Advertisement

SHARE

สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 โดย พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค.

• ติดเชื้อ เพิ่ม 4 คน รวมสะสม 3,081 คน
• หายป่วย เพิ่ม 2 คน รวมสะสม 2,963 คน
• กำลังรักษา ลดลง 2 คน รวมสะสม 61 คน
• ผู้เสียชีวิต 0 คน รวมสะสม 57 คน

รายละเอียดผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศทั้ง 4 ราย และพักใน State Quarntine ทั้งหมด ดังนี้

รายที่ 1 เพศหญิง อายุ 37 ปี เดินทางกลับจาก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เดินทางมาถึงวันที่ 24 พ.ค. 63 เข้าพักใน โรงแรมที่ กทม. ต่อมามีอาการหายใจลำบาก ปวดศรีษะ ปวดท้อง และตรวจพบเชื้อในวันที่ 29 พ.ค. 63

รายที่ 2 และ 3 เพศชายอายุ 18 และ 19 ปี เป็นนักศึกษาจากเมือง Istunbul เดินทางมาวันที่ 29 พ.ค. 63 ตรวจพบเชื้อแต่ไม่มีอาการ เข้ารักษาที่ รพ.บางละมุง จ.ชลบุรี

รายที่ 4 เพศชาย อายุ 22 ปี นักศึกษาเดินทางกลับจากกรุงริยาด – กัวลาลัมเปอร์ เดินทางเข้าไทย ผ่านทางด่านปาดังเบซาร์ โดยรสบัส ถึงไทยวันที่ 21 พ.ค. 63 ตรวจไม่พบเชื้อ จึงทำการตรวจซ้ำในวันที่ 29 พ.ค. 63 พบเชื้อ เข้ารับการรักษาที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส (รถบัสคันเดียวกับที่พบผู้ป่วยก่อนหน้า)

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากรัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรนพบว่า มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 53 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้จำนวน 44 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 83.2 มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพียง 9 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 16.98 (เกิดจากการเป็นผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยันที่ได้รับการติดตามตรวจ 6 ราย และผู้ที่รับเชื้อจากการไปในสถานที่ชุมชน 3 ราย) ชี้ให้เห็นว่าถึงแม้ว่ารัฐบาลจะผ่อนคลายแต่ไม่ส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศ ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้มาจากความร่วมมือของสถานประกอบการและประชาชนที่ปฏิบัติได้เป็นอย่างดี ทั้งมาตรการส่วนบุคคล เช่น การเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า การล้างมือบ่อยๆ และมาตรการของสถานประกอบการ เช่น การบริหารจัดการพื้นที่ จัดจุดคัดกรองอุณหภูมิ จุดบริการแอลกอฮอล์เจลล้างมือ การลงทะเบียนเข้า-ออก พื้นที่ผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะ เป็นต้น

ขณะนี้ยังมีคนไทยในต่างประเทศทยอยเดินทางกลับประเทศจะมีการคัดกรองก่อนขึ้นเครื่อง หากพบว่าป่วย มีไข้ ไอ มีน้ำมูก หรืออาการระบบทางเดินหายใจ ไม่อนุญาตให้เดินทางกลับ ส่วนผู้ที่ผ่านการคัดกรอง ซึ่งสายการบินได้มีมาตรการป้องกันการติดเชื้อบนเครื่องโดยให้ผู้โดยสารทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง เมื่อเดินทางถึงประเทศจะมีการคัดกรองอีกครั้ง หากพบอาการเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค(PUI) จะนำเข้าสู่ระบบการรักษาทันที สำหรับผู้โดยสารที่ไม่แสดงอาการป่วยจะนำเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวังควบคุมโรคเป็นเวลา 14 วัน ในสถานที่รัฐจัดให้ หรือในโรงแรมทางเลือก (Alternative State Quarantine) ซึ่งมีระบบการดูแลสุขภาพ ภายใต้การควบคุมของบุคลากรทางการแพทย์เช่นเดียวกัน

เนื่องในวันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก  คำขวัญประจำปี 2563 มีว่า “ติดบุหรี่ ติดโควิด เสี่ยงตายสูง” #เลิกสูบลดเสี่ยง ซึ่งการสูบบุหรี่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรค เพราะขณะสูบจะมีการปล่อยควัน ละอองไออกมา อาจมีน้ำลาย สารคัดหลั่ง และเชื้อโรคปะปนอยู่ และอาจแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ รวมทั้งข้อมูลของ ขององค์การอนามัยโลก ในการการบังคับใช้กรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ (WHO FCTC) ได้กล่าวถึงการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อโรคโควิด 19 ของผู้ป่วยในโรงพยาบาล พบว่าผู้ป่วยที่สูบบุหรี่มีโอกาสที่จะเกิดอาการรุนแรงได้มากกว่าคนปกติทั่วไปและเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 14 เท่า

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...