Advertisement

SHARE

ภาพ รถตระเวนข่าว V.2

จากกรณีเหยื่อหลายรายแสดงตัวว่าถูกนายภานุพงศ์ หรือ ปพิชญา หรือ ธัญญ์ฐิชา อัมพวัน หรือ ศศิโชติกุลวงศ์ ที่เรียกกันในกลุ่มว่า นางฟ้าไบเกอร์ หลอกลวงนำทรัพย์สินไป มีทั้งรายที่ระบุว่าเข้าใจว่า นายธัญญ์ฐิชา หรือ “ครูวา” เป็นผู้หญิง โดยอยู่ด้วยกันและทรัพย์สินสูญหายไป, กรณีที่ “ครูวา” ขอซื้อรถบิ๊กไบก์ แต่ขอนำรถไปก่อนและไม่ผ่อนต่อ, กรณีที่มีหนุ่มอยุธยาอ้างว่า ได้จ่ายสินสอดให้ “ครูวา” ไปแล้วแต่ภายหลังถูกยกเลิกงานแต่งงาน

วันที่ 17 พ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านของครูวา ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเขาการ้อง ม.1 ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร พบกับนายน้อย (นามสมมติ) ซึ่งเป็นพ่อของครูวา ที่เล่าให้ฟังว่า ตนเองเพิ่งจะรับทราบจากผู้สื่อข่าวว่าลูกชายไปก่อเรื่องขึ้น เพราะตนไม่ได้ติดตามโซเชียลมีเดีย เนื่องจากบ้านที่อยู่เป็นป่าเขาไม่มีสัญญาณ

ลูกชายตนเอง มีชื่อเล่นว่า “โจ๊ก” ออกจากบ้านไปนานกว่า 10 ปี แล้ว และไม่ค่อยได้ติดต่อกัน มีเพียงบางครั้งที่ลูกชายจะโทรมาหา ถามไถ่และบอกล่าสุดคือไปเป็นครูอยู่แถวดอนเมือง เท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นไม่รู้เลย ตอนเด็กๆ เป็นผู้ชายเหมือนชายอื่นๆ ทั่วไป แต่พอเริ่มโตขึ้นมา เริ่มมีพฤติกรรมชอบแต่งตัวเป็นหญิง ซึ่งตนไม่ชอบและต่อว่าหลายครั้งแต่ก็ไม่ฟัง ทำให้ตนเองโกรธมากไล่ให้ออกจากบ้าน โจ๊กจึงไปอยู่กับยายซึ่งบ้านอยู่ห่างกันไปหลายกิโลเมตร

ภาพ รถตระเวนข่าว V.2

หลังจากนั้นตนเองและทางบ้านทุกคนไม่เคยได้สนใจ กลับกันโจ๊กเองก็ไม่เคยแวะเวียนมาหาเลย จนกระทั่งเมื่อประมาณ 13 ปีที่แล้ว ลูกชายได้มาหาในรูปร่างของผู้หญิงเต็มตัว และบอกกับตนเองว่า แปลงเพศมาแล้วและจะแต่งงานกับหนุ่ม ซึ่งเป็นชาวจังหวัดอยุธยา ตนเองก็มึนงงบอกไปเพียงว่าดีแล้ว ก่อนที่ทั้งสองได้แต่งงานกันมีแขกเหรื่อมาร่วมงานพอประมาณ

หลังจากแต่งงานได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็เลิกรากันไป โจ๊ก ก็กลับมาอยู่บ้าน และไม่ทำอะไรเลย ตนเองซึ่งเป็นคนสวนอยากให้ลูกได้ทำงานบ้านบ้าง แต่โจ๊กไม่สนใจจะทำ ชอบเที่ยว ตนจึงได้ต่อว่าไปและพูดคำขาดว่าหากจะเที่ยวก็ออกไปแล้วไม่ต้องกลับมา โจ๊ก จึงเดินออกจากบ้านไปและหายไป มีแค่เพียงบ้างครั้งที่โทรมาถามนั้น จนวันนี้ก็มารู้ว่า ลูกชายไปก่อเรื่องสร้างความเสียหายให้กับคนอื่น

นายน้อย กล่าวต่อว่า หากเป็นเรื่องเป็นราว ก็อยากให้ลูกชายมาเคลียร์ปัญหา ผิดถูกก็ว่ากันไป ส่วนผู้เสียหายหากจะเอาผิดกับลูก ก็ต้องปล่อยไปเพราะเขาคือผู้เสียหาย ใครทำอะไรก็ต้องชดใช้สิ่งที่ทำลงไป ส่วนตนไม่มีเงินพอที่จะไปเยียวยาใครได้เพราะเป็นชาวสวน

อีกด้านหนึ่ง นายศุภสินธุ ตราโต ลูกชายนางพรรณี เจ้าของ พรรณีเนอสเซอรี่ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 6 ปีที่ผ่านมา ครูวา เคยมาทำงานที่เนอสเซอรี่ ได้ประมาณปีเศษ แต่ตลอดระยะเวลายิ่งนานวัน พฤติกรรมของครูวาเริ่มออกในด้านความไม่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของความเป็นครูที่ดี โดยเฉพาะเงินค่าเทอม ในช่วงแรกๆ ครูวา ก็นับมาส่งให้ทางตนดี แต่ระยะหลังเริ่มไม่ส่ง โดยมีข้ออ้างต่างๆ จนกระทั่งจับได้ว่า ครูวา ได้แอบปลอมลายเซ็นชื่อของคุณแม่ลงในบิลรับเงินค่าเทอม แล้วเก็บเงินค่าเทอมไป ซ้ำร้ายยังปลอมลายเซ็นคุณแม่ ไปทำบัตรเครดิตอีกด้วย ซึ่งหลังจากที่เราจับได้ แต่ยังไม่ทันจะเรียกมาคุย ครูวาก็ชิงลาออกไปเสียก่อน ซึ่งทางคุณแม่ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว

นายศุภสินธุ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับภาพถ่ายที่ทางครูวา นำไปโพสต์เพื่อหลอกเหยื่อว่าเป็นครู มีบางภาพที่ปรากฏเป็นรูปเนอร์สเซอรี่นั้นเป็นภาพนานมาแล้ว ซึ่งเราถ่ายรูปครูทุกคน ไว้เป็นทำเนียบเพื่อให้ผู้ปกครองและเด็กได้รู้จักชื่อว่าใครเป็นใคร ครูวา เป็นครูที่มาทำแบบพาร์ทไทม์แต่พฤติกรรมมักจะทำตัวเหมือนคนมีงานยุ่งมาก ส่วนเงินที่ได้ไปประมาณหลักหมื่น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...