เศรษฐกิจจีนส่อแววเข้าสู่ภาวะเงินฝืด สวนทางกับทิศทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่ต่างเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อกันอยู่ในขณะนี้
โดย ‘ภาวะเงินฝืด’ (Deflation) คือภาวะทางเศรษฐกิจที่ราคาเฉลี่ยของสินค้าและบริการมีทิศทางลดลง ในขณะเดียวกันมูลค่าของเงินในช่วงนั้นของเศรษฐกิจก็กำลังเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้คนไม่อยากใช้จ่ายเพื่อรักษามูลค่าของเงินตนเองไว้ ซึ่งตรงข้ามกับภาวะเงินเฟ้อ (Inflation)
และตัวเลขดัชนีผู้บริโภค (CPI) ถือเป็นหนึ่งในดัชนีที่มักถูกนำมาใช้สำหรับการประเมินเงินฝืดและเงินเฟ้อ หาก CPI ติดลบ มักเป็นหนึ่งในตัวสะท้อนของมูลค่าของสินค้าและบริการที่กำลังลดลงในช่วงเวลานั้น ซึ่งหมายถึงภาวะเงินฝืดนั้นเอง
จากข้อมูลล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเผยว่าตัวเลขดัชนีผู้บริโภคของจีนในเดือน มิ.ย.ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2564
ในขณะที่ ‘อัตราเงินเฟ้อขั้นพื้นฐาน’ (Core Inflation) ที่ถูกหักความผันผวนจากราคาอาหารและพลังงานออกไปแล้วชะลอตัวลงมาแตะ 0.4% จากระดับ 0.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ทิศทางเดียวกับ ‘ดัชนีราคาของผู้ผลิต’ (Producer Price Index) ที่กำลังตกลงไปทำจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2558 เหลือเพียง 5.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านี้
อีกหนึ่งตัววัดสำคัญของดัชนีผู้บริโภคอย่างราคาเนื้อหมู ในเดือนมิ.ย.ก็มีการปรับตัวลงกว่า 7.2% จากปีก่อนหน้า ซึ่งมากกว่าการปรับตัวลดลงในเดือน พ.ค.ที่ลดลงเพียง 3,2% เท่านั้นเอง
‘จาง จือเว่ย’ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Pinpoint Asset Management มองว่า จากตัวเลขทางเศรษฐกิจของประเทศจีนในตอนนี้กำลังมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเผชิญกับภาวะเงินฝืด
โดยในขณะนี้ประชาชนจีนก็กำลังรู้สึกว่าสินค้าและบริการต่างๆ ในประเทศกำลังมีราคาที่ถูกลง จนอาจทำให้ผู้คนในประเทศต่างเก็งกันว่าสินค้าและบริการต่างๆ อาจปรับตัวลงต่ออีกในอนาคต ทำให้ลดการใช้จ่ายลง ทำให้ผู้ผลิตยิ่งต้องลดราคาของสินค้าลงเป็น ‘ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง’ (Deflation Spiral) ได้
‘บรูซ ปัง’ หัวหน้าฝ่ายเศรษฐศาสตร์ของ Jones Lang Lasalle ชี้ว่า ประเทศจีนในขณะนี้อาจมีข้อจำกัดต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายทางมหภาคแล้ว ทำให้ในตอนนี้ผู้นำของประเทศจีนควรมุ่งเน้นการเติบโตของเศรษฐกิจที่มีคุณภาพและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น โดยจัดการโครงสร้างทางเศรษฐกิจและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้ดี
นักวิเคราะห์บางรายยังชี้ว่า รัฐบาลจีนควรเปลี่ยนจุดเน้นจากการแก้ปัญหาที่ฝั่งอุปทาน ไปยังการแก้ปัญหาที่ฝั่งอุปสงค์ให้มากขึ้น ว่าจะเพิ่มความต้องการในการใช้จ่ายได้อย่างไร เนื่องจากในตอนนี้จีนกำลังเผชิญปัญหาของปริมาณอุปทานที่มากจนเกินไป
ที่มา: https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-07-10/china-s-inflation-rate-slows-to-zero-as-economic-woes-mount