{{-- --}}
Advertisement

SHARE

วิลเลียม อี.ไฮเนคกี้ หรือบิล ไฮเนคกี นักธุรกิจสัญชาติไทยเชื้อสายอเมริกัน ผู้ก่อตั้งเครือบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

วันที่ 11 พ.ค.63 วิลเลียม อี.ไฮเนคกี้ หรือบิล ไฮเนคกี นักธุรกิจสัญชาติไทยเชื้อสายอเมริกัน ผู้ก่อตั้งเครือบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล หนึ่งในกลุ่มบริษัทด้านการบริการที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้ให้สัมภาษณ์กับนางคริสติน ถัน นักข่าวเศรษฐกิจจากสำนักข่าวซีเอ็นบีซี เมื่อวันที่ 8 พ.ค.63 ถึงการบริหารกลุ่มธุรกิจโรงแรม-รีสอร์ท, ร้านอาหาร และกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ ให้เดินหน้าต่อไปท่ามกลางวิกฤตการระบาดครั้งใหญ่ของเชื้อไวรัสโควิด-19

คริสติน ถัน : ธุรกิจของคุณครอบคลุมทั้งโรงแรม-รีสอร์ท, ร้านค้าปลีก และร้านอาหารหลายแห่งในประเทศไทย คุณช่วยอธิบายถึงสภาวะการปัจจุบันของบริษัทของคุณได้หรือไม่ คุณรับมือกับการระบาดใหญ่ในปัจจุบันอย่างไร? และมันจะมีผลกระทบต่อธุรกิจโดยรวมของคุณอย่างไร

โดยทางนายบิล ไฮเนคกี กล่าวกับทางสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า “การระบาดครั้งนี้ถือเป็นวิกฤตที่ร้ายแรงกว่าครั้งใด ธุรกิจของไมเนอร์ กรุ๊ปต้องปิดตัวลงแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม (ยกเว้นโรงแรมอนันตราสยาม) ร้านอาหารของเราก็ต้องปิดเช่นกัน แต่เราปรับตัวด้วยการให้บริการแบบเดลิเวอรี่ เช่นเดียวกับร้านค้าปลีกของเราที่ขยายช่องทางการขายทางออนไลน์มากขึ้น”

“แต่แน่นอนว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นครั้งนี้มันใหญ่มากจริงๆ และเราก็ยังไม่สามารถระบุความเสียหายได้อย่างชัดเจนนัก แต่ทั้งหมดนี้มันขึ้นอยู่กับว่าการฟื้นตัวจะเร็วแค่ไหน และเราจะปลดล็อกทุกอย่างได้เร็วแค่ไหน รัฐบาลของเรากำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น เช่นเดียวกับรัฐบาลทั่วโลก เราอาจจะได้เห็นการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งผมหมายถึงภายในปีนี้”

คริสติน ถัน : พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจที่ถดถอยลงอย่างมาก คุณกังวลไหม?

ด้านนายไฮเนคกี้ได้กล่าวว่า “ใช่ เรากำลังเผชิญสถานการ์ที่ยากลำบาก ทั้งมันขึ้นอยู่ที่ว่าทุกอย่างจะกลับมาเปิดได้ตามปกติมื่อไหร่ ที่ผ่านมาผมได้พยายามเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการต่างๆ โดยเร็ว เช่นเดียวกับรัฐบาลประเทศอื่นๆ มันสำคัญอย่างมากที่จะต้องดำเนินมาตรการตามสมควรเพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเปิดได้อีกครั้ง”

คริสติน ถัน : ก่อนหน้าที่ไวรัสโควิด-19  จะระบาด เราได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่องที่คุณจะขยายธุรกิจในแถบยุโรป คุณได้ซื้อกิจการของ NH Hotel Group ในประเทศสเปน มูลค่า 2,500 ล้านยูโร ความทะเยอทะยานระดับโลกของคุณตอนนี้ ถูกหยุดชะงักไว้หรือไม่ และคุณระงับการลงทุนเพิ่มเติมหรือไม่

ด้านนายไฮเนคกี้กล่าวว่า “ไม่ๆ สิ่งที่เราจับตาอยู่ตอนนี้คือสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 และเราเริ่มเห็นการกลับมาดำเนินการของภาคธุรกิจตามปกติซึ่งอาจไม่เป็นไปตามปกติ เราจะดำเนินการตามแผนระดับโลกของเราต่อไป”

คริสติน ถัน : คุณวางตัวเองเป็นผู้นำแบบไหน เพื่อนำพาบริษัทและพนักงานทุกคนฝ่าวิกฤตในครั้งนี้

นายไฮเนคกี้กล่าวว่า “ผมคิดว่าสิ่งสำคัญสำหรับเราคือไม่ต้องตกใจ เราต้องให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้น เราต้องคิดว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นในครั้งนี้คือแบบทดสอบเพื่อให้เราได้เรียนรู้ วิกฤตอื่นๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในไทย เราถือว่าเป็นบทเรียนของเราทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นโรคซาร์สหรือเป็นสึนามิ ครั้งนี้เราจะได้เรียนรู้อะไรอีกมากจากการระบาดครั้งนี้ และทำให้เราพร้อมกับหากมีการระบาดขึ้นอีก อย่ายอมแพ้”

คริสติน ถัน : แล้วคุณได้หยิบเอาบทเรียนอะไรจากวิกฤตการณ์ในอดีตมาประยุกต์ใช้กับการระบาดของโควิด-19 ครั้งนี้

นายไฮเนคกี้กล่าวว่า “แน่นอนว่าเงินสดคือพระเจ้า สิ่งที่เราต้องทำคือเราจะไม่ใช้เงินสดจนหมด ดังนั้นเราจึงเปิดวงเงินสินเชื่อและประเมินทุกอย่างอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเรามีเงินมากพอที่จะผ่านการแพร่ระบาดที่ยาวนาน เราไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นจุดเริ่มของการเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศไทยในเร็วๆ นี้ แต่มันก็เริ่มมีการค่อยๆ เปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้นในเดือนพฤษภาคม และผมยินดีมากที่ได้เห็นการฟื้นตัว เช่นเดียวกับที่จีน, ไต้หวัน และเกาหลีใต้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี และจะช่วยฟื้นฟูสถานการณ์ได้เร็วขึ้น”

คริสติน ถัน : กิจการของคุณถูกปิดแทบจะทั้งหมด จากข้อมูลบอกว่าในประเทศไทยเพียงแห่งเดียวคุณมีพนักงานมากกว่า 37,000 คน เมื่อธุรกิจของคุณถูกระงับการให้บริการ วิถีชีวิตของพวกเขาได้รับผลกระทบหรือไม่

นายไฮเนคกี้กล่าวว่า “ชีวิตของทุกคนได้รับผลกระทบหมด ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท หรืออยู่ในโรงแรมของเรา พนักงานส่วนใหญ่ของเราได้รับอนุญาตให้ลางานได้ แต่ทางเราคาดว่าโรงแรมจะเริ่มเปิดให้บริการอีกครั้งในเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม”

“ในส่วนร้านอาหารนั้นจะเห็นว่า เริ่มมีการกลับมาให้บริการอีกครั้งโดยเฉพาะในต่างจังหวัด ซึ่งร้านอาหารในกรุงเทพนั้นผมคิดว่าคงต้องรอกันต่อไปอีกสักหน่อย ส่วนพัทยาและภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมนั้นอาจต้องรอต่อไปอีกสักพัก”

“ก็อย่างที่เห็นนี่คือไวรัสและมันจะอยู่กับเราไปอีกนาน แต่เราไม่สามารถหยุดยั้งเศรษฐกิจของประเทศเพียงแค่รอวัคซีนหรือรอให้ไวรัสจบลง เพราะจะทำให้เศรษฐกิจไม่ได้รับการฟื้นฟูเป็นเวลานานซึ่งทุกคนคงตระหนักดี”

คริสติน ถัน : คุณมีแผนยังไง เมื่อคุณสามารถเริ่มเปิดธุรกิจของคุณได้อีกครั้ง คุณจะเริ่มดำเนินงานอย่างไร

นายไฮเนคกี้เผยว่า “เราจะเริ่มต้นใหม่อย่างช้า ๆ เพราะผมคิดว่าอุปสงค์จะแตกต่างจากก่อนหน้านี้มาก ร้านอาหารของเราอาจจะมีลูกค้าเพียงแค่ครึ่งเดียวจากจำนวนปกติ ในส่วนของโรงแรมนั้นเราจะเริ่มเปิดให้บริการเริ่มต้นที่30 หรือ 40 ห้องเท่านั้น ซึ่งคิดเป็น 20% พวกเราคิดว่าการท่องเที่ยวของไทยจะเริ่มต้นที่การเดินทางภายในประเทศก่อน ซึ่งเหมือนกับยุโรป”

“จากนั้นเราหวังว่าการเดินทางระหว่างประเทศจะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งเราคิดว่าประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสได้แล้ว จะเริ่มเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย และหวังว่าประเทศเหล่านี้จะอนุญาตให้คนไทยเดินทางเข้าประเทศได้ด้วย ซึ่งจีน, ไต้หวัน และเกาหลีใต้ คือชาติที่เราคาดเอาไว้”

คริสติน ถัน : แล้วคุณคิดว่าการเดินทางจะกลับมาเป็นปกติได้เมื่อไหร่ จะใช้เวลากี่ปี

นายไฮเนคกี้กล่าวว่า “ผมไม่คิดว่ามันจะใช้เวลาเป็นปีหรอก อาจจะภายในเดือนกันยายนตุลาคมนี้ เราอาจจะเริ่มได้เห็นการเดินทางระหว่างประเทศกลับมาเปิดอีกครั้ง ปี แต่มันขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศว่าจะจัดการกับการระบาดของโควิด-19 อย่างไร และนักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยหรือไม่”

คริสติน ถัน : คุณคิดว่าการระบาดครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนแปลงธุรกิจในภาคการบริการหรือไม่?

นายไฮเนคกี้ตอบว่า “ชั่วคราวเท่านั้น จนกว่าเราจะได้รับวัคซีน”

คริสติน ถัน : หมายความว่ายังไงคะ

นายไฮเนคกี้กล่าวว่า “ผมว่าคุณคงจะเห็นภาพว่า ร้านอาหารจะแออัดน้อยลง คุณคาดว่าจะเห็นกฎระเบียบต่างๆ มากมายในโรงแรม คุณจะเห็นการตรวจวัดอุณหภูมิเกือบทุกที่ที่คุณไป แต่เมื่อคุณมีวัควีน ผมคิดว่าถึงตอนนั้นคุณก็เพียงแค่พกบันทึกหลักฐานการฉีดวัคซีนของคุณเพียงเท่านั้น มันจะช่วยให้เราสามารถเดินทางได้อย่างอิสระมากขึ้น เช่นเดียวกับที่เราเคยทำในสมัยก่อน เมื่อเรามีไข้เหลืองไทฟอยด์เราก็แค่แสดงหลักฐานทุกครั้งที่เราไปต่างประเทศ แต่ถ้าเราไม่มีหลักฐานการรับวัคซีนที่ถูกต้อง เราก็ไม่สามารถเข้าประเทศได้ และพวกเขาก็จะส่งคุณกลับบ้าน”

เช่นเดียวกับที่เราเคยทำในสมัยก่อนเมื่อเรามีไข้เหลืองไทฟอยด์และบันทึกภาพชนิดอื่น ๆ ที่เราต้องแสดงทุกครั้งที่เราไปประเทศ หากเราไม่มีบันทึกการยิงที่ถูกต้องเราไม่สามารถเข้าไปได้และพวกเขาจะส่งคุณกลับบ้านได้อย่างง่ายดาย

คริสติน ถัน : ในเวลาเช่นนี้ท่ามกลางความไม่แน่นอน ผู้คนจำนวนมากกังวลเกี่ยวกับงานของพวกเขา คุณจะบอกกับคนของคุณว่าอย่างไร

นายไฮเนคกี้เผยว่า “จงอยู่อย่างมั่นใจ และคิดในเชิงบวก เพราะเราจะฝ่าพายุลูกนี้ไปด้วยกัน เราจะแข็งแกร่งขึ้น แต่ก็ต้องอดทน เราต้องค่อยๆ ก้าวไปเพราะสุขภาพกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง ไม่มีใครอยากจะตัดสินใจอะไรตอนนี้”

“สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นผลกระทบต่อสุขภาพ, ความปลอดภัยหรือพรากชีวิตบางคนไป แต่เราต้องยอมรับความจริงที่ว่าถ้าเราจะกลับไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เราต้องการเพื่อให้โลกนี้ก้าวต่อไป เราจะต้องเริ่มต้นอย่างช้าๆ และเราจะต้องทำตามขั้นตอนที่ปลอดภัย เพื่อให้ได้รับอนุญาตให้เปิดกิจการอีกครั้ง”

คริสติน ถัน : คุณใช้เวลาในการคิดกลยุทธ์ทางธุรกิจใหม่ของคุณหรือไม่? คุณแบ่งเวลาเพื่อปรับแนวคิดของคุณและลองสิ่งใหม่ๆ หรือไม่

ไฮเนคกี้ตอบว่า “เรากำลังพยายาม ผมคิดว่าคุณคงรู้ว่าพวกเราไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง ผมตระหนักอยู่เสมอว่านี้เป็นเพียงวิกฤตอีกครั้ง และมันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และเราต้องปรับตัวต่อไป เรามีพนักงานที่มีความคล่องตัวสูงในบริษัทของเรา และพวกเขาก็ปรับตัวได้ดีมาก ผมคิดว่าเมื่อถึงเวลาเราอาจจะมีความคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับธุรกิจ คุณจะรู้ว่ามันน่าอัศจรรย์สำหรับเรา ปัจจุบันนี้ในกรุงเทพฯ ธุรกิจการจัดส่งของเราเกือบจะใหญ่เท่ากับธุรกิจอาหารของเราทั้งหมดก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ดังนั้นเราจึงสามารถเคลื่อนย้ายและปรับตัวเข้ากับทีมที่ให้ความสำคัญกับโอกาสได้”

คริสติน ถัน : สุดท้ายนี้คุณอยากจะบอกอะไรกับทุกคนในวันที่บิล ไฮเนคกี และไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กลับมาอีกครั้งหลังวิกฤติครั้งนี้

ไฮเนคกี้ตอบว่า “เราจะแข็งแกร่งขึ้น”

 

 

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...