Advertisement

SHARE

หลายคนอาจเคยได้ชิมไก่อบโอ่ง แต่สำหรับ ‘ข้าวโพดอบโอ่ง’ ตอนนี้มีหนึ่งเดียวอยู่ที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เมืองที่มี ‘โอ่ง’ เป็นสินค้าของดีประจำจังหวัดมายาวนาน

สองสามีภรรยา มุกดา ไผ่เขียว อายุ 49 ปี และ ประภาพร สินธุ์เจริญ อายุ 44 ปี ผันตัวจากอาชีพรับจ้าง มาสานฝันการเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีคนในครอบครัวเป็นลมใต้ปีกสำคัญ

ก่อนเกิดสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด “มุกดา”  เป็นเจ้าของกิจการทำก้อนเชื้อเห็ดขาย มีลูกน้อง 5 คน โดยกู้เงินทุน 1 แสนบาทมาหวังเป็นเจ้าของฟาร์มเห็ด  ซึ่งก็บางช่วงขายก้อนเชื้อเห็ดได้เดือนละ 2 หมื่นก้อน มีกำไร 12,000 – 16,000 บาทต่อเดือน แต่ทำอยู่ได้ 5 ปี ต้องเลิก เนื่องจากแบกภาระที่เกิดจากโรคในเห็ดไม่ไหว ก้อนเชื้อเห็ดที่ส่งไปหวังขายลูกค้า ต้องถูกตีกลับ เพราะในก้อนเชื้อเจอหนอน ทำให้ต้องรับผิดชอบเปลี่ยนให้ลูกค้าใหม่ทำให้ทุนจม สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้นต้องกู้เงินอีก 50,000 บาทมาใช้ทำทุน ทั้งสองพยายามหมุนเงินด้วยการนำที่ดินไปจำนอง เอาแหวนแต่งงานไปขาย แต่สุดท้ายก็ต้องตัดสินใจเลิกกิจการ

ส่วนสามี “ประภาพร” นั้น เป็นช่างไฟที่ได้วิชาความรู้มาจาก “พ่อ” ถ่ายทอดสั่งสอนมาให้ ยึดอาชีพช่างไฟช่างเชื่อมรับจ้างทั่วไปไม่เลือกงาน จนได้เป็นผู้รับเหมา แต่อาชีพนี้ก็ได้รายได้ไม่แน่นอน อีกทั้งช่วงที่เป็นผู้รับเหมาก็เจอคนเอาเปรียบให้แก้งานหรือแถมงานเกินจากราคาที่ตกลงกันไว้ ทำให้ขาดทุนไม่เหลือค่าแรงมาใช้จ่าย

ความทุกข์ที่สุดของพ่อแม่คู่นี้คือไม่มีเงินให้ลูกชายสองคน อายุ 14 ปี และ 8 ปีไปโรงเรียน ต้องไปหยิบยืมเงินมาเลี้ยงลูก กลายเป็นหนี้สินที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวทุกวัน พอเกิดสถานการณ์โควิด-19 งานรับจ้างต่างๆ หายหมด ก็ต้องบากหน้าไปขอ “เชื่อ” ของมากินใช้ในบ้านก่อนเมื่อหาเงินได้แล้วจึงรีบไปคืนเจ้าของร้านขายของที่ให้มาก่อน

แต่แล้วโชคชะตาก็พลิกผัน เมื่อวันหนึ่งประภาพรเดินทางไปหาน้องเขย ชื่อ “เลิฟ” สามีของโอ๋ น้องสาวของประภาพรที่มีอาชีพทำรถพ่วงข้างขาย เลิฟได้ชวนประภาพรทำงานอยู่ด้วยกัน แล้วมอบโปรเจกต์ “ข้าวโพดอบโอ่ง” ที่ตัวเองคิดไว้อยากช่วยครอบครัวพี่ปลดหนี้และเป็นนายตัวเอง

เลิฟ บอกไอเดียข้าวโพดอบโอ่ง ในรายการปัญญาปันสุขว่า ปกติเห็นข้าวโพดย่าง ก็อยากเอาใส่โอ่งอยากให้แปลกใหม่ ซึ่งกว่าจะได้โอ่งที่เหมาะกับการอบข้าวโพดไม่ใช่ง่ายๆ เลิฟและประภาพร ต้องทดลองโอ่งหลายลูก กว่าจะได้โอ่งที่ทนความร้อนเพราะโอ่งแต่ละใบนั้นถึงจะเป็นโอ่งราชบุรีเหมือนกันแต่ใช่ว่าจะใช้ได้ทุกใบ

โอ่งที่ใช้อบข้าวโพดถูกเจาะก้นโอ่งให้เป็นวงกลมเพื่อใส่เตาถ่าน ในตอนแรกๆ จะนำข้าวโพดฝักโตพันธุ์ดีคัดจากโรงงาน มาใส่ตะขอเกี่ยวจากปากโอ่ง ปิดฝาแล้วอบ “ข้าวโพดอบโอ่ง ล.เลิฟ” จะมีความหวานรสชาติดีกว่าข้าวโพดต้ม เพราะความหวานของข้าวโพดไม่ละลายไปกับน้ำ แถมการอบยังไม่มีกลิ่นเหม็นไหม้เหมือนข้าวโพดย่าง ความร้อนที่กระจายในโอ่ง จึงทำให้ได้ข้าวโพดสุกหอมไม่เหมือนใคร

โดยเมื่อนำข้าวโพดร้อนๆ ที่สุกได้ที่ขึ้นมาจากโอ่ง จะปอกเปือกและซังข้าวโพดจนหมด จากนั้นใส่ถุงพลาสติก ใช้มีดสับผ่านถุงออกไปเป็น 3 ท่อนเพื่อให้ง่ายต่อการรับประทาน

ทุกวันนี้สองสามีภรรยามีรายได้จากการขายข้าวโพดอบโอ่ง 2,000 บาทต่อวัน จาก 4 สาขาร้านที่มีญาติๆ มาช่วยขายด้วย และ 1 รถพ่วงข้างที่ตระเวนขายถึงเรือนชาน ฝักละ 10 บาทไม่ขาดไม่เกิน

ทุกวันนี้ “มุกดา”  และ “ประภาพร” เป็นเจ้าของกิจการข้าวโพดอบโอ่งอย่างสมบูรณ์ ปลดหนี้ปลดสินได้ มีรายได้จุนเจือครอบครัว โดยวางแผนจะขยายสาขาหลังจากได้อุปกรณ์ทำร้านจากรายการปัญญาปันสุขไป 5 ชุดใหญ่ พร้อมเตรียมปล่อยสินค้าใหม่ “ข้าวโพดอบใบเตย” มาวางขายในราคาเดิมฝักละ 10 บาท ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นทดลองสูตรให้อร่อยได้ที่

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...