งานวิจัยอเมริกันยืนยัน ฉีดวัคซีนโควิดไม่ทำให้มีลูกยากขึ้น แต่การติดเชื้อโควิดอาจส่งผลตรงกันข้าม เพราะทำให้โอกาสการมีลูกยากขึ้นจากจำนวนอสุจิที่น้อยลง
วันที่ 21 ม.ค. 2565 เว็บไซต์ SCMP รายงานอ้างการวิจัยของมหาวิทยาลัยบอสตัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) ที่ระบุว่า ภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชายอาจได้รับผลกระทบหากติดเชื้อโควิด-19
งานวิจัยระบุว่า จากการตรวจสอบภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชายที่ติดโควิด ในช่วงไม่เกิน 60 วันก่อนถึงรอบประจำเดือนของฝ่ายหญิง พบว่ามีอัตราลดลง โดยเชื่อว่าเป็นผลมาจากเชื้อโควิดทำให้เป็นไข้ ซึ่งเป็นอาการป่วยที่ทำให้ปริมาณอสุจิลดลง
อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงดังกล่าวดูเหมือนจะเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะ เนื่องจากการศึกษาพบว่า ภาวะเจริญพันธุ์ของชายที่มีประวัติพบเชื้อโควิดจะกลับมาอยู่ในระดับเท่ากับชายที่ไม่เคยพบเชื้อ เมื่อผ่านไปแล้วเกิน 60 วัน
งานวิจัยชิ้นนี้ยังตรวจสอบภาวะเจริญพันธุ์เปรียบเทียบระหว่างคู่รักที่ฉีดกับไม่ฉีดวัคซีนโควิด-19 พบว่าโอกาสในการมีลูกของทั้งสองกลุ่มไม่มีความแตกต่างกัน ซึ่งไดอานา ไบอันชี ผู้อำนวยการด้านสุขภาพเด็กและการพัฒนามนุษย์ สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า ผลการวิจัยดังกล่าวพิสูจน์แล้วว่าการฉีดวัคซีนโควิดไม่ทำให้การมีลูกยากขึ้น
ที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่าวัคซีนโควิด-19 อาจส่งผลต่อการเจริญพันธุ์ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการฉีดวัคซีนโควิด ในกลุ่มคู่รักที่วางแผนมีลูกหรือกำลังตั้งครรภ์ โดยเมื่อปลายปีที่แล้ว ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐฯ (CDC) ต้องออกคำแนะนำให้ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนมีลูกเข้ารับการฉีดวัคซีน หลังพบว่าในช่วงเวลานั้นมีผู้ที่กำลังตั้งครรภ์เสียชีวิตจำนวนมากจากโควิด-19