Advertisement

SHARE

ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 ราย เป็นต่างชาติ 2 ราย และคนไทยกลับจากต่างประเทศ 5 ราย ทั้งหมดไม่มีอาการ ล่าสุดยอดติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,461 ราย กำลังษาในโรงพยาบาล 91 ราย

สถานการณ์โลกในวันนี้ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่จากทั่วโลกทำสถิติสูงสุดจากที่รายงานมา โดยเพิ่มขึ้น 302,593 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกขณะนี้ มากกว่า 28.3 ล้านรายแล้ว

อินเดีย ยังคงทำสถิติยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นอันดับ 1 ของโลกและสูงที่สุดจากที่เคยรายงานที่ 96,760 ราย ทำให้ยอดสะสมมากกว่า 4.5 ล้านรายแล้ว

สเปน พบยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดในรอบเกือบ 6 เดือน โดยรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 10,764 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานยอดผู้ติดเชื้อทำสถิติสูงที่สุดเกิน 1 หมื่นราย เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 554,143 ราย

ฝรั่งเศส พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เกือบ 10,000 รายภายในวันเดียว ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่การระบาดเริ่มต้น ในขณะที่จำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลยังต่ำกว่าช่วงพีคในช่วงเดือนเมษายน

สถานการณ์อาเซียน ประเทศเมียนมาล่าสุดผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงขึ้นอยู่ที่ 261 ราย ยอดสะสมอยู่ที่ 2,150 รายแล้ว และมีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 2 รายติดต่อกันเป็นวันที่ 3 แล้ว ล่าสุดรัฐบาลพม่า สั่งหยุดเที่ยวบินภายในประเทศ​อย่างไม่มีกำหนด ทั้งนี้ยกเว้นให้เฉพาะเที่ยวบินในการอพยพชาวเมียนมากลับจากต่างประเทศ และเที่ยวบินพิเศษของเจ้าหน้าที่รัฐบาล นักการทูต และองค์กรระหว่างประเทศเท่านั้น

กรมควบคุมโรคเร่งสอบสวนโรคหลังผู้เดินทางมาประเทศไทยแล้วไปญี่ปุ่น ตรวจพบเชื้อโควิด-19 

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่าพบผู้เดินทางไปญี่ปุ่นติดเชื้อโควิด-19 หลังเดินทางกลับจากไทย กรมควบคุมโรคขอให้ข้อมูลว่า หลังจากได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าวแล้ว กรมควบคุมโรคได้ประสานไปยังจุดประสานงานกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR national focal point) ของประเทศญี่ปุ่น เพื่อสอบสวนโรค ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้ว จากการตรวจสอบรายละเอียดในเบื้องต้น พบว่า

ในช่วงที่ผ่านมามีกรณีผู้เดินทางจากไทยไปญี่ปุ่นตรวจพบการติดเชื้อโควิด 19 จำนวน 5 เหตุการณ์คือ เหตุการณ์ชายไทยอายุ 24 ปี และเหตุการณ์ชายญี่ปุ่นอายุ 47 ปี) โดยพบเพิ่มอีก 3 เหตุการณ์ ดังนี้

รายแรกเป็นเพศชาย สัญชาติญี่ปุ่น อายุ 64 ปี (เป็นรายที่ 730 ของญี่ปุ่น) อาชีพผู้จัดการทั่วไป บริษัทแห่งหนึ่งในเขตบางนา เดินทางเข้าประเทศไทยและพักที่คอนโดย่านสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 59 เดินทางไปต่างประเทศครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนม.ค. 63 ซึ่งอาศัยอยู่คนเดียวไม่มีครอบครัว ในวันที่ 17 ส.ค. 63 ได้คืนห้องพักและย้ายไปพักไปที่โรงแรมย่านสุขุมวิท และได้เดินทางกลับญี่ปุ่นวันที่ 20 ส.ค. 63 เมื่อไปถึงสนามบินฮาเนดะได้มีตรวจหาเชื้อโดยตัวอย่างจากน้ำลาย พบผลบวก

จากการสอบสวนโรคผู้สัมผัสใกล้ชิดในกรณีดังกล่าว ระหว่างวันที่ 21-23 ส.ค. 63 และวันที่ 9 ก.ย. 63 ที่ผ่านมา พบผู้สัมผัส จำนวน 76 คน ในบริษัทที่ทำงาน โรงแรมที่พัก และคอนโดมิเนียม โดยเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง 22 คน และเสี่ยงต่ำ 54 คน มีการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการในผู้สัมผัสทั้งหมด 50 คน ผลทั้งหมดไม่พบเชื้อแต่อย่างใด

นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า รายที่สองเป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุ 21 ปี (เป็นรายที่ 770 ของญี่ปุ่น) ที่อยู่เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เป็นนักศึกษา กำลังเดินทางไปศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น จึงตรวจโควิด 19 ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ในวันที่ 27 ส.ค. 63 ให้ผลลบ เดินทางถึงญี่ปุ่นวันที่ 29 ส.ค. 63 ตรวจหาเชื้อโดยตัวอย่างจากน้ำลาย พบผลบวก จากการสอบสวนโรคในประเทศไทยไม่พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง สำหรับรายที่สาม เป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุ 44 ปี (เป็นรายที่ 790 ของญี่ปุ่น) ที่อยู่ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เดินทางไปญี่ปุ่นทุก 3 เดือน เพื่อซื้ออะไหล่ โดยครั้งนี้เดินทางถึงญี่ปุ่นวันที่ 1 ก.ย. 63 ตรวจหาเชื้อโดยตัวอย่างจากน้ำลาย พบผลบวก ทั้งนี้ จากการสอบสวนโรคในประเทศไทย พบว่าในช่วง 14 วันก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น มีการเดินทางระหว่างที่ทำงานบริเวณถนนบางนา-ตราด และจ.ร้อยเอ็ด และมีการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น ในวันที่ 28 หรือ 29 ส.ค. 63 ผลตรวจโควิด 19 เป็นลบ จึงมีการเดินทางในวันที่ 31 ส.ค. 63 ไปญี่ปุ่นกับเพื่อน 1 คน ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดร่วมบ้านที่ จ.ร้อยเอ็ด มี 4 คน ได้แก่ ยาย ภรรยา ลูกชาย และหลานสาว ไม่มีใครป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ อยู่ระหว่างการติดตามผู้สัมผัสรายอื่น และการตรวจหาเชื้อในผู้สัมผัสใกล้ชิด หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ปฏิบัติตามหลักสากลในการป้องกันควบคุมโรค ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ.2548 (International Health Regulations : IHR 2005) ที่ได้รับความร่วมมือจากทุกประเทศที่มีระบบความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ ทำให้มีการตรวจสอบติดตามและสอบสวนป้องกันโรคได้อย่างรวดเร็วทันทีเมื่อได้รับแจ้งข่าว และขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรฐานการป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทยที่มีความเข้มแข็งและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...