Advertisement

SHARE

ร้านกาแฟมวลชน เปิดครบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อยอดโมเดลสร้างงาน-สร้างอาชีพ

วันที่ 2 ก.ย. 2563 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และ น.ส.นุชรัตน์ พรพุทธษา ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด เป็นประธานเปิดงานร้านกาแฟมวลชน สาขาหอนาฬิกานราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส โดยมีกิจกรรมการบรรยายจากนายธนพันธ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของร้าน Penguin Eat Shabu นายเมธี อรุณ นักร้องนำวงลาบานูน และวัฒกร เสาร์ศรีอ่อน เจ้าของร้าน Middle man cafe ร่วมแชร์ประสบการณ์ในยุควิกฤติโควิด และวิธีการปรับตัวฟื้นฟูกิจการอย่างยั่งยืน

นายมูซา เจ๊ะแว ผู้ช่วยผู้จัดการแผนก Talent and Development กล่าวว่า โจทย์ของการมีร้านกาแฟมวลชน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของบริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) คือต้องการสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับสังคม ชุมชนในพื้นที่ 3 จังหวัด โดยร้านกาแฟมวลชน สาขาหอนาฬิกา นราธิวาส เป็นสาขาที่ 3 ซึ่งสาขาแรกยะลา สาขาที่ 2 ปัตตานี ร้านกาแฟมวลชน หอนาฬิกา สาขาแรกนราธิวาส เป็นร้านเฟรนไชส์แห่งที่ 2 ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งสาขาแรกที่ปัตตานี จึงถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่มีโอกาสได้สร้างงานให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ขณะนี้เรามีร้านกาแฟมวลชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 แห่ง โดยภาพรวมเกิดการจ้างงาน ประมาณเกือบ 30 คน อย่างไรก็ตาม บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการเปิดร้านกาแฟเท่านั้น แต่เรายังได้เข้าไปส่งเสริมเกษตรกรที่ อ.เบตง จ.ยะลา โดยมีโครงการรับซื้อเมล็ดกาแฟ และส่งเสริมเด็กในพื้นที่ได้ลองทำธุรกิจจริง

น.ส.นูรฮัยณีย์ แลนิ ผู้ช่วยผู้จัดการแผนก Talent and Development กล่าวglib,ว่า ร้านกาแฟมวลชน เป็นหนึ่งในธุรกิจของ ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด บริษัทลูกในเครือบริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) โดยเริ่มต้นมาจากนโยบายที่เราได้รับจาก คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส อยากเห็น 3 จังหวัด ไม่มีเหตุการณ์ความไม่สงบ โดย คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัท ซีพี มองว่า การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้อย่างแท้จริง คือการทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดีขึ้น โดยได้มอบนโยบายให้ทีมทั้ง 5 คน ลงมาในพื้นที่ดพื่อเข้ามาดูแลพื้นที่ และทำให้เศรษฐกิจที่นี้ให้ดีขึ้น การมีกาแฟมวลชน คือการสร้างงาน สร้างอาชีพ เรามีการส่งเสริมตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ โดยการปลูกเมล็ดกาแฟ ที่กาเป๊ะกอตอ อ.เบตง จ.ยะลา และกลางน้ำ คือการนำเมล็ดกาแฟมาขายให้กับร้านในสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงปลายน้ำ คือการเปิดร้านการแฟมวลชน และดึงคนในพื้นที่เข้ามาทำงานอยู่ในร้านกาแฟมวลชน

“ซีพี มองว่า กำลังการซื้อของคนในพื้นที่ยังสูง และธุรกิจในพื้นที่ 3 จังหวัด ยังมีโอกาสเติบโต” น.ส.นูรฮัยณีย์ กล่าว

ด้าน นายอับดุลมูไฮมีน จารง ผู้บริหารร้านกาแฟมวลชนสาขาหอนาฬิกา นราธิวาส อายุ 25 ปี  กล่าวว่า เหตุผลที่ทำให้กล้าลงทุนซื้อธุรกิจแฟรนไชส์แบรนด์กาแฟมวลชนนั้น เพราะเชื่อมั่นในตัวแบรนด์ อีกทั้งหลังการสาขาแรกเปิดที่ปัตตานีทำให้ตนกล้าลงทุนเปิดอีกสาขาที่นราธิวาส

“เป็นโอกาสที่ผมได้ลองเอาโมเดลร้านกาแฟมาลงเล่นใน 3 จังหวัด ผมเห็นศักยภาพว่า บ้านเราธุรกิจอาหารและร้านกาแฟยังสามารถไปต่อได้ จึงซื้อแฟรนไชส์กาแฟมวลชนมาเปิดที่นราธิวาส” นายอับดุลมูไฮมีน กล่าว

นายอับดุลมูไฮมีน ยังระบุด้วยว่า ตนเชื่อว่า พื้นที่บ้านเรายังมีโอกาสอยู่มาก เนื่องจากเคยไปใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ มาก่อน ทำให้ได้โอการมองเห็นการลงทุนในพื้นที่ ประจวบกับนักลงทุนก็ไม่กล้าเข้ามาลงทุนในพื้นที่ เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ทำให้ตนจึงตัดสินใจ ซื้อแฟรนไชส์มาเปิดที่ปัตตานี และนราธิวาส แม้ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 จะทำให้นักธุรกิจไม่กล้าเข้ามาลงทุน เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ หรือด้วยสถานการณ์โรคระบาดโควิดในขณะนี้ก็ตาม แต่สำหรับตนแล้ว กลับมองว่า พื้นที่ 3 จังหวัดเป็นพื้นที่ของโอกาส ทั้งโอกาสที่ตนได้รับ และโอกาสที่ตนได้สร้างงานให้กับคนในพื้นที่ ในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาส วันนี้ถือเป็นโอกาสที่จะได้มาลองตลาด และสร้างงานให้คนในพื้นที่

สำหรับร้านกาแฟมวลชน มีทั้งเมนูเครื่องดื่ม และเมนูทานเล่นอย่าง โรตี เบเกอรี่ต่างๆ ที่มาจากในพื้นที่ และเป็นอาหารพื้นถิ่นของ 3 จังหวัด โดยร้านกาแฟมวลชน สาขาหอนาฬิกา นราธิวาส เปิดเวลา 07.00 – 21.00น. การตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่สำหรับการอ่านหนังสือ และพื้นที่ที่สามารถนั่งติวกับเพื่อนๆ

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...