Advertisement

SHARE

1. “บรรยิน” ชื่อเต็มคือ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ปัจจุบันอายุ 56 ปี เคยเป็น ส.ส. จังหวัดนครสวรรค์ 2 สมัย สังกัดพรรคเพื่อไทย และเป็น ส.ส.แบบสัดส่วนอีก 1 สมัย สังกัดพรรคมัชฌิมาธิปไตย
นอกจากนี้ยังเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (รมช.พาณิชย์) อีก 2 สมัย ในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

2. จะเข้าใจเรื่องราวของนายบรรยิน ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. 2558 วันนั้นเกิดเหตุรถยนต์ของนายบรรยินขับพุ่งชนต้นไม้ที่เขตสวนหลวง กทม. ส่งผลให้ “นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง” เสี่ยรับเหมาพันล้านที่นั่งรถมากับนายบรรยินด้วยเสียชีวิต

3. แต่นี่กลับไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา เพราะจากการสืบสวนเก็บหลักฐานพบพิรุธหลายอย่าง เช่น ขณะชน รถวิ่งด้วยความเร็วแค่ 30 กม./ชั่วโมง ไม่น่าเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ และจากการชันสูตรศพนายชูวงษ์ ก็พบว่าร่างกายมีอาการบาดเจ็บที่ไม่น่าเกิดจากรถชนด้วย เช่น กระดูกซี่โครงหักหลายซี่ และที่คอมีรอยเหมือนถูกรัด
อีกทั้งระยะทางจากสนามกอล์ฟที่ทั้งคู่ไปตีกอล์ฟด้วยกันกับบ้านนายชูวงษ์อยู่ห่างกันเพียง 20 กิโลเมตร แต่ระยะเวลาจากที่ทั้งคู่ออกจากสนามกอล์ฟจนเกิดเหตุรถชน ห่างกันถึง 2 ชั่วโมง ครอบครัวนายชูวงษ์จึงสงสัยว่าอาจเกิดการพานายชูวงษ์ไปฆ่าที่อื่นมาก่อนหรือไม่

4. ความพิรุธยังมีเพิ่มขึ้นอีก เมื่อพบว่าก่อนหน้าการเสียชีวิตเพียง 10 วัน นายชูวงษ์ได้โอนหุ้นมูลค่า 38 ล้านบาทให้ “ป้อนข้าว” โบรกเกอร์สาวคนสนิทของบรรยิน รวมถึงอีก 228 ล้านบาทให้ “น้ำตาล” พริตตี้อีกคนที่เป็นแคดดี้ที่สนามกอล์ฟ โดยจากหลักฐานที่รวบรวมได้ชี้ว่าน่าจะเกิดการปลอมแปลงเอกสารโดยนายบรรยินอาจเป็นผู้บงการ

5. สุดท้ายอัยการและครอบครัวของนายชูวงษ์รวบรวมหลักฐาน และฟ้องนายบรรยินใน 2 ข้อกล่าวหา คดีแรกเป็นเรื่องการปลอมแปลงเอกสารโอนหุ้นมูลค่าเกือบ 300 ล้านบาท และอีกคดีคือการฆาตกรรมอำพรางนายชูวงษ์

6. ในทางคดีแล้ว 2 คดีนี้เกี่ยวพันกันอยู่ กล่าวคือ หากนายบรรยินถูกตัดสินให้มีความผิดในคดีปลอมแปลงเอกสารโอนหุ้นจริง ก็อาจทำให้คดีฆาตกรรมอำพรางถูกตัดสินให้ผิดไปด้วย เนื่องจากถือว่าเป็นแรงจูงใจอย่างดีว่าทำไมจึงต้องฆ่าอำพรางนายชูวงษ์

7. ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ นายบรรยินจึงต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้ตนหลุดจากคดีปลอมแปลงเอกสารโอนหุ้นให้ได้ โดยคดีปลอมแปลงเอกสารโอนหุ้นดังกล่าว อยู่ในการพิจารณาของศาลอาญากรุงเทพใต้ และผู้พิพากษาที่ทำสำนวนคดีดังกล่าวคือ น.ส.พนิดา โดยกำหนดนัดอ่านคำพิพากษากันในวันที่ 20 มี.ค. 63

8. น.ส.พนิดา ที่เป็นผู้พิพากษาในคดีนี้ เปิดเผยว่าตนเองถูกข่มขู่หลายครั้งให้ยกฟ้องคดีดังกล่าว ตัวเธอเองกังวลเรื่องความปลอดภัยของตนเอง จึงได้ให้ นายวีรชัย พี่ชายมารับกลับบ้านทุกวันหลังเลิกงาน

9. จนในวันที่ 4 ก.พ. 63 เกิดเหตุชาย 3-4 คน มาลักพาตัวนายวีรชัยพี่ชายไปจากบริเวณหน้าศาล และข่มขู่ให้ น.ส.พนิดา รีบยกฟ้องคดีโอนหุ้นของนายบรรยิน สุดท้ายแล้วปรากฏว่านายวีรชัยโดนกลุ่มคนดังกล่าวทำร้ายจนเสียชีวิต และนำศพไปเผาอำพรางและทิ้งลงแม่น้ำที่ จ.นครสวรรค์

10. ต่อมาไม่นาน ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน โดยผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าวได้ซัดทอดว่านายบรรยินเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการลักพาตัวพี่ชายของผู้พิพากษา ในที่สุดตำรวจก็ได้เข้ารวบตัวนายบรรยินที่บ้านใน จ.นครสวรรค์ ในวันที่ 23 ก.พ.

11. จนในที่สุด วันที่ 20 มี.ค. ศาลอาญาได้พิพากษาจำคุกนายบรรยิน 8 ปี ในความผิดปลอมเอกสารการโอนหุ้นของนายชูวงษ์

12. นายบรรยินถูกกักขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ แต่ปรากฏว่าเมื่ออยู่ในเรือนจำดังกล่าว ได้มีการพยายามหาทางแหกคุกอยู่หลายวิธี

13. ขณะอยู่ในคุก นายบรรยินได้รู้จักกับนายโจ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์ สุดท้ายนายบรรยินได้ติดต่อให้ทนายความของตัวเอง ไปติดต่อทนายความอีกคนหนึ่งให้มาช่วยประกันตัวนายโจออกไป โดยแลกกับการที่นายโจต้องพยายามช่วยตนเองออกจากคุก

14. นายโจซึ่งแม้จะถูกประกันตัวออกไปแล้ว แต่ต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาถูกตำรวจตามจับตัวมาอีกจากคดีเก่าที่ค้างอยู่อีกคดี นายโจเล่าว่านายบรรยินให้ตนหาวิธีช่วยแหกคุกออกไปให้ได้ หากทำไม่ได้ให้ไปลักพาตัวภรรยาของผู้บัญชาการเรือนจำที่รับราชการอยู่ที่ จ.ลำปาง เพื่อนำมาต่อรองแลกกับการปล่อยตัวนายบรรยิน

15. นอกจากนี้ นายโจยังเล่าด้วยว่า นายบรรยินให้ไปติดต่ออดีต ส.ส.ภาคเหนือคนหนึ่ง ซึ่งนายบรรยินอ้างว่าเป็นลูกน้องเก่าของตน ให้ช่วยเหลือนายบรรยินออกจากคุก แต่สุดท้ายเมื่อติดต่อไปแล้วอดีต ส.ส. คนดังกล่าวปฏิเสธ

16. นายโจไม่ใช่คนเดียวที่นายบรรยินทาบทามให้ช่วยพาตัวเองออกจากคุก โดยมีนายท็อป อายุ 30 ปีอีกคนหนึ่งซึ่งนายบรรยินขอให้ช่วยเช่นกัน นายท็อปให้ข้อมูลกับตำรวจว่า นายบรรยินวางแผนจะให้คนมาระเบิดข้างกำแพงเรือนจำ แล้วล้มเสาธงชาติเพื่อใช้ปีนหนีออกไปด้านนอก จากนั้นจะมีเฮลิคอปเตอร์บินมารับ

17. ทางเจ้าหน้าที่เมื่อทราบเบาะแสดังกล่าวนี้ จึงได้ย้ายนายบรรยินจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาขังที่เรือนจำบางขวางแทน

18. สุดท้ายเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีรายงานว่านายบรรยินพยายามฆ่าตัวตายภายในเรือนจำ เนื่องจากเครียดมาก แต่เจ้าหน้าที่เข้ามาระงับเหตุไว้ได้ทัน

19. สำหรับคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ซึ่งเป็นกรณีล่าสุด ทางอัยการได้ยื่นฟ้องนายบรรยินและพวกต่อศาลแล้วตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. และนัดตรวจสอบหลักฐานครั้งแรกวันที่ 22 มิ.ย. นี้

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...