Advertisement

SHARE

สถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ประชาชนหลายคนเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส รวมไปถึงการป้องกันตัวเองเมื่อต้องไปอยู่ในพื้นที่คนแออัด หรือการใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง Workpoint Today ได้นำทุกคำถาม ที่คนสงสัยพูดคุยกับ นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ หรือ หมอเอ้ก คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่ออธิบายเรื่องนี้

ถาม : สถานการณ์โควิด-19 น่ากลัวแค่ไหน
ตอบ : ผมคิดว่าหมอไทยบุคลากรสาธารณสุขไทย มีความสามารถมากที่เราสามารถยื้อการเข้าระยะที่ 3 ได้นานขนาดนี้ แต่ก็ตอบไม่ได้ครับว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราก็ต้องช่วยกันให้ข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงการดูแลตัวเอง มีความรับผิดชอบต่อสังคม ก็จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราผ่านผลวิกฤตนี้ไปได้ด้วยกัน ผมคิดว่าตื่นตัวได้แต่อย่าตระหนก คำพูดที่เขาพูดกันนะครับ  แต่ว่าพอพูดแบบไม่ตื่นตระหนกเราจะละเลยการล้างมือ ละเลยการหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือต้องมีสติรู้ตัวตลอดเวลานะครับ

ถาม : ใส่หน้ากากผ้า ผู้ป่วยวิด-19จามใส่ จะติดไหม?
ตอบ : มีโอกาสติดครับ เพราะว่าปัจจุบัน หลักฐานทางการแพทย์ที่มาสนับสนุนว่าป้องกันการติดเชื้อยังไม่มี ยังไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้นถ้าใส่หน้ากากผ้า แล้วโดนจามตรงๆ หรือโดนฝอยละอองตรงๆ ก็มีโอกาสติดได้

ถาม : หน้ากากอนามัยหาไม่ได้ หน้ากากผ้าแบบไหนดีสุด?
ตอบ : คือหน้ากากผ้าที่แนะนำอยู่ใน 2 กรณี คือ อันแรก ผ้านี้ต้องไม่ใช่ผ้าปกติ ไม่ใช่ผ้าฝ้ายหรือผ้าที่มีลักษณะบางๆ อาจจะมีผ้าพิเศษ เช่น ผ้าที่เคลือบเทปลอน หรือผ้าอะไรที่เนื้อแน่นมากๆ เพื่อมาป้องกันนะครับ เวลาเราไอ จาม ออกไป 2 คือ ถ้าหน้ากากอนามัยไม่มีแล้วจริงๆ และเราจำเป็นต้องใส่หน้ากากผ้า อาจจะแนะนำถ้าต้องไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจริงๆ แต่จะต้องระวัง ในการใช้หน้ากาก เพราะหากใช้ไม่ถูกวิธีก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าผลดีก็ได้นะครับ การใส่หน้ากากก็คือต้องล้างมือก่อนใส่หน้ากาก เมื่อใส่แล้วมือต้องไม่ไปจับหน้ากากอีก เพราะเราไม่รู้เลยว่ามือเราไปจับอะไรมาบ้าง ก่อนที่จะถอดเราก็ต้องล้างมือก่อน ถอดแล้วก็เอาไปซักอย่างถูกวิธี

ถาม : จำเป็นต้องใส่หน้ากากกันทุกคนไหม?
ตอบ : ถ้าหากเป็นคนที่ไม่ป่วย ไม่มีอาการ ไม่มีความเสี่ยง ไม่เดินทางไปในที่แออัดอากาศถ่ายเทไม่สะดวก ส่วนตัวผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากาก หน้ากากควรสงวนไว้สำหรับคนที่ป่วย มีอาการ คนที่อาจจะไปประเทศที่มีความเสี่ยงมา มีโอกาสที่จะมาแพร่เชื้อได้ 3 คือ บุคลากรทางการแพทย์ที่เขาต้องอยู่กับคนไข้ อยู่กับแหล่งเชื้อโรคตลอดเวลา อันนี้ต้องให้เขาก่อนนะครับ

ถาม : หน้ากาก N95  หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า คุณสมบัติต่างกันอย่างไร?
ตอบ : N95 มันถูกดีไซน์มาเพื่อกันเชื้อเข้าถ้าเกิดไปดูจริงๆ เวลาใส่มันจะครอบหมดเลยนะครับ คนที่ใส่จะต้องได้รับการฝึกมา จะต้องทำ Fit test คือพอหายใจออกมาแล้วจะไม่มีรูที่อากาศออกมาเลย ถึงจะกันเชื้อเขาได้ เพราะฉะนั้นในชีวิตจริงใส่แค่ครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง ผมว่าก็เหนื่อยแล้ว มันก็ชื้นแล้ว ตรงนี้นะครับ ร้อนมากนะครับ ซึ่งอันนี้สงวนไว้สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องไปตรวจผู้ที่ติดเชื้อแน่ๆ แล้ว อันที่ 2 ก็คือว่า หน้ากากอนามัย หน้ากากสีฟ้าสีเขียวที่เราเห็นกันในหนัง จุดประสงค์ของหน้ากากนี้นะครับ คือ กันเชื้อออกนะครับ ไม่ใช่ว่ากันเชื้อเข้า อย่างเช่น ในตอนที่ผ่าตัดหมอจะต้องใส่ เพื่อไม่ให้ฝอยละอองจากปากหรือจมูกหล่นลงไปในบริเวณที่ผ่าตัด ไม่ได้หมายถึงว่ากันเชื้อจากคนไข้เข้ามานะครับ ตรงนี้อย่างที่ผมบอกไปว่า ก็จะเหมาะกับผู้ป่วย แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ที่จะต้องเจอคนไข้เหล่านี้ ผู้ที่มีอาการไอ จาม เพื่อกันเชื้อออกไป ส่วนหน้ากากผ้าผมคิดว่ามันต้องแบบขาดแคลนจริงๆ หมดสิ้นหนทางแล้วนะครับ แล้วยังต้องใช้หน้ากากอีกก็ใช้หน้ากากผ้าได้นะครับ แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี ระวังอย่าเอามือไปจับถ้าหากโดนไอจามใส่ต้องรีบเปลี่ยน

ถาม : กลั้นหายใจป้องกันไวรัสได้ไหม?
ตอบ : ก็…อาจจะได้นะครับ คืออย่างนี้ครับหลักการที่ติดเชื้อ คือเชื้อจะไปอยู่บนเยื่อบุละกัน ถ้าหากตรงนั้นมีเชื้ออยู่มีไอจามใส่มันก็จะลอยเข้าไปเราไม่ได้สูดหายใจเข้าแต่มันก็อาจจะลอยเข้าไปในนั้นได้แต่ถ้าไม่สูดมันก็คงไม่เข้าไปนะครับตรงนี้ตอบยากละกันนะครับ แต่ว่ากลั้นหายใจผมว่ากลั้นก็คงได้ไม่นานนะครับ

ถาม : โควิด-19 ติดต่อทางเลือดได้ไหม?
ตอบ : ทางเลือด หลักฐานปัจจุบันยังไม่พบว่ามีการติดต่อ ซึ่งจริงๆแล้วอย่างในต่างประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็มีการพูดคุยอย่างสมาคม Blood Bank ที่ศูนย์โลหิตของเขา ก็บอกว่าประสบปัญหาประชาชนเขากลัวว่ามันจะติดโรคนี้หรือเปล่า แต่ของเขาก็บอกว่ามันยังไม่มีหลักฐานเลยนะครับที่ให้เลือดมา แล้วเอาเลือดไปให้อีกคนจะติด โควิด-19 ที่สำคัญกว่านั้นถ้าเกิดเราป่วยอยู่ในสถานที่อยู่ตรงนั้นให้เลือดเยอะๆ นั้นอันตรายมากกว่า ซึ่งการติดต่อทางเลือดตอนนี้ยังไม่มีหลักฐาน

ถาม : โควิด-19 ระบาด ยังไปต่างประเทศได้ไหม?
ตอบ : ผมว่า Cancel ครับ ผมก็โดนมาเหมือนกัน แต่ว่าก็ยังดีที่สามารถ Refund ได้บางส่วนนะครับ อันดับแรกก่อน ก็ไม่ใช่คุณคนเดียวที่โดน อันดับที่ 2 ก็คือว่าถ้าหากอยากไปเที่ยวจริงๆ ก็ใจเย็นๆ ยังมีเวลาให้ไปเที่ยวอีกนาน ตอนนี้ดูแลตัวเองก่อนดูแลคนที่คุณรักคนรอบข้าง อันที่ 3 ผมว่าสิ่งนี้สำคัญนะครับก็คือเราต้องช่วยกันก่อนลดการแพร่ระบาด ผมเห็นบางคนไปเที่ยวกลับมามีอาการไม่กักตัวเองอยู่ที่บ้าน ผมว่าอันนี้มันไร้ซึ่งความรับผิดชอบต่อสังคมให้หน่อยนะครับ ผมว่าต้องดูแลตรงส่วนนี้กันก่อน เรื่องความสนุกส่วนตัวผมว่าเอาไว้ดูทีหลังได้ ไม่เป็นไรนะครับผมก็โดนเหมือนกันครับ

ถาม : ต่างจังหวัดในไทยยังไปได้ไหม?
ตอบ : หลักการเดียวกันนะครับกับการไปเที่ยวต่างประเทศ ถ้าหากไปในที่ที่มีความแออัดมีประชากรเคลื่อนตัวผ่านเยอะ ก็มีความเสี่ยงนะครับ ตอนนี้หลีกเลี่ยงการไปในที่ที่อาจจะสุ่มเสี่ยงที่อาจจะโดนไอจามรดกันได้ หรือในที่ที่มีคนเยอะ อาจจะมีสารคัดหลังไปอยู่บนพื้นผิวเยอะ อย่างนี้นะครับก็ต้องหลีกเลี่ยงนะครับ

ถาม : เดินห้างเสี่ยงติดโควิด-19 ไหม?
ตอบ : เดินห้างผมว่าทั้งหมดนี้มันอยู่ในหลักการเดียวกันนะครับถ้าหากเราอยู่ในที่ที่เรามีความเสี่ยง โดนตัวใกล้ชิดกันมาก เราก็ต้องระวังตัวการไปจับมือ ผมว่าโดยปกติจะถึงแม้ไม่มีโรคนี้ โรคหวัดโรคทั่วๆ ไปที่แพร่ผ่านฝอยละอองเราก็ต้องล้างมืออยู่แล้วเป็นประจำนะครับ

ถาม : ดูแลตัวเอง ช่วงโควิด-19 ระบาดอย่างไร?
ตอบ : โดยรวมเลยแล้วกัน กินร้อน เนื่องจากว่าถ้าหากอุณหภูมิสูงกว่าประมาณ 57 องศาไวรัสนี้อยู่ไม่ได้ถึงมีการกินร้อน ช้อนกลางเพื่อที่เราไม่ต้องไปสัมผัสกับสารขัดหลังน้ำลาย ที่อยู่ในซุปอยู่ในแกง ล้างมือเนื่องจากวันๆ เราไปจับอะไรมาบ้างก็ไม่รู้ ตรงขอบนอกของไวรัสชนิดนี้เป็นไขมัน  ฉะนั้นเมื่อโดนแอลกอฮอล์เจล มันก็อาจจะช่วยฆ่าเชื้อไวรัสได้ ถ้าหากล้างด้วยสบู่ก็จะช่วยชะล้างตัวไวรัสออกไปฆ่าไวรัสออกไปได้  หรือเลี่ยงแออัดบริเวณที่แออัดบริเวณที่มีคนเยอะที่น่าจะมีความเสี่ยงเนื่องจากว่าพาหะคือคน ถ้าหากเราไม่ได้ไปอยู่ในบริเวณที่คนเยอะเยอะ การไอจามแบบฝอยละอองระดับ 3 ฟุต ถึง 5 ฟุต เราก็ไม่ไปโดน แล้วก็ไม่ไปจับในบริเวณที่อาจจะมีความเสี่ยงได้

 

 

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...