วันที่ 10 พ.ย. ที่แปซิฟิค คลับ ถ.สุขุมวิท นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตนอยากย้อนจุดยืนเมื่อมีการรณรงค์ทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า ตนเป็นหนึ่งใน 16 ล้านคนที่เห็นชอบ เป็นฝ่ายสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะเห็นว่าเป็นหนทางที่จะปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศได้ ส่วนคนอื่นๆ ก็แสดงตัวตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าไม่รับรัฐธรรมนูญ จึงเป็นที่มาของท่านเหล่านั้นในความพยายามแก้ไข ซึ่งตนเคารพให้ความเห็นแต่อยากได้ยินว่า เขาต้องการจะแก้ไขในประเด็นไหน เราจะได้คิดตามได้
“ผมว่าผมยังไม่เห็นข้อบกพร่องรัฐธรรมนูญนะ ผมเห็นข้อบกพร่องของคนมากกว่า”
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ในหลักการรัฐธรรมนูญนี้เป็นคุณเป็นประโยชน์กับประเทศ ถ้ามีเหตุผลดีพอว่ามาตราไหนเป็นปัญหาเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศก็มาอธิบายให้คน 16 ล้านคนเข้าใจด้วยก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะเท่าที่ใช้มาไม่กี่วันอะไรที่เป็นอุปสรรคตนยังไม่เห็น ยังไม่มีการพูดจาชัดเจน ส่วนประเด็นที่นำเสนอจะแก้กันบางทีเราก็รับไม่ได้ เช่น ความเป็นราชอาณาจักรหนึ่งเดียวที่แบ่งแยกไม่ได้ ถ้าเสนอแบบนี้เราไม่เอาด้วย ขณะที่กรณีของวุฒิสภา (ส.ว.) ที่จะแก้ไขกัน ก็เป็นข้อยกเว้น เป็นบทเฉพาะกาล หลักปกติเขาเขียนไว้ดีแล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคงไม่สามารถแสดงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยได้ เพราะเป็นเรื่องของ ส.ส. ว่าจะเห็นอย่างไร ซึ่งตนเป็นคนนอกสภา
เมื่อถามย้ำถึงบทบาทที่เคยสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ หลายเรื่องๆ นายสุเทพ ตอบว่า ส่วนตัวไม่มีความขัดข้องใดๆ ที่ใครจะมาเป็นประธาน สิ่งที่ตนสนใจไม่ใช่ตัวบุคคล แต่คือเรื่องเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญที่บอกว่าจะมีการแก้ไขกันมากกว่า
อย่างไรก็ตามในความเห็นของตน ถ้าเป็นตนไม่คงเอาคนที่ต่อต้านรัฐธรรมนูญนี้มาแต่ต้น หรือคนที่สนับสนุนสุดลิ่มทิ่มประตูอย่างตนไปเป็นประธาน ควรจะเป็นคนที่เป็นกลางๆ น่าจะเหมาะกว่า แต่ทั้งนี้ตนไม่ได้พูดถึงนายอภิสิทธิ์ อย่าได้พยายามเอาไปชนนะไม่เกี่ยว (หัวเราะ) ถ้าได้คนที่ไม่ใช่ค้านหรือสนับสนุน เราก็จะได้คนที่มุมมองกว้าง มีใจกว้างพร้อมรับฟังทุกฝ่ายมากขึ้น
เมื่อถามถึงกรณีมีชื่อ นายมีชัย ฤชุพันธ์ และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ร่วมเป็น กมธ.ในสัดส่วนของรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปหวั่นไหวกับข่าว จากนี้จะมีชื่ออีกหลายคนให้ดูไปก่อน ความสำคัญอยู่ที่สมาชิกรัฐสภาที่จะร่วมกัน และตนเชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่ชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่ ประเทศไทยเลยเวลาขัดแย้งไปแล้ว เรามีหน้าที่รวมกำลังพาประเทศเดินหน้าให้ได้ อย่ามาเสียเวลาขัดแย้งกันเรื่องนี้