งานวิจัยเรื่อง “สภาพภูมิอากาศ, ความขัดแย้ง และการบังคับย้ายถิ่น ” ที่ตีพิมพ์ลงวารสารการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environmental Change) ชี้ว่าภาวะโลกร้อนจะทำให้มนุษย์ก่อสงครามและเกิดการอพยพ

ภาพการรุกป่าอเมซอนเปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์
งานวิจัยชิ้นนี้มาจากการวิเคราะห์ตัวเลขต่าง ๆ ในด้านความแห้งแล้ง การสู้รบ อัตราการเสียชีวิต ชาติพันธ์ รวมถึงระบบการเมือง โดยนำข้อมูลเหล่านี้เทียบกับข้อมูลด้านภูมิศาสตร์เรื่องการอพยพลี้ภัย ก่อนพบว่าสถานการณ์โลกร้อนที่แย่ขึ้นมีแนวโน้มจะทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น อันนำมาสู่สงครามและการอพยพ
ความแห้งแล้งทำให้ทำการเกษตรไม่ได้ ประกอบกับระบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่มีประสิทธิภาพก็ทำให้เกิดความขัดแย้งและสงครามในการแย่งชิงขึ้น นำมาสู่การย้ายถิ่นทั้งในรูปแบบของผู้อพยพทางเศรษฐกิจและผู้ลี้ภัย ซึ่งจะทำให้เกิดวงจรของการแย่งชิงทรัพยากรในประเทศปลายทางอีกเป็นวัฎจักร
นักวิจัยพบว่าวิกฤตการณ์ผู้อพยพจากตะวันออกกลางจำนวนมากก็เป็นผลโดยตรงจากสภาวะโลกร้อนนี่เอง แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ปรากฎการณ์ผู้ลี้ภัยทุกครั้งมาจากภาวะโลกร้อน แต่อาจมาจากการใช้ความรุนแรงเพียงอย่างเดียวก็ได้
นอกจากนี้กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาก็เปิดเผยรายงานที่สอดคล้องกัน ว่าระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและไฟป่าที่เพิ่มปริมาณขึ้นนั้นเป็นภัยต่อความมั่นคงสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม รายา มุททารัค หนึ่งในผู้ร่วมวิจัยจากมหาวิทยาลัยอีสแองเกลียกล่าวว่าระบอบการปกครองนั้นมีส่วนสำคัญมาก เนื่องจากระบอบประชาธิปไคยกับระบอบอำนาจนิยมให้ผลหลังเกิดโลกร้อนต่างกัน
ที่มา Pentagon Fears Confirmed: Climate Change Leads to More Wars and Refugees