{{-- --}}
Advertisement

SHARE

อย. ประกาศเพิกถอนใบรับจดแจ้งและให้เรียกเก็บผลิตภัณฑ์เจลล้างมือไม่ได้มาตรฐาน มีแอลกอฮอล์ต่ำกว่า 70 % จำนวน 24 รายการ ขณะที่กรมควบคุมโรคแจงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรค แต่จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า อย. มีคำสั่งเพิกถอนใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางและให้เรียกเก็บคืนเจลล้างมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จำนวน 24 รายการ มีผลตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมาหลังตรวจพบกผลิตภัณฑ์ 24 รายการไม่ผ่านเกณฑ์ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดลักษณะของเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพื่อสุขอนามัยสำหรับมือที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย พ.ศ. 2563 กำหนดให้ผลิตภัณฑ์เจลล้างมือแอลกอฮอล์เป็นเครื่องสำอางและต้องมีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ไม่ต่ำกว่า 70 % โดยปริมาตร ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค อย. จึงได้เพิกถอนใบรับจดแจ้ง และให้เรียกเก็บคืนผลิตภัณฑ์เจลล้างมือดังกล่าวตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่ 153/2563 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2563 ประชาชนทั่วไปหรือผู้ขาย หากต้องการจะคืนผลิตภัณฑ์ข้างต้นให้ส่งคืนผู้ที่ท่านซื้อมา หรือหากจะขายให้ขายคืนกับผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบรายชื่อผลิตภัณฑ์เจลล้างมือแอลกอฮอล์ที่ถูกเพิกถอนหรือผิดกฎหมายได้ที่

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรค

ด้าน นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีการส่งต่อข้อมูลในสื่อออนไลน์ ที่มีคนไทยสาธิตการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อให้ช่วยฆ่าเชื้อในลำคอ และรายงานข่าวในต่างประเทศที่มีประชาชนดื่มแอลกอฮอล์บริสุทธิ์หรือเอทิลแอลกอฮอล์ จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและมีอาการสาหัสจำนวนหลายราย โดยทั้งสองเหตุการณ์มีความเชื่อว่าจะช่วยฆ่าเชื้อโควิด–19 ได้ นั้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่า ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ เช่น เหล้า เบียร์ ซึ่งมีขั้นตอนผลิตมาจากพืชประเภทน้ำตาลและพืชจำพวกแป้ง สามารถรับประทานได้ แต่แอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มอาจเป็นสาเหตุเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ มีโอกาสรับเชื้อง่ายกว่าคนปกติ เพราะเมื่อดื่มเข้าสู่ร่างกาย แอลกอฮอล์จะเข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานฆ่าเชื้อโรคในร่างกายได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ติดเชื้อต่างๆ ได้ง่ายขึ้น รวมถึงการสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนหรือเที่ยวในสถานบันเทิงก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นไปอีก เพราะหากมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แค่หยิบจับภาชนะร่วมกันก็อาจติดเชื้อได

ส่วนกรณีรายงานข่าวในต่างประเทศ เป็นการดื่มเอทิลแอลกอฮอล์ หรือเอทานอล (Ethyl Alcohol หรือ Ethanol) ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 95% ใช้สำหรับทำความสะอาดฆ่าเชื้อ สามารถนำมา เช็ด ถู หรือฉีดบนร่างกายได้ มีขั้นตอนผลิตมาจากพืชประเภทน้ำตาล และพืชจำพวกแป้งเช่นเดียวกันกับแอลกอฮอล์ที่ผสมในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ไม่สามารถรับประทานเอทานอลล้างแผลได้ เพราะมีขั้นตอนการผลิตและสารเคมีต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แม้ว่าเอทานอลจะเป็นชนิดของแอลกอฮอล์ที่สามารถบริโภคได้ แต่ด้วยปริมาณความเข้มข้นแบบบริสุทธิ์ซึ่งสูงกว่าที่พบในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วไป ทำให้ผู้ดื่มมีภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษ และในบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีค่าความเข้มข้นมากที่สุดเพียง 40% เท่านั้น หากดื่มเข้าไปปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายจะเจือจางลง และหากพยายามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนมีปริมาณแอลกอฮอล์เข้มข้นมากถึง 70% เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ 5% จำนวน 14 ขวด หรือมากกว่า นอกจากจะไม่ช่วยฆ่าเชื้อแล้ว การที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เขาร่างกายจะกลายเป็นการทำลายร่างกายแทน เพราะเซลล์ปกติในร่างกายจะถูกทำลายไปด้วย อาจทำให้กระเพาะอาหารเป็นแผล อาเจียนเป็นเลือด จนถึงขั้นเกิดอาการช็อกจากการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

นพ.ย์ขจรศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า การดื่มเอทิลแอลกอฮอล์หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่สามารถช่วยฆ่าเชื้อไวรัสโควิด–19 ได้ ควรลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อด้วยการล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำกับสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ หลังจากกลับจากข้างนอกถึงบ้าน ก่อนและหลังรับประทานอาหาร หลังจากไอหรือจาม หลังจากเข้าห้องน้ำ หลังจากสัมผัสกับสัตว์ ปิดปากเวลาไอจามด้วยข้อพับแขนด้านในหรือกระดาษทิชชู่ ทิ้งทิชชู่ที่ใช้แล้วลงถังขยะ และล้างมือทันที หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ผู้ที่เป็นไข้และมีอาการไอ จาม กินร้อน ช้อนกลาง(ส่วนตัว) และสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อไปที่ชุมชน

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...