{{-- --}}
Advertisement

SHARE

วันที่ 24 เม.ย. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานผลการศึกษาของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ระบุว่า แสงอาทิตย์สามารถทำลายเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้ อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การศึกษาดังกล่าวยังคงไม่เผยแพร่สู่สาธารณะ และยังคงรอการประเมินภายใน

นายวิลเลียม ไบรอัน ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ กล่าวต่อผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาววานนี้ว่า นักวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลได้พบว่า รังสีอัลตราไวโอเลตมีผลในการทำลายจุลชีพก่อโรค ทำให้เกิดความหวังว่าการแพร่กระจายของไวรัสอาจบรรเทาลงในช่วงฤดูร้อนนี้

นายไบรอัน กล่าวว่า สิ่งที่เราสังเกตเห็นคือแสงอาทิตย์มีประสิทธิภาพที่ทรงพลังในการกำจัดไวรัส ทั้งบนพื้นผิวต่าๆ และในอากาศ เรายังได้เห็นผลในลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิและความชื้น โดยการเพิ่มอุณหภูมิหรือความชื้น หรือทั้งสองอย่าง อาจสามารถกำจัดไวรัสได้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาดังกล่าวยังคงไม่มีการตีพิมพ์ ทำให้เป็นเรื่องยากที่ผู้เชี่ยวชาญอิสระจะสามารถแสดงความเห็นได้ว่าระเบียบวิธีวิจัยมีความน่าเชื่อถือเพียงใด

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า ผลการศึกษานี้ควรมีการตีความอย่างระมัดระวัง แต่ก็อ้างถึงสิ่งที่เขาเคยกล่าวถึงผลการศึกษาก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าเชื้อโคโรนาไวรัสจะลดลงในช่วงฤดูร้อน พร้อมกล่าวว่า คนไม่ค่อยชอบการแถลงครั้งนั้นมากนัก

นายไบรอันยังระบุถึงการค้นพบของนักวิจัยที่ว่า “ไอโซโพรพิล แอลกอฮอล์” มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคมากกว่าสารฟอกขาว ส่วนผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวว่า นักวิจัยควรนำผลการศึกษาที่ได้ไปใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยการฉายแสงหรือฆ่าเชื้อโรคในร่างกายผู้ป่วย

เป็นที่ทราบกันดีว่า รังสีอัลตราไวโอเลตมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค เนื่องจากรังสีของมันสามารถทำลายสารพันธุกรรมของไวรัส และความสามารถในการแบ่งตัว

อย่างไรก็ตาม ยังคงเกิดคำถามที่ว่า ความเข้มข้นและความยาวคลื่นของรังสีอัลตราไวโอเลตที่ใช้ในการทดลองเป็นอย่างไร และสามารถเลียนแบบแสงธรรมชาติในช่วงฤดูร้อนได้อย่างแม่นยำหรือไม่

นายไบรอันได้เผยผลการศึกษาครั้งนี้ที่ศูนย์วิเคราะห์การรับมือและปฏิบัติการป้องกันด้านชีวภาพแห่งชาติสหรัฐฯ ในรัฐแมรีแลนด์ ที่แสดงให้เห็นว่า ครึ่งชีวิตของไวรัส หรือเวลาที่ไวรัสใช้ในการลดขนาดจำนวนของมัน อยู่ที่ 18 ชั่วโมง เมื่ออุณหภูมิอยู่ที่ 21 ถึง 24 องศาเซลเซียส ในระดับความชื้นสัมพัทธ์ ร้อยละ 20 บนพื้นผิวที่ไม่มีรูพรุน เช่น ลูกบิดประตู และสเตนเลส

แต่ครึ่งชีวิตของไวรัส ลดลงเหลือเพียง 6 ชั่วโมง เมื่อระดับความชื้นสัมพัทธ์เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 80 และลดลงเหลือเพียง 2 นาที เมื่อมีการใช้แสงอาทิตย์ในระดับที่เท่าเทียมกัน

เมื่อไวรัสอยู่ในรูปแบบละอองฝอย ครึ่งชีวิตของไวรัสจะอยู่ที่ 1 ชั่วโมง เมื่ออุณหภูมิอยู่ที่ 21 ถึง 24 องศาเซลเซียส ในระดับความชื้นสัมพัทธ์ ร้อยละ 20 แต่เมื่อสัมผัสกับแสงอาทิตย์ ครึ่งชีวิตของไวรัสจะลดลงเหลือ 1 นาทีครึ่ง

นายไบรอันสรุปว่า สภาพอากาศร้อนจะสร้างสิ่งแวดล้อมที่ทำให้การแพร่เชื้อลดลง และเสริมว่า การแพร่เชื้อที่ลดลงนั้น ไม่ได้หมายความว่าเชื้อโรคจะถูกกำจัดไปทั้งหมด และมาตรการเว้นระยะทางสังคมจะยังคงไม่สามารถยกเลิกได้ทั้งหมด

ผลการศึกษาก่อนหน้านี้ชี้ว่า ไวรัสเติบโตได้ดีในสภาพอากาศเย็นและแห้ง ทำให้การแพร่กระจายในประเทศเขตซีกโลกใต้อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากยังคงเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงและอากาศยังคงอบอุ่น เช่น ออสเตรเลีย ที่มีผู้ติดเชื้อไม่ถึง 7,000 ราย

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหรัฐฯ เชื่อว่า แม้การระบาดของโควิด-19 จะลดลงในช่วงฤดูร้อน แต่อัตราการติดเชื้ออาจมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับไวรัสประจำฤดูกาลเช่นไข้หวัดใหญ่

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...