Advertisement

SHARE

มหาวิทยาลัย จอร์จ วอชิงตัน ได้จัดทำภาพเสมือนจริง ของคนไข้ COVID-19 วัย 59 ปีที่มีอาการป่วยหนัก ซึ่งก่อนหน้านี้เขามีความดันเลือดสูง ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนหน้า เขายังไม่มีอาการอะไรเลย โดยแพทย์ได้อธิบายว่าจุดสีเขียวๆ ในปอด คือจุดที่ COVID-19 เข้าไปทำลายปอดจนเกิดการอักเสบ

พญ.เปี่ยมลาภ แสงสายัณห์ หัวหน้ากลุ่มงานอายุรกรรมปอด สถาบันโรคทรวงอก

ขณะที่ข้อมูลการเสียชีวิตของผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ในไทย พบว่า มีอาการปอดอักเสบร่วมด้วย โดย พญ.เปี่ยมลาภ แสงสายัณห์ หัวหน้ากลุ่มงานอายุรกรรมปอด สถาบันโรคทรวงอก ระบุว่า ส่วนมากการเสียชีวิตจะมาจากจากการที่ผู้ป่วยมีอาการปอดอักเสบ เพราะในปอดมีถุงลม จะถูกทดแทนด้วยสารที่เกิดจากการอักเสบขึ้นมา ซึ่งถ้าเป็นในคนปกติเวลาหายใจลมจะผ่านเข้าไปในระบบเส้นเลือด แล้วมีการแลกเปลี่ยนอากาศทางระบบถุงลมกับเส้นเลือดได้ แต่พอเมื่อมีการอักเสบขึ้นมาเซลล์อักเสบมันก็จะเป็นตัวกั้น ทำให้ลมและออกซิเจนไม่สามารถผ่านเข้าไปเพื่อที่จะส่งต่อไปยังเส้นเลือด เพื่อที่จะเส้นเลือดจะเป็นตัวพาออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายต่างๆ ไม่ได้ เพราะว่ามีตัวกั้นแทน ตัวกั้นนี้เกิดจากการอักเสบจากไวรัส COVID-19

ข้อมูลผู้ป่วย COVID-19 ที่มีอาการปอดอักเสบในไทย พบว่าเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดันโลหิต โรคหัวใจ หอบหืด หรือได้รับยาที่กดภูมิคุ้มกันในร่างกาย รวมทั้งคนที่สูบบุหรี่ หรือ บุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากมีข้อมุลจากหลายประเทศพบว่า ปอดของคนสูบบุหรี่จะถูกทำลายจนเกิดภาวะถุงลมโป่งพอง ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ปอดสูงกว่าคนปกติ และเมื่อปอดถูกเชื้อไวรัสเข้ามารบกวน ก็จะไม่สามารถจัดการกับเชื้อไวรัสได้

ไวรัส COVID-19 มีโอกาสติดกันได้ทุกคน โดย 80 เปอร์เซ็นต์ อาการจะเบาบาง หรือแทบไม่แสดงอาการ แต่อีก 20 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือจะมีอาการหนัก ไปจนถึงเสียชีวิตได้ หากได้รับคำยืนยันจากแพทย์ ว่าติดเชื้อCOVID-19 แล้ว ลำดับแรกที่ควรรู้ คือมีโอกาสที่อาการจะหนักหรือไม่ อาจจะตรวจสอบจากการหายใจ ว่ามีอาการติดๆ ขัดๆ หรือเปล่า และถ้ามียาวนานแค่ไหน ถ้ามีอาการหายใจติดขัด ไอแห้งๆ อาจจะเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าไวรัส COVID -19 เข้าไปสู่ปอดแล้ว

“เนื่องจากว่าในปอดจะมีการสร้างเสลด หรือเสมหะอยู่แล้ว อันนั้นเกิดจากการที่ร่างกายพยายามจะปัดทิ้งของตัวรบกวน การสร้างตรงนี้ ถ้าปริมาณมากมีการอักเสบมาก ทำให้สิ่งคัดหลั่งพวกนี้มีความเหนียวข้นขึ้น มันก็จะทำให้เป็นตัวกั้นระหว่างลม แทนที่ลมจะผ่านทะลุเข้าง่ายๆ กับเนื้อเยื่อ หรือ Membrane ก็จะทะลุยากขึ้น ทำให้ออกซิเจนผ่านไปไม่เข้าสู่กระแสเลือด ถ้าเราไปดูในกรณีที่เสียชีวิตแล้ว ที่เมืองจีน เขาผ่าตัดจะเห็นว่ามันมีสารคัดหลั่งแปะอยู่เต็มเลยในถุงลม ทำให้เกิดการปัดค่อนข้างยาก เพราะฉะนั้นเราถึงบอกว่าคนไข้ COVID-19 ไอแห้งๆ ไม่มีเสลด เป็นเพราะมันมีความเหนียวของสารคัดหลั่ง” พญ.เปี่ยมลาภ กล่าว

จากสถิติผู้ติดเชื้อของประเทศจีน ที่ต้องเข้าโรงพยาบาล ในสองวันแรกผลเอกซ์เรย์ปอดกว่าครึ่งยังเป็นปกติ แต่พอเข้าสู่วันที่ 3 ถึง 5 ที่แสดงอาการ มีผู้ติดเชื้อกว่าร้อยละ 90 จะมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ โดย พญ.เปี่ยมลาภ กล่าวอีกว่า ข้อมูลของอู่ฮั่น ที่เขาทำรวบรวมมาของเมืองจีน ตอนนี้จะเห็นว่าลักษณะของการเกิดโรคตอนนี้ จะมีลักษณะของการเป็นไข้ ซึ่งไข้อาจจะเจอสูงประมาณ 1-2 วันก็ได้ คือไม่จำเป็นต้องไข้สูงต่อเนื่อง อาจจะเป็นลักษณะของไข้ต่ำ ๆ ก็ได้ แต่มักจะเจอ 4-5 วันก่อนจะตามด้วยปอดอักเสบ ซึ่งการจะเจอลักษณะของปอดอักเสบ คนไข้จะมาด้วยไอเพิ่มขึ้น ลักษณะเหนื่อยขึ้น เพราะมีลักษณะของออกซิเจนที่ตกลง เขาก็จะทำกิจกรรมที่ทำปกติไม่ได้แล้ว เพราะรู้สึกเหนื่อยขึ้น

เครื่องช่วยหายใจ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการรักษาผู้ป่วย COVID-19 ที่ปอดถูกทำลายจากไวรัสจนอักเสบอย่างรุนแรง เพราะถ้าอาการปอดอักเสบรุนแรง มีการแลกเปลี่ยนออกซิเจนไม่ได้ คนไข้ไม่ไหวแล้ว หอบเหนื่อยเพิ่มขึ้น แล้วเราไม่ได้ใช้ตัวพยุงตัวนี้ ก็จะทำให้คนไข้เสียชีวิตเร็วขึ้นได้ ซึ่งจำนวนเครื่องช่วยหายใจที่ไทยมีจำกัดอยู่ตอนนี้ จะเพียงพอ ถ้าทุกคนดูแลตัวเอง

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...