{{-- --}}
Advertisement

SHARE

3 แกนนำของกลุ่มนักเรียนเลว ที่โดนหมายเรียกในข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อรายงานตัวแล้ว

วันที่ 30 พ.ย. 2563 เมื่อเวลา 13.00 น. แกนนำกลุ่มนักเรียนเลว นำโดย นายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ หรือ มิน, น.ส.เบญจมาภรณ์ นิวาส หรือพลอย และ นายคณพศ แย้มสงวนศักดิ์ พร้อมทนายความ และผู้ปกครอง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของ สน.ลุมพินี ในข้อหา ฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

โดย นางสาวคุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความ กล่าวกับสื่อมวลชนก่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ว่า พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากพฤติการณ์ในการชุมนุมวันที่ 15 ตุลาคม และยังไม่ทราบรายละเอียดพฤติการณ์ที่พนักงานสอบสวนจะแจ้งทั้งหมด โดยมองว่าการที่เยาวชนออกมาใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม ถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศ ที่ให้สิทธิชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ พร้อมตั้งคำถามกับรัฐ ว่าการดำเนินคดีขัดต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กหรือไม่

รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่า วันนี้เมื่อให้การปฏิเสธ ตามขั้นตอนก็จะต้องปล่อยตัว เพราะมีผู้ปกครองมารับตัวเยาวชนทั้ง 3 คน และสามารถนัดหมายมาพบกับพนักงานสอบสวน เพื่อส่งสำนวนหรือสอบคำให้การเพิ่มเติมแต่เจ้าหน้าที่จะนำตัวทั้ง 3 คนไปตรวจสอบการรับทราบข้อกล่าวหาที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อรายงานต่อสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก ตนเห็นว่าไม่จำเป็นต้องไปเพราะเป็นการมารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ไม่ได้ตามหมายจับ จึงมองว่าเป็นการเพิ่มกระบวนการที่เกินจำเป็นหรือไม่

ทั้งนี้ ทั้งสามคนจะให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมโต้แย้งในพฤติการณ์รายละเอียดของข้อกล่าวหา โดยคดีนี้มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท

ขณะที่นายลภนพัฒน์ กล่าวว่า การชุมนุมเป็นเสรีภาพอย่างหนึ่ง และการโดนโทษ ก็มองว่าไม่ยุติธรรม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการทางกฎหมายว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป และในฐานะประชาชนก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย สิ่งที่ตนเองขึ้นปราศรัยคือ การร้องเพลงแจวเรือ ทำให้รู้สึกตลกที่มาแจ้งข้อกล่าวหา จึงมองว่า ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไรกับการถูกดำเนินคดี เพราะเชื่อว่าพฤติการณ์ของตนเองเกี่ยวข้องกับการเมืองน้อยมาก และการแสดงออกด้วยเสียงเพลงไม่น่าจะผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

นอกจากนี้ยังมองว่า การออกไปชุมนุมทางการเมืองควรเป็นเสรีภาพที่ประชาชนกระทำได้ และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กก็รองรับไว้ แต่เมื่อออกไปทำกลับโดนดำเนินคดี ดังนั้นต้องตั้งคำถามว่า เหมาะสมหรือไม่ และสิ่งที่พวกตนโดนแสดงให้เห็นว่ารัฐไม่ปกติ พยายามเล่นงานคนที่ต่อต้านรัฐ และการออกหมายเรียกก็ไม่สามารถหยุดกระบวนการเรียกร้องได้ ต่อให้แกนนำถูกจับหมดก็ตาม เพราะการเรียกร้องเป็นเรื่องของอุดมการณ์ ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลที่จะสูญสลายหายไป

ส่วนพรุ่งนี้ที่จะมีการนัดหมายเพื่อทำกิจกรรมรณรงค์ให้ใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียน นายลภนพัฒน์ บอกด้วยว่า อยากเห็นการต่อต้านอำนาจรัฐ และการไม่ใส่เครื่องแบบไปไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับนักเรียน โดยส่วนตัวไม่ได้กังวลอะไร นอกจากกังวลว่าครูอาจจะกลั่นแกล้งนักเรียนหรือไม่ เพราะครูบางส่วนยังไม่เข้าใจสิทธิและเสรีภาพของนักเรียน จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันติดตามด้วย ทั้งนี้มองว่าการใส่ชุดไปเวท คือ การตั้งคำถามต่ออำนาจที่กดทับ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่การปฏิรูปเพราะการปฏิรูปอยู่ที่อำนาจของรัฐ
และการแต่งกายเป็น 1 ในข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียนเลวด้วย

ในระหว่างที่แกนนำเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ทางทวิตเตอร์ของกลุ่มนักเรียนเลว @BadStudent_ ได้ทวีตภาพการติดป้ายไวนิลบริเวณสะพานลอย ซึ่งมีข้อความว่า “เราต้องการเสรีภาพในการแต่งตัว” โดยระบุสถานที่คือบริเวณถนนพญาไท

ทั้งนี้ ทางกลุ่มระบุว่าจะมีการเคลื่อนไหวดังกล่าวใน 9 สถานที่ คือกระทรวงศึกษาธิการ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สถานีแอร์พอตลิงค์พญาไท สถานีแอร์พอตลิงค์มักกะสัน ท่าเรืออโศก สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสุขุมวิท สถานี BTS สยาม สกายวอล์คปทุมวัน และสถานี BTS ศาลาแดง

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...