Advertisement

SHARE

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ศิลปินมากหน้าหลายตาแวะเวียนกันมาจัดคอนเสิร์ตและจัดแฟนมีตติ้งกันอย่างไม่ขาดสาย เรียกได้ว่าจะได้พบกันแทบทุกเดือนกันเลยทีเดียว  แต่ก่อนที่เราจะเข้าได้ไปใกล้ชิดศิลปินที่เรารักนั้นก็ต้องมีบัตรเข้างานเสียก่อน และค่าบัตรคอนเสิร์ตที่สูงขึ้นอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ก็ทำให้เกิดคำถามถึงที่มาที่ไปมัน

ทุกวันนี้ราคาบัตรคอนเสิร์ตก็มีราคาสูงขึ้นมากจากเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว เรียกได้ว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และส่วนมากศิลปินก็สามารถสื่อสารกับแฟนๆ ได้ทางอินเทอร์เน็ต และในช่วงก่อนที่การสตรีมมิ่งจะเข้ามามีผลอย่างมากนั้น ศิลปินกวาดรายได้เป็นจำนวนมากจากการขายอัลบั้ม แต่กลับกันในปัจจุบันนี้รายได้หลักของนักดนตรีที่ได้มากที่สุดในโลกนั้นมาจากการทัวร์คอนเสิร์ต 

สำนักข่าว Mic รายงานว่าทางบิลบอร์ดได้เปิดเผยอันดับ Money Makers list ทุกปี เป็นลิสต์ที่รายได้จากการแสดงที่มาที่สุดในโลกของแต่ละปีเอาไว้ อย่างในปี 2018 นักร้องสาวเทเลอร์ สวิฟต์ ทำรายได้ 99.6 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนั้นและอีก 90.5 ล้านเหรียญสหรัฐจากการทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก อีกทั้งในปี 2017 วง U2 ที่รายได้ถึง 54.4 ล้านเหรียญจากทัวร์คอนเสิร์ต Joshua Tree Tour ของพวกเขา

 

View this post on Instagram

 

Ipswich night #4 ! 📸 @zakarywalters #dividetour

A post shared by Ed Sheeran (@teddysphotos) on

จากงานวิจัยของ Pollstar ค่าเฉลี่ยของราคาบัตรคอนเสิร์ตเพิ่มขึ้นถึงสี่เท่า ตั้งแต่ปี 1996 เพิ่มขึ้นจาก 25.81 เหรียญสหรัฐเป็น 91.86 เหรียญสหรัฐ จากการรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก พบว่านั่นศิลปินออกทัวร์มากขึ้นเพื่อลดช่องว่างระหว่างตัวพวกเขากับแฟนๆ และเดี๋ยวนี้ก็ทำได้ง่ายขึ้นมาก การออกทัวร์เพียงแค่สองหรือสามวันก็สามารถทำรายได้มากกว่าการขายอัลบั้มในหนึ่งปี และตัวแทนผู้ขายบัตรคอนเสิร์ตเหล่านี้ก็ได้รู้ถึงว่าการจะกำหนดราคาสำหรับคอนเสิร์ตนั้น ที่ราคาของมันผันผวนตามความต้องการและแฟนๆ สามารถจ่ายได้เผื่อดูการแสดงของศิลปินที่ชื่นชอบ 

อีกทั้งการสตรีมมิ่งถือว่าเป็นหนึ่งในการทำให้เพลงเป็นที่ยอมรับ แถมยังช่วยให้ศิลปินเข้าถึงแฟนๆ ได้ง่ายและมีศักยภาพมากขึ้นอีกด้วย ในทางกลับกันการทัวร์คอนเสิร์ตก็มีจำนวนพู่งสูงขึ้นและมีการกระตุ้นที่ทำให้เกิดการซื้อที่นั่งเพื่อเข้าชมก็สูงขึ้นอีกด้วย อย่างเช่นคอนเสิร์ตของนักร้องสาว Lizzo ที่จัดคอนเสิร์ตของเธอใน Radio City Music Hall และเก็บค่าเข้าชมในราคาที่พอๆ กับการซื้อบัตรเพื่อเข้าชมวงออเคสตร้า ที่ Hamilton ในบรอดเวย์ บางคนยอมจ่ายเงินไปหลายพันดอลลาร์เพื่อเข้าชมไปพบกับศิลปินที่ชื่นชอบแบบตัวต่อตัว เช่น การได้เข้าไปทักทายที่ด้านหลังเวที 

แน่นอนว่าในปัจจุบันรายได้ส่วนใหญ่ของนักดนตรีก็มาจากการทัวร์คอนเสิร์ต มาจากการขายบัตรและมันก็ไม่ได้มาจากผู้จัดหรือสปอนเซอร์วีไอพีมากนัก นั่นก็หมายความว่าแม้ว่าราคาบัตรคอนเสิร์ตจะสูงสักเพียงไหน แต่แฟนๆ จำนวนมากก็ยังยินดีที่จะจ่ายอยู่ดี และมีแฟนคลับอีกหลายคนยินดีที่จ่ายเงินจำนวนมากๆ หากนั่นจะทำให้พวกเขาได้ชมการแสดงนั้นอีกครั้ง 

 

View this post on Instagram

 

I break records, not hearts 😝

A post shared by Lizzo (@lizzobeeating) on

รายงานจาก Billboard บอกว่าศิลปินบางคนพยายามกำหนดราคาตั๋วคอนเสิร์ตไม่ให้สูงเกินไปเพื่อแฟนๆ ของพวกเขา ในวันที่ 7 สิงหาคม Ed Sheeran ทำรายได้จากการทัวร์คอนเสิร์ตที่สูงที่สุดด้วยเวิลด์ทัวร์ ‘Divide Tour’ ได้ถึง 736.7 ล้านเหรียญสหรัฐ และค่าบัตรเข้าชมการแสดงของเขานั้นก็ราคาต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐ เขาได้ทัวร์นานกว่าสองปีครึ่งก่อนที่จะทำลายสถิติของวง U2 ที่มีการแสดง 110 รอบ ในขณะที่ Ed มีการแสดง 255 รอบ แต่การที่จะทำแบบนั้นได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายหมายถึงการขายบัตรเข้ามในราคาที่ถูก เพราะค่าส่วนต่างหรือพวกต้นทุนทั้งหลายนั่นคือสิ่งที่ศิลปินต้องรับผิดชอบ  

แม้ศิลปินจะมีรายได้ส่วนใหญ่มากจากการออกทัวร์คอนเสิร์ต แต่กับการซื้อเพลงได้ในราคาที่ถูกมากหรือการได้ฟังเพลงฟรีๆ ในยุคแห่งการสตรีมมิ่งนี้ นั่งหมายถึงว่าแฟนจะช่วยจ่ายส่วนต่างเมื่อพวกเขาอยากที่จะเห็นศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบ และมีแนวโน้วว่าจะจ่ายเงินให้กับสิ่นนั้นเรื่อยๆ 

การจ่ายเงินไปให้กันสิ่งที่เรารัก สิ่งที่เราชอบ เพื่อแลกกับความสุขไม่ว่าเรื่องอะไร ต่อให้มีค่าใช้จ่ายที่แสนแพงขนาดไหนเราก็ยอมจ่ายกันอยู่แล้วใช่ไหม

 

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...