Advertisement

SHARE

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ภาพจาก: สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.)

ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยัน กรณีนายจักกพันธุ์ ผิวงาม ลาออกจากรองผู้ว่าฯ กทม. เป็นเหตุผลส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับโครงการเตาเผาขยะ พร้อมระบุ ที่ผ่านมาเคยเปรยลาออกมาแล้ว 2 ครั้ง

วันนี้ (23 ก.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศห้องทำงานของนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บริเวณชั้น 2 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ห้องทำงานปิดเงียบ และเก็บของออกจากห้องทำงานตั้งแต่ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาแล้ว หลังยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวสอบถาม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยอมรับว่า นายจักกพันธุ์ ยื่นหนังสือลาออกจริง โดยให้เหตุผลว่า ต้องการพักผ่อนและเหนื่อยกับการทำงาน ที่ผ่านมาก็เคยมาพูดคุยเรื่องลาออกมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้บอกกล่าวแต่อย่างใด ทำหนังสือลาออกเลยก็รู้สึกตกใจและยอมรับการตัดสินใจ เพราะนายจักกพันธุ์ เป็นคนมีคุณภาพ ขยันทำงาน ไว้ใจได้ และขี้เกรงใจ ดูแลรับผิดชอบหลายหน่วยงาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็เป็นงานที่หนัก ยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องทะเลาะกัน เพราะส่วนตัวสนิทกันมาก ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเชื่อมโยงกับโครงการเตาเผาขยะไม่เกี่ยวกัน เนื่องจากโครงการก็อยู่ระหว่างดำเนินการ

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ภาพจาก: สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.)

สำหรับปมปัญหาการลาออกของรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถูกเชื่อมโยงเข้ากับโครงการนี้ นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร บอกว่า ไม่ทราบสาเหตุแต่หลังมีเอกชนบางรายไปร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใสของโครงการ ทางคณะทำงานก็ได้ไปชี้แจงข้อเท็จจริง กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว โดยยืนยันว่าโครงการเตาเผาขยะทั้ง 2 แห่ง เป็นไปด้วยความโปร่งใส และพร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน พร้อมระบุด้วยว่า บริษัทเอกชนผู้ร้องเรียน มีคุณสมบัติไม่ตรงตามเงื่อนไขบางประการ ทั้งสัญญาให้เอกชนมาลงทุนและบริหารจัดการ ซึ่งเมื่อครบสัญญาให้ยกทรัพย์สินเป็นของกรุงเทพมหานคร รวมทั้ง รายงาน EIA ที่เอกชนผู้ร้องเรียนรายนี้มีคุณสมบัติไม่เพียงพอ

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ภาพจาก: สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.)

ทั้งนี้ โครงการเตาเผาขยะที่หนองแขม และอ่อนนุช ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาการประกวดราคาจากผู้รับเหมาโครงการที่อ่อนนุช 8 ราย และที่หนองแขม 5 ราย ซึ่งเงื่อนไขของโครงการดังกล่าว จะมอบหมายให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการทั้งการก่อสร้าง และการบริหารจัดการขยะ ตามสัญญา 20 ปี เมื่อหมดสัญญาทรัพย์สินจะเป็นของกรุงเทพมหานคร โดยกรุงเทพมหานคร จะว่าจ้างให้เอกชนดำเนินการทำลายขยะด้วยวิธีการเผา ในราคาตันละไม่เกิน 900 บาท ซึ่งรวม 20 ปีตามสัญญา จะมีมูลค่าถึง 13,140 ล้านบาท

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...