Advertisement

SHARE

“คิดว่าการที่โรงเรียนให้แต่งไปรเวท จะไม่สร้างปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพราะถึงเป็นชุดนักเรียนเราก็ใส่นาฬิกาไม่เหมือนกัน ใช้โทรศัพท์ก็ไม่เหมือนกันแล้ว มันก็เกิดการเปรียบเทียบได้เหมือนกัน และคิดว่าชุดไปรเวทไม่ทำให้เกิดการแบ่งชนชั้น เพราะถึงเป็นชุดนักเรียนมันก็แบ่งกันอยู่แล้ว”

นายคงพสิษฐ์ โรจยารุณ หรือ ตี๋ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ให้ความเห็นเกี่ยวกับ กรณีที่โรงเรียนอนุญาตให้เด็กชั้นมัญยมศึกษาแต่งชุดไปรเวทมาได้ทุกวันอังคาร ตลอดระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา หรือ 6 สัปาดห์

คงพสิษฐ์ ยังบอกด้วยว่าตัวเขาเอง ปกติชอบใส่ชุดสไตล์วินเทจ และจะมีเสื้อผ้าแบบนี้อยู่หลายตัว และสังเกตเพื่อนหลายคนจะแต่งชุดในแบบที่เป็นตัวเองและเป็นชุดที่ทุกคนใส่กันอยู่แล้ว เขามองว่าการที่โรงเรียนอนุญาตให้แต่งมาได้ มันทำให้เขาและเพื่อนๆ มีความสุข และสนุกกับการแต่งตัว ทำให้การเรียนผ่อนคลายมากขึ้น และคิดว่าสัปดาห์หน้าเขาจะแต่งตัวแบบนี้มาอีกแน่นอน

ขณะที่ นายศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์ หรือ นนท์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ที่แต่งตัวมาเรียนด้วยชุดสูทสีเขียวขี้ม้า ซึ่งได้รับคำชื่อนชมจากเพื่อนๆ เป็นอย่างมาก บอกว่า เขาแทบไม่ต้องคิดว่าจะใส่อะไรมาโรงเรียน เพราะปกติเป็นคนชื่นชอบการแต่งตัวแบบนี้อยู่แล้ว และหากเจอเขาที่ไหน ทุกคนจะเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้อยู่เสมอ

เขามองว่าการแต่งตัว เปรียบเหมือนการแสดงออกความเป็นตัวเองออกมาได้ชัดเจน บอกได้ว่าเราเป็นคนแบบไหน ชื่นชอบอะไร ส่วนเรื่องการแต่งตัวแข่งกันก็อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่มองว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะเชื่อว่าแต่ละคนก็เลือกที่จะแต่งตัวตามที่ตัวเองพอใจอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการเรียนก็ไม่น่าจะมีผลกระทบ เพราะอยู่ที่ความตั้งใจมากกว่าเรื่องชุด

สำหรับนโยบายของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ที่ให้เด็กแต่งชุดไปรเวทมาเรียนได้นั้น เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ โรงเรียนแห่งความสุข โดยนายศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า การที่ให้เด็กใส่ชุดที่อยากใส่จะช่วยให้เด็กมีความสุข มีความคิดสร้างสรรตชค์ ซึ่งนโยบายนี้ โรงเรียนหารือกันมานานกว่า 10 ปี โดยอ้างอิงจากงานวิจัยของต่างประเทศว่าจะช่วยพัฒนาศักยภาพในการเรียน และการเข้าสังคมได้ ทางโรงเรียนจึงเริ่มการทดลองนี้เป็นระยะเวลา 1 เทอม ซึ่งหากได้รับผลที่ดีก็อาจจะพิจารณาให้แต่งแบบนี้ต่อไป ผู้อำนวยการโรงเรียน ยืนยันว่า ไม่ได้คิดยกเลิกการใส่ชุดนักเรียนแน่นอน

ส่วนข้อกังวลที่หลายฝ่าย กลัวว่า การให้เด็กแต่งไปรเวท จะเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองหรือไม่ ทางโรงเรียนมองว่าไม่น่าจะสร้างปัญหา เพราะสถานที่นี้คือโรงเรียน ไม่ใช่ศูนย์การค้าที่มีวัยรุ่นชายหญิง และการแต่งตัวมาโรงเรียนก็เจอแต่กลุ่มเพื่อนจึงคิดว่าเด็กจะไม่แต่งตัวมาอวดกัน หรือหากมีก็จะเป็นการเรียนรู้ โดยครูก็จะสามารถชี้แนะได้ว่าความเหมาะสมอยู่ตรงไหน

สอดคล้องกับที่ นางอรวรรณ พยุหนาวีชัย ผู้ปกครองนักเรียน บอกว่าลูกชาย 2 คนของเธอ ก็รู้สึกตื่นเต้นกับการใส่ชุดไปรเวทมาเรียน เขาจึงเลือกแต่งตัวในแบบนักร้องที่ตัวเองชื่นชอบ แต่ชุดที่ใส่ก็จะเป็นชุดที่มีอยู่แล้วเช่นกัน เพราะไม่เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องซื้อใหม่ และในฐานะผู้ปกครอง มองว่า การที่โรงเรียนจัดกิจกรรมแบบนี้ก็ช่วยให้เด็กมีความสุขที่เขาอยากใส่ชุดที่ชอบมาเรียน

 

 

 

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...