไลน์ มีคนที่มีทักษะจัดงานแบบออนไลน์เฉพาะขึ้นมา
 
สำหรับธุรกิจปัจจุบัน คำตอบสุดท้ายต้องเข้าสู่โลกออนไลน์ไม่ว่าจะชอบหรือไม่
 
การสร้างความเป็นตัวตนจะเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะมีผลต่อการตัดสินใจของคน เช่น คนขายทุเรียน 2 คน คนหนึ่งขายเฉยๆ อีกคนสอนวิธีการเลือกทุเรียน มีการทำคลิปออกมา แม้จะขายแพงกว่าแต่คนจะซื้อกับคนที่ 2 คำตอบคือ Trust ความน่าเชื่อถือ
 
วิธีการสร้างTrust คือ สร้างตัวตน Personal Branding ทุกๆ อาชีพต้องมีไม่ใช่แค่แม่ค้าออนไลน์เท่านั้น ยุคหลังโควิดความน่าเชื่อถือเป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำซ้ำสร้างแบบยั่งยืน เพื่อให้ตัวตนของเราปรากฏออกไป
 
อธิป เชื่อว่า ถ้ามองเป็นกราฟวิกฤติที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวยูฐานแคบ เพราะไทยเราควบคุมการระบาดได้ดี นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ดรรชนีตลาดหุ้นเราขึ้นมาพอสมควร เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน ด้านสาธารณสุขจะเป็นจุดแข็ง สร้างไทยแลนด์แบรนด์ ต่อไปเราอาจจะเป็นประเทศที่ทำด้านเนอร์สซิ่งโฮมผู้สูงอายุ การรักษาโรค จากเดิมที่มุ่งด้านการท่องเที่ยวเป็นหลัก
 
เขายังฝากว่า อยากให้มีกำลังใจ มืดที่สุดแปลว่าใกล้สว่าง เขาเชื่อว่าตอนที่ปิดเมืองคือมืดเต็มที่แล้วซึ่งจำเป็นต้องทำ เชื่อว่าเราผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ไม่ว่าเศรษฐกิจจริงหรือหุ้น หลังจากนี้จะค่อยๆ ทยอยฟื้น อยากให้มีทัศนคติที่ดี รักษากำลังกายกำลังใจ หลุดจากนี้ไม่ใช่ทางตัน แต่เป็นทางออก
LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...